<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 14 Sep 2026 06:55:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผู้จัดการ กสศ. ร่วมเวที กมธ.การศึกษาฯ วุฒิสภา เสนอสร้าง ‘ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ เชื่อมข้อมูล–สวัสดิการ–การเรียนรู้ยืดหยุ่น ให้การศึกษาไปหาผู้เรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-090926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-090926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 06:55:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[วุฒิสภา]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมาธิการการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การขับเคลื่อนกลไกเชิงนโยบายเพื่อยกระดับการส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาเอกชน การศึกษาพิเศษ และความเท่าเทียมทางการศึกษาของไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105647</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา ดร.ไกรยส ภัทรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090926/">ผู้จัดการ กสศ. ร่วมเวที กมธ.การศึกษาฯ วุฒิสภา เสนอสร้าง ‘ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ เชื่อมข้อมูล–สวัสดิการ–การเรียนรู้ยืดหยุ่น ให้การศึกษาไปหาผู้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมเสวนารับฟังความเห็นเรื่อง <strong>“การขับเคลื่อนกลไกเชิงนโยบายเพื่อยกระดับการส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาเอกชน การศึกษาพิเศษ และความเท่าเทียมทางการศึกษาของไทย”</strong> จัดโดย <strong>คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา</strong> เพื่อระดมความเห็นจากหน่วยงานด้านนโยบาย หน่วยจัดการศึกษา ภาคประชาสังคม ชุมชน นักวิชาการ และภาคีเครือข่าย นำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและการพัฒนากฎหมายที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่ม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-5.jpg" alt="" class="wp-image-105654" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.กมล รอดคล้าย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา</strong> กล่าวว่า เวทีครั้งนี้เป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริง บทเรียนจากการทำงาน และข้อเสนอจากหลากหลายมุมมอง เพื่อเป็นข้อมูลต้นทางในการเชื่อมต่อกลไกการทำงาน ตลอดจนจัดทำข้อเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาและคณะรัฐมนตรี ให้การปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาไทยสามารถตอบโจทย์ผู้เรียนทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง</p>



<p>ปัจจุบันการศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่ในระบบที่แยกส่วนระหว่างการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องสร้างจุดเชื่อมโยงระหว่างรูปแบบการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้มากขึ้น เพื่อเป็นฐานสำคัญในการพัฒนา <strong>พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่</strong> ให้รองรับความแตกต่างหลากหลายของผู้เรียน และนำไปสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ทั้งด้านการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ทุนการศึกษา งบประมาณ การพัฒนาบุคลากร และการสนับสนุนหน่วยจัดการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-5.jpg" alt="" class="wp-image-105655" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก “เห็นตัวเด็ก” สู่การออกแบบความช่วยเหลือรายบุคคล</strong></h3>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> นำเสนอแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยชี้ว่า หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของประเทศไทย คือการบูรณาการข้อมูลโดยใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เชื่อมโยงกับทะเบียนราษฎรและฐานข้อมูลด้านการศึกษา ทำให้สามารถมองเห็น <strong>“ตัวตนของเด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบการศึกษา”</strong> ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 6 แสนคน และนำข้อมูลไปใช้ในการค้นหา เข้าถึง ทำความเข้าใจสถานการณ์ ตลอดจนออกแบบความช่วยเหลือและเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล</p>



<p>ขณะเดียวกัน การลดความเหลื่อมล้ำไม่อาจมุ่งเฉพาะการพาเด็กที่หลุดออกจากระบบกลับมาเรียนเท่านั้น แต่ต้องดูแลเด็กที่ยังอยู่ในระบบ โดยเฉพาะ <strong>“กลุ่มเสี่ยง”</strong> ควบคู่กันไป เพราะเด็กจากครัวเรือนรายได้น้อยและเปราะบางอาจหลุดจากการศึกษาได้ทุกเวลา จากหลากหลายปัจจัย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ภาระครอบครัว ภัยพิบัติ หรือสถานการณ์ความไม่สงบ</p>



<p>หนึ่งในกลไกป้องกันคือ <strong>เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือ “ทุนเสมอภาค”</strong> ที่ กสศ. ใช้สนับสนุนเด็กและเยาวชนจากครัวเรือนยากจนพิเศษ ควบคู่กับการติดตามสถานะความเป็นอยู่ผ่านการเยี่ยมบ้านของครู และการส่งต่อข้อมูลรายบุคคลระหว่างสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประคองให้เด็กสามารถเรียนต่อจนจบการศึกษา และเชื่อมต่อไปยังการศึกษาระดับที่สูงขึ้น</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนจากครัวเรือนใต้เส้นความยากจนประมาณ 3 ล้านคน ในจำนวนนี้ 1.9 ล้านคนได้รับทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนจากหน่วยงานต้นสังกัด และในจำนวนดังกล่าวมีนักเรียนยากจนพิเศษ 1.39 ล้านคนได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. เพิ่มเติม ขณะที่เด็กและเยาวชนอีกราว 1.1 ล้านคนยังไม่ได้รับการจัดสรรทุนจากหน่วยงานใด</p>



<p>กสศ. จึงนำผลการคัดกรองมาใช้สนับสนุนการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย พร้อมเชื่อมความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อระดมทุนและทรัพยากรเพิ่มเติม รวมถึงเชื่อมต่อไปยังทุนการศึกษาอื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้หลุดออกจากระบบการศึกษา และเปิดโอกาสให้สามารถศึกษาต่อได้อย่างเต็มศักยภาพ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อเด็กนอกระบบกว่า 2 ใน 3 ไม่ต้องการกลับโรงเรียน โจทย์จึงไม่ใช่แค่ “พากลับเข้าระบบ”</strong></h3>



<p>สำหรับเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ประสบการณ์จากการขับเคลื่อน <strong>Thailand Zero Dropout และ Thailand Zero Dropout Plus</strong> พบว่า เด็กและเยาวชนที่ติดตามจนพบตัวกว่า 2 ใน 3 ไม่ประสงค์กลับเข้าเรียนในโรงเรียนรูปแบบเดิม เนื่องจากแต่ละคนมีเงื่อนไขชีวิตแตกต่างกัน บางคนต้องทำงานหารายได้ บางคนมีภาระดูแลสมาชิกในครอบครัว ขณะที่บางคนเป็นผู้พิการ</p>



<p>ข้อค้นพบดังกล่าวทำให้โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียง <strong>“ทำอย่างไรให้เด็กกลับเข้าโรงเรียน”</strong> แต่คือ <strong>“ทำอย่างไรให้การเรียนรู้ไปถึงเด็กได้ โดยไม่บังคับให้เขาต้องละทิ้งชีวิตที่เป็นอยู่”</strong></p>



<p><strong>“การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นไม่เพียงช่วยประคองให้เด็กยังอยู่ในระบบ แต่ยังเปิดโอกาสให้เด็กที่หลุดจากการศึกษากลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้ ผ่านหลักสูตรที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มหรือแต่ละบุคคล ลดข้อจำกัดเรื่องสถานที่ เวลา หลักสูตร และการวัดประเมินผล จึงสามารถรองรับทั้งคนที่ต้องทำงานเลี้ยงชีพ ผู้มีภาระดูแลครอบครัว ผู้พิการ หรือผู้ที่ต้องการเรียนรู้เพื่อไปสู่การมีงานทำ”</strong> ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<p>ที่ผ่านมา กสศ. และภาคีได้ร่วมกันพัฒนารูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นหลากหลาย ตั้งแต่ <strong>1 โรงเรียน 3 รูปแบบ, Mobile School และการสนับสนุนศูนย์การเรียนตามมาตรา 12</strong> ซึ่งเปิดพื้นที่ให้สถานประกอบการ ชุมชน ครอบครัว และบุคคล สามารถมีส่วนร่วมจัดการศึกษาให้เหมาะกับชีวิตและความต้องการของผู้เรียน</p>



<p>หลักการสำคัญคือ เมื่อค้นพบเด็กแล้ว ต้องเริ่มต้นจากการถามว่า <strong>“เขาต้องการเรียนรู้อย่างไร”</strong> หากเด็กต้องการกลับเข้าสู่โรงเรียน คณะทำงานสามารถประสานสถานศึกษาเพื่อส่งต่อกลับเข้าสู่ระบบได้ แต่หากต้องการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ก็ต้องมีหน่วยจัดการเรียนรู้และเส้นทางการศึกษาทางเลือกที่รองรับอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-4.jpg" alt="" class="wp-image-105656" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เชื่อม “การศึกษา–สวัสดิการ–สุขภาพ” สู่ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า อีกโจทย์สำคัญคือการเชื่อมข้อมูลและความช่วยเหลือที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่แล้วเข้าหากัน เพราะปัญหาของเด็กคนหนึ่งไม่ได้มีเพียงมิติการศึกษา แต่ยังเชื่อมโยงกับรายได้ ครอบครัว สุขภาพ สวัสดิการ และการมีงานทำ</p>



<p>ที่ผ่านมา กสศ. จึงร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เชื่อมระบบช่วยเหลือ เช่น ความร่วมมือกับ<strong>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</strong> เพื่อให้เด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิสวัสดิการและความช่วยเหลือทางสังคม รวมถึงความร่วมมือกับ<strong>สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</strong> ในการเชื่อมข้อมูลเด็กทั้งในและนอกระบบการศึกษา ให้เข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพพื้นฐาน ตั้งแต่การรับวัคซีน การคัดกรองสุขภาพ ไปจนถึงการตรวจสายตาและรับแว่นตา</p>



<p>แม้สิทธิเหล่านี้จะมีงบประมาณรองรับอยู่แล้ว แต่เด็กและเยาวชนเปราะบางจำนวนหนึ่งยังเข้าไม่ถึง เนื่องจากมีต้นทุนการเดินทาง หรือไม่สามารถหยุดงานเพื่อไปรับบริการได้ การเชื่อมข้อมูลจึงต้องนำไปสู่การปรับวิธีให้บริการ เพื่อให้สิทธิและความช่วยเหลือสามารถเดินทางไปถึงเด็กได้จริง</p>



<p><strong>“เป้าหมายสำคัญของการบูรณาการข้อมูลร่วมกับทุกหน่วยงาน คือการสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา หรือ Education Security System ที่เชื่อมโยงการรับ–ส่งและอัปเดตข้อมูล รวมถึงบริหารจัดการความช่วยเหลือไม่ให้ซ้ำซ้อน และทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวกโดยใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อให้สิทธิ สวัสดิการ และงบประมาณที่รัฐมีอยู่แล้ว ถูกนำมาใช้อย่างครอบคลุมและเต็มประสิทธิภาพสำหรับเด็กและเยาวชนทุกกลุ่ม”</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-6.jpg" alt="" class="wp-image-105657" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก “ผู้เรียนวิ่งหาการศึกษา” สู่ “การศึกษาขยับไปหาผู้เรียน”</strong></h3>



<p>ผู้จัดการ กสศ. เสนอว่า หากบทเรียนจากการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นได้รับการสังเคราะห์และนำไปสู่การพัฒนาระบบสนับสนุนด้านงบประมาณใน <strong>พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่</strong> พร้อมมีกลไกสนับสนุนให้สามารถขยายผลได้มากขึ้น ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการศึกษา จากเดิมที่ผู้เรียนต้องปรับตัวเข้าหาระบบ ไปสู่ระบบที่สามารถปรับรูปแบบการเรียนรู้ งบประมาณ และทรัพยากรให้สอดคล้องกับผู้เรียนแต่ละคน</p>



<p><strong>“ต่อจากนี้ การศึกษาต้องขยับไปหาผู้เรียน”</strong> ดร.ไกรยส กล่าว พร้อมย้ำว่า ประสบการณ์การทำงานกับเยาวชนนอกระบบตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่า “สถานที่” และ “เวลา” เป็นอุปสรรคสำคัญของการเรียนรู้ การออกแบบหลักสูตรจึงต้องช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้</p>



<p>ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ได้แก่ <strong>“หมอลำศึกษา”</strong> ที่นำวิถีชีวิตและอาชีพของเยาวชนหมอลำมาเป็นฐานการเรียนรู้ การจัดการศึกษาในสถานประกอบการร่วมกับภาคธุรกิจอย่าง <strong>KFC และ CJ Mall</strong> รวมถึงความร่วมมือล่าสุดกับ <strong>สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ</strong> ในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่นที่ใช้ <strong>“ฟุตบอลเป็นฐาน”</strong> เปลี่ยนความรักและความสนใจของเด็กให้เชื่อมต่อกับการเรียนรู้ ทักษะ และเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย ทั้งนักฟุตบอล งานสื่อ วิทยาศาสตร์การกีฬา และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล</p>



<p><strong>“ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า การเรียนรู้เพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาหรือไปสู่การมีอาชีพไม่จำเป็นต้องมีเพียงรูปแบบเดียว แต่สามารถออกแบบให้ตอบโจทย์ชีวิตของแต่ละคน เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา หากเรามีความร่วมมือ แรงสนับสนุน และเส้นทางที่ชัดเจนรองรับผู้เรียน”</strong> ดร.ไกรยส กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090926/">ผู้จัดการ กสศ. ร่วมเวที กมธ.การศึกษาฯ วุฒิสภา เสนอสร้าง ‘ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ เชื่อมข้อมูล–สวัสดิการ–การเรียนรู้ยืดหยุ่น ให้การศึกษาไปหาผู้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลดความเหลื่อมล้ำด้วยโอกาสทางการเรียนรู้: บทเรียนจาก Equity Partnership’s School Network</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-100926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-100926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 05:33:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Equity Partnership’s School Network]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กัญณัฐ กองรอด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105582</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับเด็กบางคน การศึกษาจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อาจหมาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-100926/">ลดความเหลื่อมล้ำด้วยโอกาสทางการเรียนรู้: บทเรียนจาก Equity Partnership’s School Network</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับเด็กบางคน การศึกษาจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อาจหมายถึงการก้าวไปสู่ห้องเรียนใหม่ โรงเรียนใหม่ หรือมหาวิทยาลัยในอนาคต แต่สำหรับเด็กยากจน–ยากจนพิเศษจำนวนไม่น้อย ช่วงรอยต่อนี้เป็นจุดที่เส้นทางการเรียนเริ่มขาดหาย&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลของ กสศ. พบว่า นักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่จบชั้น ม.3 ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 167,989 คน มีถึง 31,028 คน หรือร้อยละ 18 ไม่พบข้อมูลการศึกษาต่อ และในปีการศึกษา 2568 มีนักเรียนเพียง 21,921 คน หรือร้อยละ 13 ที่พบข้อมูลการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาผ่านระบบ TCAS&nbsp;</p>



<p>ตัวเลขนี้กำลังสะท้อนว่า แม้เด็กจำนวนมากจะสามารถเดินทางถึงปลายทางของการศึกษาภาคบังคับ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีทางไปต่อที่ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงอายุ 15–18 ปี ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการตัดสินใจว่าจะเรียนต่อ ทำงาน หรือเลือกเส้นทางชีวิตแบบใด และเมื่อเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงนี้ โอกาสที่จะกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้งก็ยิ่งลดลง&nbsp;</p>



<p>ปัญหาจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าเด็ก <strong>‘ไม่มีศักยภาพ’</strong> หรือ <strong>‘ไม่อยากเรียน’</strong> แต่อยู่ที่ระบบการศึกษายังมีเส้นทางให้เด็กเลือกไม่มากพอ และยังไม่สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับชีวิตจริง ความสนใจ ความสามารถ และโอกาสในอนาคตของพวกเขาได้อย่างเพียงพอ&nbsp;</p>



<p>คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าทำอย่างไรให้เด็กไม่หลุดออกจากระบบ แต่คือ <strong>เราจะสร้างเส้นทางการเรียนรู้แบบไหนให้เด็กมองเห็นอนาคตของตัวเอง และรู้สึกว่าการเรียนรู้ยังมีความหมายต่อชีวิตของเขา</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-11.jpg" alt="" class="wp-image-105640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-11.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-11-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในปี 2562–2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) ได้พัฒนานวัตกรรมเชิงกระบวนการผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนนานาชาติ ภายใต้<strong>โครงการ Equity Partnership’s School Network (EP) </strong>หรือ <strong>โครงการเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> เพื่อสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพตามความถนัดของตนเอง&nbsp;</p>



<p>โดยกระบวนการดังกล่าวไม่ได้จำกัดการเรียนรู้ไว้เพียงในห้องเรียน แต่เปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้สำรวจและทำความเข้าใจทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น นำมาต่อยอดสู่การออกแบบ <strong>‘ผลิตภัณฑ์’</strong> ของโรงเรียน และพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการผ่านการจัดจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายจะกลับคืนสู่โรงเรียน</p>



<p>กระบวนการนี้จึงเป็นทั้งพื้นที่ให้นักเรียนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง และได้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่เรียนกับโอกาสในการสร้างรายได้และอนาคตของตนเอง&nbsp;</p>



<p>ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการไม่ได้เกิดขึ้นกับนักเรียนเพียงฝ่ายเดียว แต่โครงการยังเป็นพื้นที่ที่ครู นักเรียน และผู้เกี่ยวข้องในฐานะหุ้นส่วนได้ร่วมกันออกแบบ ลงมือทำ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ทั้งการก้าวออกจากกรอบเดิม การเกิดความคิดใหม่ การค้นพบศักยภาพของตนเอง และการมองเห็นความเป็นไปได้จากการทำงานร่วมกับผู้อื่น</p>



<p><strong>บทความนี้จึงชวนสำรวจว่า โครงการได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างไร ตั้งแต่ครูผู้ดูแลโครงการไปจนถึงนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ อีกทั้งชวนมองย้อนกลับไปถึงกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางของการทำงานร่วมกัน</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network11-.jpg" alt="" class="wp-image-105611" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network11-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network11--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network11--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network11--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network11--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อครูเป็น ‘นักเรียน’ อีกครั้ง&nbsp;</strong></h3>



<p>หากมองว่าโครงการ Equity Partnership’s School Network เป็นหนึ่งในโครงการที่เข้าไปในโรงเรียนเช่นเดียวกับหลายสิบโครงการที่โรงเรียนต้องเจอ</p>



<p>โดยผิวเผินโครงการนี้อาจถูกเข้าใจว่าเป็นหนึ่งใน ‘ภาระงาน’ ของครูที่เพิ่มขึ้น ทว่า หากมองถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับครูและนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เราจะเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ <strong>ครูยุ้ย &#8211; ทัดทรวง เตชะแก้ว</strong> ครูผู้ดูแลโครงการจากโรงเรียนแม่เมาะวิทยา สะท้อนผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับตัวครูจากการเข้าร่วมโครงการ</p>



<p><em>“เริ่มแรกครูยุ้ยไม่ได้คาดหวัง ตอนแรกคิดว่าโครงการก็คงเหมือนโครงการทั่วไป คือทำเสร็จก็จบ ได้ผลลัพธ์ ได้ชิ้นงาน แล้วก็สิ้นสุดโครงการ แต่พอได้เข้าร่วมโครงการ Partnership Season 6 จริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันแตกต่างออกไป</em></p>



<p><em>“สิ่งที่แตกต่างคือ โครงการนี้ไม่ได้ให้แค่ผลลัพธ์ในตอนท้าย แต่ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน เราเริ่มต้นจากการได้รับองค์ความรู้พื้นฐานก่อนลงมือทำ แต่เมื่อเข้าสู่การทำงานจริง สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ทั้งปัญหาที่ต้องเผชิญ ทักษะที่ต้องพัฒนา และองค์ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ที่ต้องหยิบมาใช้ ล้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ทั้งหมด&nbsp;</em></p>



<p><em>“เพราะฉะนั้น สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดของโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่ผลผลิตที่ได้ในปลายทาง แต่คือการเรียนรู้และการเติบโตที่เกิดขึ้นตลอดทั้งกระบวนการของทั้งครูและนักเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากโครงการอื่น ๆ ที่เคยมีประสบการณ์มา”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-05.jpg" alt="" class="wp-image-105609" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>โครงการนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อครูในหลายมิติ ซึ่ง <strong>‘ครูยุ้ย’</strong> ได้สะท้อนให้เห็นผลลัพธ์ดังกล่าว นั่นคือ<em> </em>ครูได้ก้าวออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมและเปิดโอกาสให้ตนเองเรียนรู้สิ่งใหม่ จากเดิมที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ที่ต้องค้นคว้า แสวงหาความรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>อีกทั้งยังได้เรียนรู้การประกอบการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น <strong>Shopee </strong>ตั้งแต่การถ่ายภาพสินค้าให้มีความน่าสนใจ การจัดการระบบหลังบ้าน ไปจนถึงการวิเคราะห์และเปรียบเทียบสินค้ากับคู่แข่ง ซึ่งล้วนเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ โครงการนำไปสู่การเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอน โดยครูได้นำกระบวนการจากโครงการมาบูรณาการในรายวิชาการงานอาชีพ โดยเปลี่ยนจากการจำลองการขายสินค้าเฉพาะภายในโรงเรียนที่มีกลุ่มลูกค้าจำกัด ไปสู่การให้นักเรียนได้เผชิญสถานการณ์จริง มีการขายจริง สร้างรายได้จริง และเรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างทันท่วงที&nbsp;</p>



<p>รวมถึงการเข้าร่วมโครงการยังช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ของครูผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสถานศึกษาอื่น ๆ ทำให้ครูได้ก้าวออกจากวงจรการทำงานแบบเดิม เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การระดมสมอง และการนำองค์ความรู้จากศาสตร์ที่หลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาการทำงานของตนเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-04.jpg" alt="" class="wp-image-105608" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มากกว่าทักษะ คือ ‘ความเชื่อมั่นในศักยภาพ’ ของนักเรียน&nbsp;</strong></h3>



<p>ขณะเดียวกัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนเป็นสิ่งที่ ‘ครูยุ้ย’ สังเกตเห็นด้วยเช่นกัน กล่าวคือ โครงการนี้เกิดผลลัพธ์ต่อเด็กนักเรียนในหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และทักษะผู้ประกอบการ ผ่านการเรียนรู้กระบวนการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ นักเรียนยังได้เปลี่ยนบทบาทจากผู้บริโภคสื่อออนไลน์มาเป็น <strong>“ผู้ประกอบการรุ่นใหม่”</strong> ที่สามารถใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น TikTok และ Shopee เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเอง&nbsp;</p>



<p><em>“ครูมองว่าทักษะที่โดดเด่นจากการเข้าร่วมโครงการ คือทักษะการคิดและการวิเคราะห์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันคือทักษะการสื่อสาร เพราะในสังคมปัจจุบัน การสื่อสารเป็นทักษะที่มีความสำคัญมาก การเข้าร่วมโครงการทำให้นักเรียนต้องใช้ทักษะการสื่อสารอย่างมาก ทั้งในการทำงานและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง&nbsp;</em></p>



<p><em>“อีกทักษะหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กัน คือทักษะความเป็นผู้ประกอบการ เพราะเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ต้องรู้จักใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ และปรับตัวให้ทันกับโลกปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีพื้นฐานและประสบการณ์เบื้องต้น และเมื่อจบ ม.6 ไปแล้ว พวกเขาก็สามารถนำพื้นฐานและประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการไปพัฒนาหรือต่อยอดในการเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิตของตัวเองได้”</em></p>



<p><em>“ในศตวรรษที่ 21 ครูมองว่าสิ่งสำคัญคือความมั่นใจ และการที่เด็ก ๆ ได้รู้จักความสามารถและความเป็นตัวตนของตัวเองก่อนว่า ชอบอะไร เก่งอะไร และมีความสามารถด้านไหน เพราะเมื่อเขารู้จักและเข้าใจตัวตนของตัวเองแล้ว ก็จะสามารถนำสิ่งที่มีอยู่ไปพัฒนาและต่อยอดในสิ่งที่เขาสามารถทำได้ดีได้”</em></p>



<p>การได้ลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริงช่วยให้นักเรียนค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่และสร้างความมั่นใจในตนเอง เช่น นักเรียนบางคนค้นพบว่า เมื่อมีโอกาสพบลูกค้าจริงตนเองสามารถสื่อสารและจำหน่ายสินค้าด้วยภาษาจีนได้ ขณะที่บางคนค้นพบความสามารถด้านการผลิตสื่อ การทำอาหาร หรือภาวะผู้นำ และเมื่อผลงานของพวกเขาได้รับการยอมรับจนได้รับการตีพิมพ์ในวารสารท้องถิ่น ยิ่งสร้างความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p>



<p></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-1.jpg" alt="" class="wp-image-105603" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-10.jpg" alt="" class="wp-image-105602" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-09.jpg" alt="" class="wp-image-105601" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เสียงสะท้อนจากนักเรียน : ทักษะความกล้าแสดงออก และเส้นทางอาชีพในอนาคต</strong></h3>



<p>ในมุมของนักเรียน <strong>‘น้องเอิญ’</strong> และ<strong> ‘น้องผึ้ง’</strong> นักเรียนโรงเรียนแม่เมาะวิทยา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สะท้อนสิ่งที่ตนเองได้รับจากโครงการ ซึ่งได้รับการพัฒนาทักษะหลายด้าน โดยเฉพาะความกล้าแสดงออก จากเดิมที่หลายคนเป็นคนขี้อายและไม่กล้าจับไมโครโฟน เมื่อได้ทดลองการขายจริงก็สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมั่นใจ สามารถนำเสนอสินค้าและสื่อสารกับลูกค้าได้ตลอดทั้งกิจกรรม รวมถึงได้เรียนรู้ทักษะด้านธุรกิจที่ไม่มีสอนในห้องเรียน เช่น การคำนวณต้นทุน การบริหารจัดการสต๊อกสินค้า การจัดทำบัญชี และการจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะชีวิต (Soft Skills) ที่สำคัญ ได้แก่ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทั้งในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต&nbsp;</p>



<p><em>“หนูคิดว่าทักษะที่ได้มากที่สุดคือการขายสินค้าบนระบบ Shopee ค่ะ เพราะที่โรงเรียนไม่ได้มีการสอนเกี่ยวกับการทำระบบการขายแบบออนไลน์มาก่อน และหนูได้ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าค่ะ เพราะเวลาเจอสถานการณ์ต่าง ๆ เราต้องตั้งสติ แล้วคิดก่อนว่าควรทำอย่างไร นอกจากนี้ยังได้ทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นตอน ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในการทำธุรกิจและการเรียนในอนาคตค่ะ”</em>&nbsp;</p>



<p>ขณะที่นักเรียนอีกคนสะท้อนว่า <em>“หนูคิดว่าได้ทักษะการสื่อสารเพิ่มขึ้นค่ะ เพราะเวลาอยู่ที่โรงเรียน เราจะมีโอกาสสื่อสารกับผู้คนน้อยกว่า แต่พอได้ออกบูทและทำกิจกรรมนอกโรงเรียน ก็ได้เจอผู้คนมากขึ้น เวลาเจอลูกค้าถามคำถาม เราต้องคิดและตอบให้เร็ว ทำให้ได้ฝึกการแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้น และได้ทักษะอีกหลายอย่างจากการทำงานจริงค่ะ”</em></p>



<p>นอกจากนี้ นักเรียนสะท้อนว่า ความกล้าแสดงออกที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากการได้ทำงานร่วมกับพี่ ๆ จาก<strong>มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง</strong> ทำให้เกิดความมั่นใจในการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมมากขึ้น และเมื่อได้สะสมประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นักเรียนก็เริ่มมีความมั่นใจในการสื่อสารต่อหน้าสาธารณะมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ขณะที่นักเรียนอีกคนสะท้อนว่า เดิมตนเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก แต่หลังจากได้ลงมือทำงานและเข้าร่วมกิจกรรมหลายครั้ง ทำให้ตระหนักว่า <em>“หากมัวแต่กลัวก็จะไม่มีโอกาสได้ลงมือทำหรือแสดงความสามารถของตนเอง”</em> ประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการจึงช่วยสร้างความมั่นใจและทำให้นักเรียนกล้าที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดของตนเองมากยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-08.jpg" alt="" class="wp-image-105600" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-07.jpg" alt="" class="wp-image-105599" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>การดำเนินโครงการมีส่วนสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตและป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปักผ้าและการเก็บมะแขว่นมาจำหน่าย ทำให้นักเรียนมีเงินออมและสามารถนำรายได้ไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา&nbsp;</p>



<p>ผลกระทบดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากนักเรียนของโรงเรียนประมาณร้อยละ 70 มาจากครอบครัวที่มีความเปราะบาง การมีรายได้จากโครงการจึงเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยให้เห็นแนวทางในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ลดความเสี่ยงของการหลุดออกจากระบบการศึกษา และสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นสำหรับเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาแล้ว เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้</p>



<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นจากโครงการอาจไม่ใช่เพียงทักษะใหม่หรือรายได้ที่นักเรียนได้รับ แต่คือการที่นักเรียนเริ่มมองเห็นเส้นทางอาชีพและความเป็นไปได้ของชีวิตจากประสบการณ์จริง จากเดิมที่การเรียนอาจดูเป็นเรื่องที่แยกออกจากชีวิตประจำวัน เมื่อได้ทดลองทำธุรกิจ ขายสินค้า สื่อสารกับลูกค้า และสร้างรายได้ด้วยตนเอง นักเรียนเริ่มเห็นว่าความรู้และความสามารถของตนสามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพและสร้างรายได้ในอนาคตได้&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน รายได้ที่เกิดขึ้นยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวและเป็นทุนสำหรับการศึกษาต่อ ทำให้<strong> ‘อาชีพ’</strong> ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การมีงานทำหลังเรียนจบ แต่กลายเป็นภาพของอนาคตที่เด็กสามารถออกแบบและสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง ประสบการณ์เหล่านี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้นักเรียนมองเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ เห็นศักยภาพของตนเอง และเริ่มเชื่อว่าเส้นทางชีวิตของพวกเขามีทางเลือกมากกว่าที่เคยคิดไว้ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-06.jpg" alt="" class="wp-image-105598" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-03.jpg" alt="" class="wp-image-105597" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มากกว่าการสร้างรายได้ คือการสร้าง ‘โอกาสในการเรียนรู้’&nbsp;</strong></h3>



<p>เมื่อพิจารณาแกนหลักที่สำคัญของโครงการ Equity Partnership’s School Network (EP) พบว่า โครงการไม่ได้มุ่งเพียงสร้างกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนหรือครูทำเพียงเพื่อหารายได้หรือลดความเหลื่อมล้ำในมิติของ ‘ตัวเงิน’ เท่านั้น ทว่า แกนหลักที่สำคัญอีกประการ คือ การสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสหรือนักเรียนจากพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อให้พวกเขาได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง&nbsp;</p>



<p>จากเสียงสะท้อนของครูและนักเรียนพบประเด็นที่น่าสนใจ คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการได้รับความรู้ในห้องเรียน แต่เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง (Authentic Experience) ผ่านการดำเนินโครงการ ซึ่งสามารถอธิบายด้วย <strong>ทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning Theory)</strong> ของ David Kolb และ<strong>กรอบทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) </strong>ดังนี้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>1. การเชื่อมโยงกับทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning Theory: Kolb)</strong></h4>



<p>Kolb (1984) อธิบายว่า การเรียนรู้เกิดขึ้นจากวงจร 4 ขั้น ได้แก่ (1) การมีประสบการณ์จริง (Concrete Experience) (2) การสะท้อนคิด (Reflective Observation) (3) การสร้างความเข้าใจหรือหลักคิดใหม่ (Abstract Conceptualization) และ (4) การทดลองนำไปใช้ (Active Experimentation)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-12.jpg" alt="" class="wp-image-105596" style="width:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-12.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-12-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-12-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-12-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-12-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>จากการสะท้อนของนักเรียน จะเห็นวงจรดังกล่าวอย่างชัดเจน กล่าวคือ นักเรียนเริ่มต้นจากการเรียนรู้ ลงมือพัฒนาสินค้า และทำการขายจริง ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง (Concrete Experience) จากนั้นเมื่อได้เผชิญกับสถานการณ์หรือการทำงานจริง นักเรียนได้สะท้อนประสบการณ์ของตนเอง เช่น การตระหนักว่า <em>“หากมัวแต่กลัวก็จะไม่ได้ลงมือทำ”</em> (Reflective Observation) นำไปสู่การสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับศักยภาพของตนเองและความสำคัญของการก้าวข้ามความกลัว (Abstract Conceptualization) ก่อนที่จะนำความมั่นใจดังกล่าวไปใช้ในการสื่อสารกับลูกค้า การจับไมโครโฟนนำเสนอสินค้า และการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งต่อๆ ไป (Active Experimentation)</p>



<p>กล่าวได้ว่า ความกล้าแสดงออกของนักเรียนไม่ได้เกิดจากการฝึกทักษะการพูดโดยตรง แต่เกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงที่พวกเขาต้องสื่อสารกับลูกค้า และทำให้เกิดการสะท้อนคิด รวมถึงการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Kolb ที่มองว่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นของนักเรียนเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของการเรียนรู้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>2. การเชื่อมโยงกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills)</strong></h4>



<p>เมื่อพิจารณาการดำเนินโครงการผ่านกรอบแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) พบว่า โครงการไม่ได้มุ่งพัฒนาเพียงทักษะด้านวิชาชีพหรือการสร้างรายได้เท่านั้น แต่ได้ส่งเสริมการพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในโลกยุคปัจจุบัน ได้แก่</p>



<ul>
<li><strong>Communication</strong>: นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร (Communication) จากการลงมือปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับลูกค้า การตอบคำถาม รวมถึงการนำเสนอสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในการสื่อสารและการแสดงออกต่อผู้อื่น&nbsp;</li>



<li><strong>Collaboration</strong>: การดำเนินกิจกรรมร่วมกับครู รุ่นพี่ และเพื่อน ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration) ทั้งในด้านการแบ่งบทบาทหน้าที่ การวางแผนร่วมกัน การประสานงาน และการรับผิดชอบต่อเป้าหมายของทีม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในอนาคต</li>



<li><strong>Critical Thinking &amp; Problem Solving</strong>: สถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินโครงการ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกการคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ผ่านการเผชิญกับความท้าทายที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า เช่น การปรับกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดของเวลาและทรัพยากร</li>



<li><strong>Creativity &amp; Innovation</strong>: นักเรียนยังได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) จากการออกแบบวิธีการนำเสนอสินค้า การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ การสร้างเนื้อหาบนสื่อออนไลน์ และการปรับรูปแบบการขายให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าในแต่ละช่องทาง ซึ่งช่วยส่งเสริมให้นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างเหมาะสม</li>



<li><strong>Self-direction และ Growth Mindset</strong>: โครงการยังส่งเสริมการกำกับการเรียนรู้ของตนเอง (Self-direction) และการพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) อย่างเด่นชัด ดังที่นักเรียนสะท้อนว่า “หากมัวแต่กลัวก็จะไม่ได้ลงมือทำ” ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากการหลีกเลี่ยงความท้าทายไปสู่การกล้าลองผิดลองถูก การเปิดรับประสบการณ์ใหม่ และการเรียนรู้จากความผิดพลาด ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของนักเรียนที่สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรากฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-02.jpg" alt="" class="wp-image-105595" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0914_บทเรียนจาก-Equity-Partnerships-School-Network-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>นอกจากทักษะดังกล่าว การดำเนินกิจกรรมการขายผ่านแพลตฟอร์ม Shopee ยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาความฉลาดรู้ด้านดิจิทัล (Digital Literacy) กล่าวคือ นักเรียนได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่า การสื่อสารกับผู้บริโภค การผลิตสื่อดิจิทัล และการบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ ขณะเดียวกันยังส่งเสริมสมรรถนะด้านความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Competency) ผ่านการเรียนรู้ตั้งแต่การวางแผนธุรกิจ การคำนวณต้นทุน การกำหนดราคา การวิเคราะห์ตลาด การบริหารจัดการยอดขาย และการสร้างรายได้จากการประกอบการจริง ส่งผลให้นักเรียนไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโครงการสามารถพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นของนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างครอบคลุม ทั้งในมิติของการเรียนรู้ การทำงาน การใช้เทคโนโลยี และการเตรียมความพร้อมสู่การดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทส่งท้าย : เมื่อทุกคนคือผู้ร่วมสร้างการเรียนรู้</strong></h3>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว โครงการ Equity Partnership’s School Network ตั้งอยู่บนความเชื่อสำคัญ 2 ประการ คือ <strong>All for Education</strong> และ <strong>Education for All </strong>เพราะการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับนักเรียนไม่อาจเป็นหน้าที่ของโรงเรียนหรือครูเพียงลำพัง และการศึกษาที่มีความหมายก็ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงความรู้ในห้องเรียน แต่ควรเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเองผ่านประสบการณ์จริง</p>



<p><strong>All for Education</strong> จึงหมายถึงการชวนผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการสร้างการเรียนรู้ ตั้งแต่เครือข่ายโรงเรียนนานาชาติ หรือเครือข่ายมหาวิทยาลัย ที่เข้ามาทำงานร่วมกับโรงเรียนขยายโอกาส ไปจนถึงภาคเอกชนอย่างบริษัท Sea (Shopee) ที่เข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้และเครื่องมือด้านการขายออนไลน์ การทำงานร่วมกันของคนเหล่านี้ทำให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ที่แตกต่างจากห้องเรียนทั่วไป และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ขณะเดียวกัน ครู นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้องเองก็ได้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับนักเรียน</p>



<p>ส่วน <strong>Education for All</strong> สะท้อนความเชื่อว่า นักเรียนทุกคนควรได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงความรู้ตามเนื้อหาวิชา แต่รวมถึงทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงานในอนาคต ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดโครงการสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า การให้นักเรียนได้ลงมือทำจริงสามารถพัฒนาทักษะได้หลากหลาย<br>ทั้งการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าแสดงออก และทักษะความเป็นผู้ประกอบการ ที่สำคัญไปกว่านั้น คือการที่นักเรียนได้ค้นพบว่าตนเองชอบอะไร ทำอะไรได้ดี และสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปต่อยอดเป็นเส้นทางการเรียนหรืออาชีพในอนาคตได้</p>



<p>ท้ายที่สุด สิ่งที่โครงการนี้สร้างขึ้นจึงอาจไม่ได้วัดจากจำนวนสินค้าที่ขายได้หรือรายได้ที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้างพื้นที่ให้นักเรียนได้ลงมือทำ ได้ลองผิดลองถูก ได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง และมองเห็นความเป็นไปได้ของอนาคต ขณะเดียวกัน ทุกคนที่เข้ามาเป็นหุ้นส่วนก็ได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน นี่คือความหมายของ All for Education ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างการเรียนรู้ และ Education for All ที่การเรียนรู้ควรเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<ul>
<li style="font-size:14px">Kolb, D. A. (1984). <em>Experiential learning: Experience as the source of learning and development</em>. Prentice-Hall.&nbsp;</li>



<li style="font-size:14px">Partnership for 21st Century Learning. (2019). <em>Framework for 21st century learning</em>. Battelle for Kids.&nbsp;</li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-100926/">ลดความเหลื่อมล้ำด้วยโอกาสทางการเรียนรู้: บทเรียนจาก Equity Partnership’s School Network</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘จากสนามฟุตบอลสู่สนามชีวิต’ ความฝันของเด็กอาจเริ่มจากสิ่งที่รัก และไปได้ไกล เมื่อผู้ใหญ่ช่วยให้มองเห็น “ทางไปต่อ” — ‘ซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-110926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-110926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 08:49:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรจักรวาลฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105551</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมฟุตบอลหนึ่งแมตช์ เปรียบได้กับเรื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110926/">‘จากสนามฟุตบอลสู่สนามชีวิต’ ความฝันของเด็กอาจเริ่มจากสิ่งที่รัก และไปได้ไกล เมื่อผู้ใหญ่ช่วยให้มองเห็น “ทางไปต่อ” — ‘ซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมฟุตบอลหนึ่งแมตช์ เปรียบได้กับเรื่องราวในสนามชีวิตของคนทุกคน ที่ต้องอุทิศตัวฝึกฝน มีวินัย ตั้งเป้าหมาย ลงไปต่อสู้ พยายามข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และนับครั้งไม่ถ้วนต้องพบความพ่ายแพ้ผิดหวัง ซึ่งคือบทเรียนล้ำค่าให้กลับไปพัฒนาตัวเอง แล้วลงสนามอีกครั้งด้วยความหวังว่า ครั้งต่อไปเราจะทำได้ดีกว่าเดิม</em></p>



<p>สำหรับ <strong>‘ซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</strong> อดีตนักฟุตบอลและหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ Liverpool FC International Academy Thailand และประธานมูลนิธิซิโก้ ฟุตบอลกับชีวิตจึงแทบไม่เคยแยกออกจากกัน</p>



<p>หลายสิบปีในโลกฟุตบอล ตั้งแต่เด็กชายที่วิ่งไล่ลูกบอลอยู่ในสนามโรงเรียน นักฟุตบอลเยาวชนจากขอนแก่น กองหน้าทีมชาติ นักฟุตบอลอาชีพในต่างแดน จนถึงวันที่เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ฝึกสอน ทำให้เขามองเห็นว่า สิ่งที่ฟุตบอลมอบให้คนคนหนึ่งไม่ได้มีเพียงทักษะในการเล่นกีฬา แต่ยังมีวินัย การเรียนรู้ ความพยายาม ความล้มเหลว และความสามารถที่จะลุกขึ้นเริ่มต้นใหม่</p>



<p>เรื่องราวเหล่านี้ถูกนำกลับมาเล่าอีกครั้งต่อหน้าคุณครู ผู้บริหารโรงเรียน เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก โค้ช และผู้แทนสโมสรฟุตบอลท้องถิ่น ในการประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’ ครั้งที่ 1 ซึ่ง กสศ. และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกันพัฒนา เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่มี “ฟุตบอลเป็นฐาน” และเตรียมนำไปสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา</p>



<p>คำถามสำคัญของวันนั้นจึงไม่ใช่เพียงว่า <strong><em>เราจะสร้างนักฟุตบอลที่เก่งขึ้นได้อย่างไร</em></strong><em> </em>แต่คือ <strong><em>ฟุตบอลจะพาเด็กคนหนึ่งไปเรียนรู้อะไรได้บ้าง และจะเชื่อมสิ่งที่เขารักไปสู่ทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต การศึกษา หรือแม้กระทั่งอาชีพในอนาคตได้อย่างไร</em></strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-2.jpg" alt="" class="wp-image-105574" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนที่ 1: ‘ยกสิ่งที่รักเป็นเป้าหมายความฝัน ทำให้ตัวเองเชื่อว่าเป็นไปได้’</strong></h3>



<p>ก่อนจะมีคำว่า <strong>“ซิโก้”</strong> ก่อนเสื้อทีมชาติ และก่อนผู้คนทั้งประเทศจะรู้จักชื่อ<strong>เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</strong> เขาก็เป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่งที่ชอบเตะฟุตบอล</p>



<p>ความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพและติดทีมชาติอาจไม่ต่างจากเด็กอีกมากมาย สิ่งที่ต่างออกไปคือ เขามองเห็นเป้าหมายนั้นค่อนข้างเร็ว และเมื่อมองเห็นแล้ว ชีวิตในแต่ละวันก็ค่อย ๆ ถูกจัดวางให้เข้าใกล้มันทีละน้อย</p>



<p>จากเตะฟุตบอลเล่นในสนามโรงเรียน เป้าหมายแรกคือการเป็นตัวแทนโรงเรียน จากนั้นจึงขยับไปสู่ระดับจังหวัด และค่อย ๆ มองไกลออกไปกว่านั้น</p>



<p>ตลอดเส้นทางคือการฝึกฝนตัวเองอย่างหนักและมีเป้าหมายตั้งแต่อายุราว 8 ขวบ กับการพัฒนาทักษะทั้งวิ่งระยะสั้น เล่นตะกร้อ และเล่นฟุตบอลไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการฝึกในสิ่งที่ทำได้ดี แต่คือการจัดการกับจุดอ่อนของตัวเอง ฝึกใช้เท้าทั้งสองข้างให้ใกล้เคียงกัน และสร้างร่างกายให้แข็งแรงเพื่อชดเชยรูปร่างที่ไม่ได้ใหญ่โตเมื่อเทียบกับนักฟุตบอลคนอื่น&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-2.jpg" alt="" class="wp-image-105573" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในช่วง ป.3 เด็กชายเกียรติศักดิ์ได้พบกับคุณครูพละคนหนึ่ง ผู้ไม่ได้เพียงสอนวิธีเล่นฟุตบอล แต่ยังได้มอบคติประจำใจไว้กับเขาจนถึงวันนี้ว่า ทักษะและเทคนิคไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราทำได้ครั้งหนึ่ง แต่เกิดจากการทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก จนวันหนึ่งร่างกายจดจำและหยิบมันออกมาใช้ได้โดยแทบไม่ต้องคิด </p>



<p>“ผมซ้อมที่โรงเรียนกับครู เสร็จแล้วกลับมาซ้อมต่อที่บ้านด้วยตัวเอง พยายามให้ร่างกายซึมซับเทคนิคการเล่นฟุตบอลให้มากที่สุด พร้อม ๆ กันก็ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งทนทานด้วยการวิ่งทุกวัน ทำจนเป็นวินัยประจำตัว ทำจนแน่ใจว่าตัวเราพร้อมที่จะตั้งเป้าหมายความฝันจากสิ่งที่รัก และเชื่อจริง ๆ ว่าจะมีเส้นทางไปต่อได้</p>



<p>“&#8230;แล้ววันหนึ่งที่โอกาสดี ๆ ผ่านมาถึง ถ้าร่างกายเราพร้อม ใจเราก็จะพร้อม เราจะเชื่อว่าตัวเองทำได้ และใช้โอกาสที่ได้มาอย่างคุ้มค่า”      </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนที่ 2: ‘การศึกษาคืออีกหนึ่งบานประตูโอกาส’</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-3.jpg" alt="" class="wp-image-105572" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อการฝึกซ้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จากเด็กที่เคยเตะฟุตบอลในโรงเรียนก็ค่อย ๆ ขยับเป็นตัวแทนจังหวัด ก่อนจะได้ลงสนามไปเฉิดฉายในเวทีระดับประเทศ สนามที่ใหญ่ขึ้นทำให้ความมั่นใจของเด็กจากต่างจังหวัดคนหนึ่งเติบโตขึ้นตามไปด้วย จนกล้ามองเป้าหมายใหญ่กว่าเดิม</p>



<p><strong>เขาอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และอยากติดทีมชาติไทย</strong></p>



<p>หลายปีของการฝึกฝนพาเด็กหนุ่มจากขอนแก่นเข้าสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ ก่อนจะติดทีมชาติไทย และสร้างชื่อในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ประเทศสิงคโปร์ พ.ศ. 2536</p>



<p>หลังจากนั้นชื่อ <strong>เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</strong> ยืนระยะอยู่บนฟุตบอลระดับสูงต่อเนื่องเกือบสองทศวรรษ ทั้งในฐานะศูนย์หน้าและกัปตันทีมชาติไทย รวมถึงเส้นทางฟุตบอลอาชีพกับสโมสรในหลายประเทศ ตั้งแต่อาเซียนไปจนถึงช่วงเวลาหนึ่งกับสโมสรฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ ประเทศอังกฤษ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-3.jpg" alt="" class="wp-image-105571" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เด็กน้อยคนนั้นที่เคยวิ่งไล่ลูกฟุตบอลอยู่ในสนามโรงเรียน เดินทางมาไกลจนถึงความฝันที่ครั้งหนึ่งเคยวางไว้ กระทั่งวันหนึ่ง เขาตัดสินใจแขวนสตั๊ด และเดินออกจากสนามในฐานะ “ผู้เล่น” เพื่อเริ่มต้นชีวิตอีกบทในฐานะ “ผู้ฝึกสอน” แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยจบลงพร้อมอาชีพนักฟุตบอล นั่นคือการฝึกฝนตัวเอง</p>



<p>“สำหรับผมฟุตบอลคือการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน บทเรียนจากชีวิตนักฟุตบอลของซิโก้ จึงน่าจะเป็นเรื่องการบ่มเพาะวินัยให้เป็นเรื่องสำคัญของชีวิต พร้อมกันคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา ซึ่งแนวทางนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกเส้นทางอาชีพ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-4.jpg" alt="" class="wp-image-105570" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ทว่าในช่วงเวลาเดียวกับที่ฟุตบอลกำลังพาเขาเดินทางไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งที่ซิโก้ไม่เคยยอมปล่อยมือ นั่นคือ <strong>การศึกษา </strong>เขาเรียกมันว่า <strong>“ความรับผิดชอบที่ทิ้งไม่ได้”</strong></p>



<p>ตลอดชีวิตนักฟุตบอล เขาจึงมีอีกบทบาทดำเนินคู่กันไปเสมอ คือการเป็นนักเรียนและนักศึกษา ไม่ใช่เพียงเพื่อประคองตัวเองให้อยู่ในระบบ แต่เพราะเชื่อตั้งแต่ต้นว่า <strong>การศึกษาคืออีกหนึ่งประตูที่จะเปิดไปสู่โอกาสที่ฟุตบอลเพียงอย่างเดียวอาจพาไปไม่ถึง</strong></p>



<p>“การเรียนหนังสืออยู่ในทุกแผนอนาคตที่ผมวางไว้ ตั้งแต่รู้ว่าอยากเป็นนักฟุตบอล ก็ตั้งใจจะเรียนไปด้วย แล้วยังบอกตัวเองว่าต้องเรียนให้ดี เพราะผมเชื่อว่าทั้งฟุตบอลและการเรียนไม่ได้เป็นเส้นทางคู่ขนานที่ต้องเลือก แต่จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้กลับเสริมส่งกัน หมายถึงถ้าเราเล่นฟุตบอลได้ดี ก็จะมีทุนการศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ยื่นเข้ามา หรือหากได้เรียนสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านฟุตบอล เราก็จะยิ่งมีโอกาสได้แสดงความสามารถให้ไปเข้าตาสโมสรระดับอาชีพ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-4.jpg" alt="" class="wp-image-105569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนที่ 3: ‘โค้ช-ครู-ผู้ปกครอง &#8230;ผู้นำทางของทุก ๆ ความฝัน’</strong></h3>



<p>การแขวนสตั๊ดอาจหมายถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตนักฟุตบอล แต่สำหรับซิโก้ มันกลับเป็นการเริ่มต้นเป็น <strong>“นักเรียน”</strong> อีกครั้ง ชื่อเสียงในฐานะอดีตกัปตันทีมชาติไม่ได้ทำให้เขาข้ามขั้นตอนของการเป็นผู้ฝึกสอนได้</p>



<p>เมื่อเลือกจะเดินบนเส้นทางโค้ช เขาต้องกลับเข้าไปนั่งในห้องเรียน เข้าอบรม สอบ และเรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากการเป็นนักฟุตบอลแทบทั้งหมด ก่อนจะเดินไปจนสุดเส้นทางการศึกษาด้านผู้ฝึกสอน ด้วยการสำเร็จหลักสูตร AFC ‘Pro’ Diploma หรือโปรไลเซนส์ ประกาศนียบัตรผู้ฝึกสอนฟุตบอลระดับสูงสุดของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ซึ่งเป็นใบเบิกทางให้ทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนได้ในฟุตบอลระดับสูงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ</p>



<p>นับจาก พ.ศ. 2549 เมื่อเริ่มงานผู้ฝึกสอนกับสโมสรฮอง อันห์ ยาลาย ประเทศเวียดนาม เส้นทางของโค้ชซิโก้ค่อย ๆ เดินต่อมาจนถึงการคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ พาทีมคว้าแชมป์อาเซียน และผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ช่วงเวลานั้นได้รับการกล่าวถึงว่าคือ <strong>‘ประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่ฟุตบอลทีมชาติไทยได้รับความนิยมจากคนในประเทศสูงที่สุด’ </strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เกือบ 20 ปีในบทบาทผู้ฝึกสอน&nbsp; จาก ‘ผู้เล่น’ เปลี่ยนเป็น ‘โค้ชผู้นำทาง’ ไม่ได้เปลี่ยนเพียงตำแหน่งข้างสนาม สายตาที่ครั้งหนึ่งเคยจับจ้องอยู่กับเกมและเส้นทางของตัวเอง ต้องมองให้กว้างออกไปกว่าเดิม&nbsp;</p>



<p>จากสนามชีวิตของคนคนเดียว กลายเป็นสนามชีวิตของผู้เล่นอีกนับสิบ นับร้อยคน จากการรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง กลายเป็นการแบกรับความหวังของทีม และในบางช่วงเวลา ต้องแบกรับความกดดันจากความคาดหวังของคนเรือนล้านในประเทศไว้บนบ่า</p>



<p>ประสบการณ์เหล่านี้เองที่ทำให้โค้ชซิโก้ค่อย ๆ เข้าใจอีกด้านหนึ่งของความสำเร็จว่า เบื้องหลังคนคนหนึ่งที่เดินไปถึงเป้าหมาย มักมีใครอีกหลายคนช่วยให้เขามองเห็นเส้นทางตั้งแต่วันที่ยังไปไม่ถึงไหน ‘ในทุกความสำเร็จของใครคนหนึ่ง’ จำต้องมี <strong>ครู-โค้ช</strong> เป็นผู้ชี้ทางให้มองเห็นทั้งจักรวาลฟุตบอล และเมื่อมองย้อนกลับไป เขาก็พบคนเหล่านั้นอยู่ในชีวิตตัวเองเช่นกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-4.jpg" alt="" class="wp-image-105568" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สายตาของโค้ชซิโก้ ย้อนมองกลับไปยังเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนนั้นที่เตะฟุตบอลเล่นในสนามโรงเรียนอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ได้มองเห็นเพียงความฝันของเด็กคนเดียวอีกต่อไป เขามองเห็น <strong>“ครอบครัว”</strong> ที่พ่อแม่สนับสนุนให้ลูกได้เล่นกีฬา <strong>“ทุนตั้งต้น”</strong> ที่ทำให้ความรักมีพื้นที่เติบโต มองเห็น “<strong>คุณครูพละ”</strong> ผู้ช่วยเปลี่ยนความชอบให้มีทิศทาง สอนทักษะ บ่มวินัย และพาเด็กคนหนึ่งออกไปพบกับโอกาส ในยุคที่ยังไม่มีศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนมากมาย ไม่มีหลักสูตร และแทบไม่มีแผนที่บอกเด็กคนหนึ่งว่า <strong>หากรักฟุตบอลแล้ว เขาจะเดินไปทางไหนต่อได้บ้าง</strong></p>



<p>“เกินครึ่งของนักกีฬาทีมชาติในประเทศของเรา ถูกสร้างขึ้นโดยครูพละ พวกเขาคือคนแรก ๆ ที่เปลี่ยนเด็กคนหนึ่งให้มีความรู้ มีทักษะ มีวินัย และพาไปหาโอกาส พวกเขาเป็นครูในเวลา เป็นโค้ชนอกเวลา ทุกวันหลังงานสอน คุณครูเหล่านี้จะอยู่ดูแลเด็ก ๆ ฝึกซ้อม กว่าจะเสร็จก็ดึกดื่น นี่คือสิ่งที่ผมเห็นตั้งแต่เด็กจนผ่านมาหลายสิบปีก็ยังเป็นอย่างนั้น”&nbsp;</p>



<p>ตัวเขาเองก็คือเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งที่เคยฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ และเมื่อมองย้อนกลับไป ซิโก้เชื่อว่า คงยากที่จะเดินไปถึงปลายทางนั้น หากวันหนึ่งไม่มีครูคนหนึ่งมองเห็น คอยขัดเกลา และช่วยผลักให้เขาเข้าใกล้โอกาสทีละก้าว</p>



<p>เรื่องที่เขากำลังเล่าจึงไม่ใช่เรื่องของ <strong>“ซิโก้” </strong>เพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่เป็นสารที่ส่งไปยังคุณครู ผู้บริหารโรงเรียน เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก โค้ช และผู้แทนสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นที่นั่งอยู่ตรงหน้า กลุ่มผู้ใหญ่ที่กำลังจะมีส่วนช่วยกันสร้าง <strong>“ทางไปต่อ”</strong> ให้กับเด็กอีกจำนวนมาก เมื่อหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่นที่มีฟุตบอลเป็นฐานเริ่มเดินเข้าสู่สถานศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-3.jpg" alt="" class="wp-image-105567" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป: ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’  </strong><br><strong>ถ้าโอกาสติดทีมชาติคือหนึ่งในล้าน จะสร้างบทเรียนยังไงให้เด็กอีกเก้าแสนกว่าที่ก็รักฟุตบอลไม่แพ้กันยังมีที่ยืน </strong></h3>



<p>เพราะในความเป็นจริง ไม่ใช่เด็กทุกคนที่รักฟุตบอลจะเติบโตไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ ตัวเลขที่ใช้เป็นหนึ่งในจุดตั้งต้นของ <a href="https://www.eef.or.th/flexible-learning-football/"><strong>จักรวาลวิทยาฟุตบอล</strong></a> ชี้ให้เห็นว่า มีเพียงประมาณ <strong>1 ใน 22,800 คน หรือ 0.0044% ของประชากรไทย</strong> ที่มีอาชีพเป็นนักฟุตบอล และหากเทียบเฉพาะประชากรวัยแรงงานราว 40 ล้านคน นักฟุตบอลอาชีพจะมีสัดส่วนเพียงประมาณ <strong>0.0072%</strong></p>



<p><em>*คำนวณจากจำนวนประชากร พ.ศ. 2568 จำนวน 65,809,011 คน เทียบกับนักฟุตบอลที่ลงทะเบียนอาชีพในระบบลีกไทย 103 ทีม รวม 2,884 คน</em></p>



<p>ตัวเลขนี้บอกถึงอัตราการแข่งขันที่สูงลิ่วของเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันกำลังตั้งคำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องการแข่งขันว่า <strong>แล้วเด็กอีกจำนวนมากที่รักฟุตบอลไม่แพ้กัน จะเอาความรักนั้นไปไว้ที่ไหน</strong></p>



<p>ถ้าปลายทางที่พวกเขามองเห็นมีเพียงการเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ คนที่ไปไม่ถึงจะเหลือเส้นทางอะไรให้เดินต่อ</p>



<p>นี่จึงเป็นหัวใจของ <strong>‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’</strong> การชวนกันมองฟุตบอลให้กว้างออกไปนอกเส้นสนาม ไม่ใช่คัดเลือกเฉพาะเด็กที่เตะบอลเก่งที่สุดแล้วพาไปให้ถึงอาชีพ แต่ทำให้เด็กทุกคนที่รักฟุตบอลมองเห็นว่า รอบลูกฟุตบอลหนึ่งลูกยังมีความรู้ ทักษะ และอาชีพอีกมากมายรายล้อมอยู่</p>



<p><strong>“ถ้าสมมติโอกาสติดทีมชาติคือหนึ่งในล้าน เราก็จะมาสร้างบทเรียนไปด้วยกันว่า เด็กอีกเก้าแสนคนที่ก็รักฟุตบอลไม่แพ้กัน เขาจะยังอยู่กับฟุตบอลและไปต่อได้อย่างไร”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/11-1.jpg" alt="" class="wp-image-105575" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/11-1.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/11-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เรื่องราวของเด็กชายที่เคยวิ่งไล่ลูกฟุตบอลในสนามโรงเรียนเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงเดินทางกลับมาบรรจบกับเด็กอีกมากมายในวันนี้ เพียงแต่ครั้งนี้ <strong>“ซิโก้”</strong> ไม่ได้ยืนอยู่ในฐานะเด็กที่กำลังมองหาทางไปต่ออีกแล้ว</p>



<p>เขายืนอยู่ในฝั่งของผู้ใหญ่</p>



<p>ผู้ใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยมีครอบครัวคอยสนับสนุน มีครูพละช่วยมองเห็นศักยภาพ มีการศึกษาเปิดประตู และมีฟุตบอลพาไปพบกับโอกาส จึงกำลังชวนผู้ใหญ่คนอื่น ๆ กลับมาทำสิ่งเดียวกันให้กับเด็กอีกจำนวนมาก</p>



<p>“พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ และหลายคนเคยเป็นเด็กที่รักฟุตบอลกันมาก่อน จะต้องเอาประสบการณ์ความรู้ มาช่วยกันวางกรอบเส้นทาง เพื่อไม่ให้มีใครตกหล่นหายไประหว่างทาง&nbsp;</p>



<p>“ไม่ว่าเขาจะเล่นฟุตบอลเก่งหรือไม่ เขาต้องได้เรียนรู้ว่า ความรักฟุตบอลเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ เป็นเครื่องมือเรียนรู้ได้ และพาคนที่หลุดจากโรงเรียนไปแล้วกลับมามีเส้นทางเรียนรู้ที่เหมาะสมได้ ด้วยหัวใจของหลักสูตร ที่จะเผยให้เห็นว่าในจักรวาลของฟุตบอล มีเส้นทางอาชีพหรือเส้นทางชีวิตอยู่มากมายแค่ไหน ที่แต่ละคนจะเลือกเดินไปได้”</p>



<p>เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความฝันของเด็กคนหนึ่งอาจเริ่มต้นง่าย ๆ จากสิ่งที่เขารัก สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การบอกเด็กทุกคนว่า<strong>เขาต้องไปให้ถึงปลายทางเดียวกัน </strong>แต่คือการทำให้เขามองเห็นว่าจากจุดที่ยืนอยู่วันนี้ <strong>ยังมี “ทางไปต่อ” อีกมากกว่าหนึ่งทางเสมอ</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-5.jpg" alt="" class="wp-image-105566" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-4.jpg" alt="" class="wp-image-105565" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>เรียบเรียงจากบทเรียนและประสบการณ์บนเส้นทางฟุตบอล โดย ‘ซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จากการประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’ ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ วันที่ 4 กันยายน 2569 </strong><a href="https://www.eef.or.th/news-080926/"><strong>คลิก</strong></a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-110926/">‘จากสนามฟุตบอลสู่สนามชีวิต’ ความฝันของเด็กอาจเริ่มจากสิ่งที่รัก และไปได้ไกล เมื่อผู้ใหญ่ช่วยให้มองเห็น “ทางไปต่อ” — ‘ซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. และภาคี คว้า ‘รางวัลเลิศรัฐ 2569’ ผลงานบูรณาการข้อมูลดิจิทัล ‘Thailand Zero Dropout’ มุ่งสู่เป้าหมายลดเด็กนอกระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-100926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-100926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Sep 2026 12:27:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลเลิศรัฐ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105528</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมภาคีเครือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-100926/">กสศ. และภาคี คว้า ‘รางวัลเลิศรัฐ 2569’ ผลงานบูรณาการข้อมูลดิจิทัล ‘Thailand Zero Dropout’ มุ่งสู่เป้าหมายลดเด็กนอกระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมภาคีเครือข่าย <strong>รับ “รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569” ด้านบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทบูรณาการข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล</strong> จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จากผลงาน <strong>“Thailand Zero Dropout (TZD): การบูรณาการข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์”</strong> ตอกย้ำพลังความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาให้ได้รับโอกาสกลับเข้าสู่การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละคน</p>



<p>โดยทำงานการบูรณาการฐานข้อมูลดิจิทัลร่วมกันกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร</strong> <strong>ฯลฯ</strong> เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเด็กและเยาวชนจากฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถระบุตัวตนและติดตามเด็กที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ก่อนนำข้อมูลไปสู่การช่วยเหลือในระดับพื้นที่อย่างตรงจุดและยั่งยืน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-05.jpg" alt="" class="wp-image-105536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>รางวัลเลิศรัฐถือเป็นรางวัลเกียรติยศที่มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชน โดยพิธีมอบรางวัลประจำปี 2569 จัดขึ้นเมื่อวันที่ <strong>10 กันยายน 2569 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี</strong> โดยมี <strong>นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี</strong> เป็นประธานในพิธี</p>



<p>ทั้งนี้ ผู้แทนจากจาก 5 หน่วยงานร่วมขึ้นรับรางวัล ประกอบด้วย <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) <strong>นายอิทธิกร ช่างสากล</strong> ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระบบสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ <strong>นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร</strong> รองปลัดกระทรวงมหาดไทย <strong>นางเตือนใจ คงสมบัติ</strong> รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ <strong>นางสมฤดี ลันสุชีพ</strong> รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-08.jpg" alt="" class="wp-image-105537" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-07.jpg" alt="" class="wp-image-105538" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี</figcaption></figure></div>


<p><br></p>



<p><strong>นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี</strong> กล่าวว่า รางวัลเลิศรัฐเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่มุ่งมั่นปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยในปีนี้มีผลงานส่งเข้ารับการพิจารณามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง <strong>2,030 ผลงาน</strong> และมีผลงานผ่านการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลเพียง <strong>250 รางวัล</strong></p>



<p>รองนายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่า ภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงเป้าหมาย โดยประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิก <strong>OECD</strong> เพื่อยกระดับโครงสร้าง วิธีคิด และวิธีทำงานของภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่กับการเข้าร่วม <strong>Open Government Partnership</strong> เพื่อส่งเสริมภาครัฐที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ (Trust in Government)</p>



<p>ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่<strong>ภาครัฐดิจิทัลแบบไร้รอยต่อ</strong> จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Big data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อยกระดับการทำงานของภาครัฐจากการแก้ปัญหาเชิงรับ ไปสู่การมองเห็นปัญหาและให้ความช่วยเหลือประชาชนในเชิงรุก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-04.jpg" alt="" class="wp-image-105539" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สำหรับ <strong>Thailand Zero Dropout</strong> การบูรณาการข้อมูลไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้ภาครัฐ “รู้จำนวน” เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา แต่คือการทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถ <strong>มองเห็นว่าเด็กแต่ละคนคือใคร อยู่ที่ไหน กำลังเผชิญข้อจำกัดอะไร และควรได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบใด</strong> เพื่อเปลี่ยนข้อมูลระดับประเทศให้กลายเป็นการช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่</p>



<p>การได้รับรางวัลเลิศรัฐครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของความร่วมมือในการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout โดย กสศ. และภาคีเครือข่ายจะเดินหน้าพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลและกลไกความร่วมมือ เพื่อให้การค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนมีความแม่นยำและต่อเนื่องยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญ คือ <strong>ลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ และทำให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับชีวิตและศักยภาพของตนเอง</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-02.jpg" alt="" class="wp-image-105540" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0910_กสศ.-และ-4-ภาคี-คว้า-รางวัลเลิศรัฐ-2569-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div>


<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-7-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-105531" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-7-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-7-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-7-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-7-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-7-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-7-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-7.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-100926/">กสศ. และภาคี คว้า ‘รางวัลเลิศรัฐ 2569’ ผลงานบูรณาการข้อมูลดิจิทัล ‘Thailand Zero Dropout’ มุ่งสู่เป้าหมายลดเด็กนอกระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.-สมาคมฟุตบอลฯ ผนึกพลังครู–ผู้บริหาร เดินหน้าหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-080926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-080926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2026 07:31:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรจักรวาลฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105386</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือสมาคมกีฬ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-080926/">กสศ.-สมาคมฟุตบอลฯ ผนึกพลังครู–ผู้บริหาร เดินหน้าหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เดินหน้าขยายผลหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น “จักรวาลวิทยาฟุตบอล” สู่สถานศึกษา ชวนครูและผู้บริหารมองฟุตบอลให้ไกลกว่าเกมการแข่งขัน ใช้ความชอบและความถนัดของผู้เรียนเป็นจุดตั้งต้น เชื่อมการเรียนรู้จากสนามสู่ทักษะชีวิต วิชาการ และโลกอาชีพ เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน และป้องกันไม่ให้ข้อจำกัดของระบบการศึกษากลายเป็นเหตุให้เด็กต้องหลุดออกจากการเรียนรู้</strong></p>



<p>โดยเมื่อวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ได้เปิด<strong>ประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น</strong> <strong>“จักรวาลวิทยาฟุตบอล” ครั้งที่ 1</strong> ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวต่อเนื่องหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กสศ. และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อขยายแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ <strong>“ฟุตบอลเป็นฐาน”</strong> ไปสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา โดยมีครูและผู้บริหารจาก 50 โรงเรียน เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก ตลอดจนโค้ชและผู้แทนสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 110 คน</p>



<p>หัวใจสำคัญคือการชวนผู้จัดการศึกษาเปลี่ยนคำถามจาก <strong>“เด็กจะปรับตัวเข้ากับการศึกษาอย่างไร” ไปสู่ “การศึกษาจะยืดหยุ่นเพื่อรองรับความสนใจ ศักยภาพ และเงื่อนไขชีวิตที่แตกต่างของเด็กแต่ละคนได้อย่างไร”</strong> โดยใช้โลกของฟุตบอลที่เด็กคุ้นเคยและสนใจเป็นพื้นที่เชื่อมโยงความรู้ทางวิชาการ ทักษะชีวิต ประสบการณ์จริง และเส้นทางอาชีพเข้าด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-3.jpg" alt="" class="wp-image-105408" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-3.jpg" alt="" class="wp-image-105411" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ภายในงาน <strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการบริหาร กสศ. <strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. <strong>คุณชมนพัฒน์ ปานวิไล</strong> ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. <strong>คุณกันตพล เลิศล้ำสกุลการ</strong> ผู้แทนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยคณะวิทยากรจากศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ร่วมถ่ายทอดแนวคิดเชิงนโยบายและแนวทางนำหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่นไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>อีกหนึ่งส่วนสำคัญของการประชุม คือการเปิดให้ครูและผู้บริหารได้เห็น <strong>“จักรวาล” ที่อยู่รอบฟุตบอล</strong> ผ่านประสบการณ์ของคนทำงานในวงการจริง และมองเห็นว่า สำหรับเด็กคนหนึ่งที่รักฟุตบอล ปลายทางไม่จำเป็นต้องมีเพียงการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-2.jpg" alt="" class="wp-image-105434" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</figcaption></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-4.jpg" alt="" class="wp-image-105410" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘โค้ชซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>‘โค้ชซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง</strong> อดีตกัปตันและหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ Liverpool FC International Academy Thailand และประธานมูลนิธิซิโก้ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์บนเส้นทางฟุตบอล ตั้งแต่การเป็นนักกีฬาจนถึงการทำงานระดับมืออาชีพ พร้อมแลกเปลี่ยนกับครูและผู้เข้าร่วมกิจกรรมถึงสิ่งที่เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านฟุตบอล</p>



<p>เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามไม่ได้มีเพียงทักษะการเล่น แต่ยังรวมถึง<strong>วินัย การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ ความเชื่อมั่น การตั้งเป้าหมาย และการรับมือกับความผิดหวัง</strong> ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ต่อในการเรียน การทำงาน และชีวิตจริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-1.jpg" alt="" class="wp-image-105415" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-1.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณวิศรุต สินพงศพร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>คุณวิศรุต สินพงศพร เจ้าของเพจ “วิเคราะห์บอลจริงจัง”</strong> สื่อมวลชนและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ชวนผู้เข้าร่วมมองออกไปนอกสนามว่า เบื้องหลังการแข่งขันฟุตบอลหนึ่งนัด ยังมีผู้คนและอาชีพอีกหลากหลายที่ทำให้โลกของฟุตบอลขับเคลื่อนไปได้</p>



<p>เด็กที่รักฟุตบอลจึงไม่จำเป็นต้องมีความฝันเป็นนักฟุตบอลอาชีพเพียงอย่างเดียว ความสนใจเดียวกันนี้ยังสามารถต่อยอดไปสู่การเป็น<strong>นักข่าว นักเขียน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพากย์ ผู้ดูแลสนาม ผู้จัดการทีม ผู้จัดการนักฟุตบอล เอเย่นต์ฟุตบอล ล่าม หรือนักออกแบบชุดแข่งขัน</strong> รวมถึงอาชีพใหม่ ๆ ที่เติบโตขึ้นพร้อมกับอุตสาหกรรมฟุตบอล</p>



<p>เมื่อมองฟุตบอลในลักษณะนี้ <strong>“ความชอบ” จึงสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้</strong> และนำมาออกแบบเป็นเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคลที่เชื่อมสิ่งที่เด็กสนใจเข้ากับความรู้ ทักษะ และอาชีพในอนาคตได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-1.jpg" alt="" class="wp-image-105417" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-1.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอลจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างทางเลือกทางการศึกษา ทั้งการป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้หลุดออกจากระบบ และการเปิดเส้นทางให้เด็กที่หลุดออกไปแล้วสามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้อีกครั้ง ผ่านการศึกษาที่ยืดหยุ่นซึ่งรองรับความชอบ ความสนใจ ความถนัด และเงื่อนไขชีวิตของผู้เรียนแต่ละคน</p>



<p>“การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กสศ. กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 บนความเข้าใจร่วมกันว่า องค์ประกอบของฟุตบอลสามารถพัฒนาเป็นหลักสูตรการศึกษาทางเลือก ที่ช่วยจุดประกายให้เด็กและเยาวชน สถานศึกษา ตลอดจนหน่วยจัดการเรียนรู้และผู้เกี่ยวข้องทุกระดับเห็นว่า ฟุตบอลเป็นได้มากกว่าความรักหรือความสนใจในช่วงวัยหนึ่ง แต่สามารถเชื่อมโยงไปสู่โอกาสต่าง ๆ ในชีวิตได้”</p>



<p>แนวคิดดังกล่าวจึงไม่ได้มุ่งสร้างนักฟุตบอลอาชีพให้กับเด็กทุกคน หากมุ่งใช้สิ่งที่เด็ก <strong>“รักและอยากเรียนรู้”</strong> เป็นประตูบานแรก ก่อนเชื่อมต่อไปยังองค์ความรู้และทักษะด้านอื่น ๆ เพื่อให้เด็กเห็นความหมายของการเรียนรู้และมองเห็นเส้นทางของตนเองชัดขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-2.jpg" alt="" class="wp-image-105418" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณชมนพัฒน์ ปานวิไล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>คุณชมนพัฒน์ ปานวิไล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.</strong> กล่าวว่า หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอลสะท้อนการออกแบบการเรียนรู้ที่ก้าวพ้นจากกรอบการแบ่งความรู้เป็นรายวิชาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเชื่อมการเรียนรู้เข้ากับชีวิตและเส้นทางอาชีพ ภายใต้แนวคิด <strong>“Anywhere Anytime”</strong> ที่เปิดให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงสามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานและการฝึกฝนในสิ่งที่ตนเองสนใจ</p>



<p>โครงสร้างของ <strong>“จักรวาลวิทยาฟุตบอล”</strong> จึงเริ่มต้นจากสนามฟุตบอลและเกมการแข่งขันเป็นจุดศูนย์กลาง ก่อนขยายออกไปสู่ 4 กลุ่มทักษะสำคัญ ได้แก่</p>



<ol>
<li><strong>ทักษะในสนามฟุตบอล</strong> ครอบคลุมบทบาทนักฟุตบอล ผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสิน</li>



<li><strong>ทักษะด้านการจัดการสปอนเซอร์และทรัพยากร</strong> ครอบคลุมการสร้างความร่วมมือและแรงสนับสนุนให้กิจกรรมหรือทีมสามารถดำเนินต่อไปได้</li>



<li><strong>ทักษะการสื่อสาร</strong> ครอบคลุมงานสื่อสารมวลชนและการผลิตเนื้อหาหลากหลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล</li>



<li><strong>ทักษะการบริหารสโมสร</strong> ตั้งแต่การจัดการทีม บุคลากร ไปจนถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทำให้สโมสรฟุตบอลสามารถดำเนินงานและเติบโตได้</li>
</ol>



<p>องค์ประกอบเหล่านี้สามารถนำมาออกแบบเป็นกิจกรรมและบทเรียนที่เชื่อมโยงความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จริงเข้าด้วยกัน โดยมีความสนใจของผู้เรียนเป็นจุดตั้งต้น และเปิดพื้นที่ให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้มากกว่าภายในห้องเรียนเพียงรูปแบบเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-3.jpg" alt="" class="wp-image-105421" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>คุณชมนพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดจักรวาลวิทยาฟุตบอลยังสอดคล้องกับนวัตกรรมการศึกษาที่ยืดหยุ่น <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> ที่ สพฐ. กำลังขับเคลื่อน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจัดการเรียนรู้ให้รองรับผู้เรียนที่มีบริบทและข้อจำกัดแตกต่างกัน และช่วยป้องกันหรือลดจำนวนเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>ขณะเดียวกัน การจัดการศึกษาผ่าน<strong>ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542</strong> ยังเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ผู้ปกครอง ชุมชน และบุคคล มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเดินต่อบนเส้นทางการศึกษาแบบเดิม</p>



<p>การขับเคลื่อน <strong>“จักรวาลวิทยาฟุตบอล”</strong> จึงเป็นมากกว่าการนำกีฬามาประกอบการเรียนการสอน แต่คือการขยายพื้นที่ของ <strong>“การศึกษา”</strong> ให้กว้างพอที่จะรองรับความแตกต่างของผู้เรียน และเชื่อมประสบการณ์จากสนาม ชุมชน และโลกการทำงานกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กแต่ละคนสามารถพัฒนาตนเองบนเส้นทางที่สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด และศักยภาพของตนเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-3.jpg" alt="" class="wp-image-105422" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-2.jpg" alt="" class="wp-image-105423" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-080926/">กสศ.-สมาคมฟุตบอลฯ ผนึกพลังครู–ผู้บริหาร เดินหน้าหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เชื่อมขบวนรถไฟแห่งโอกาสการศึกษาสู่การมีงานทำ’ ด้วยวงรอบ ‘นิเวศการเรียนรู้’ ที่พร้อมชวนผู้พิการออกมาใช้ชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-070926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-070926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 11:48:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[นิเวศการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ขบวนรถไฟแห่งโอกาสการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105315</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สังคมที่ปกติ คือสังคมที่เราต้องได้เห็นความแตกต่างหลากห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070926/">‘เชื่อมขบวนรถไฟแห่งโอกาสการศึกษาสู่การมีงานทำ’ ด้วยวงรอบ ‘นิเวศการเรียนรู้’ ที่พร้อมชวนผู้พิการออกมาใช้ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“สังคมที่ปกติ คือสังคมที่เราต้องได้เห็นความแตกต่างหลากหลายอยู่รอบ ๆ ตัว บนท้องถนน รถโดยสารสาธารณะ ร้านอาหาร ในโรงเรียน ในทุกที่ทำงาน ทุก ๆ ที่ควรมีคนทุกวัยทุกประเภท มีผู้พิการออกมาใช้ชีวิต ประกอบอาชีพมีรายได้ โดยไม่ต้องหลบอยู่แค่ในบ้าน</em></p>



<p><em>“&#8230;นั่นคือความหมายของสังคมเสมอภาค ที่จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อระบบถูกออกแบบให้เป็นคำตอบสำหรับชีวิตคนทุกกลุ่มจริง ๆ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</em></p>



<p><strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> กล่าวบนเวทีเสวนา <strong>‘ALL MEANS ALL’ Learning Ecosystem: รวมพลังสร้างนิเวศการเรียนรู้เพื่อทุกคน </strong>ที่จัดขึ้นในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นการสรุปให้เห็นภาพรวมจากวงพูดคุยร่วมกันหลายฝ่าย ตั้งแต่ภาครัฐ ชุมชน สถาบันการศึกษา ครอบครัว ผู้ประกอบการเอกชน ที่มาร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ บทเรียน ประสบการณ์ บนความพยายามสร้าง <strong>‘ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับผู้พิการ’</strong> ให้ครอบคลุมการเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน ความช่วยเหลือดูแลเฉพาะทาง การเข้าถึงการศึกษา ฝึกทักษะอาชีพ การเข้าสู่เส้นทางทำงาน และไม่จบลงแค่นั้น หากยังต้องกินความหมายถึงโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ หรือในชีวิตตามลำดับขั้น ทั้งไม่ลืมกางตาข่ายไว้รองรับ ในวันที่กลไกต่าง ๆ ในสังคมเปลี่ยนแปลงตามเวลา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01.jpg" alt="" class="wp-image-105330" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>‘เวทีแห่งนี้’ ได้เผยให้เห็นวงรอบของนิเวศเรียนรู้สำหรับผู้พิการ ซึ่งที่ผ่านมามีผลสำเร็จจับต้องได้ของหลายฝ่าย อาทิ การรวมกลุ่มผู้ปกครองผู้พิการ ที่นำไปสู่การจัดตั้งศูนย์การเรียนเพื่อจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้ ที่สร้างความเข้าใจและทลายกำแพงทัศนคติในชุมชน จนเกิดการอยู่ร่วม ดูแล และสนับสนุนการเรียนรู้สู่การทำงานของผู้พิการในพื้นที่ ตลอดจนสถาบันการศึกษาผู้ผลิตครูการศึกษาพิเศษ ที่เข้าไปจับมือกับสถาบันอาชีวศึกษา จนเกิด <strong>‘เส้นทางเรียนรู้สายอาชีพ’</strong> บ่มเพาะเยาวชนผู้พิการจนมีทักษะทำงานขั้นสูง และเชื่อมต่อถึงตำแหน่งงานในสถานประกอบการภาคเอกชน ซึ่งไม่เพียงตั้งรับ หากยังยื่นมือเข้ามาช่วยพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้พื้นที่ตลาดแรงงานพร้อมรองรับผู้พิการรุ่นใหม่ ๆ ทุกปี</p>



<p>ผอ.สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่า ความร่วมมือจากทุกทิศทางนี้เปรียบได้กับ ‘โบกี้รถไฟ’ ที่เชื่อมต่อกันจนเป็น ‘ขบวนรถไฟ’ ที่มีความหมายประหนึ่ง <strong>‘หลักประกันโอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้พิการ’</strong> โดยเมื่อทุกฝ่ายยึดเป็นวาระทางสังคม ความรู้ ข้อมูล ความชำนาญเฉพาะทาง หรือบทเรียนการทำงานต่างสถานการณ์และข้อจำกัด ก็หลั่งไหลมาร้อยเรียง จนภาพของนิเวศการเรียนรู้สู่การทำงาน หรือการออกมาใช้ชีวิตของผู้พิการ ปรากฏ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์.jpg" alt="" class="wp-image-105331" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ณ จุดเริ่มต้น ก่อนที่หนึ่งโบกี้จะแข็งแรงพร้อมเชื่อมประกอบเป็นขบวนรถไฟ คุณธันว์ธิดา บอกว่าสิ่งสำคัญอันเป็นรากฐาน ซึ่งอาจเปรียบได้กับ ‘รางรถไฟ’ คือการส่งต่อของทัศนคติ ให้ ‘สังคม’ รับรู้ มองเห็น และยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย หรือคือหลักคิดของการอยู่ร่วมกัน ที่ว่า ‘ทุกคนในสังคมล้วนขาดพร่องและมีความต้องการไม่เหมือนกัน’</p>



<p>“เมื่อพูดถึงความหลากหลาย เราต้องมองในมิติที่ว่าคนทุกคนมีส่วนที่ขาด ไม่ว่าตั้งแต่จุดเริ่มต้น หรือประสบเหตุใดก็ตามจนชีวิตเปลี่ยนแปลง ดังนั้นสังคมจึงต้องมีหลักประกันโอกาส ไม่ว่าด้านสุขภาพ การศึกษา พื้นที่พัฒนาศักยภาพสู่การมีงานมีอาชีพ ซึ่งทัศนคติเช่นนี้เอง ที่จะพาไปถึงการออกแบบโครงสร้างของสังคมเสมอภาค</p>



<p>“ส่วนสิ่งที่จะมาสนับสนุนต่อจากทัศนคติที่ส่งออกไป คือความร่วมมือ ที่ทุกฝ่ายต้องแบ่งปันและคิดว่าคือการทำงานร่วมกัน บนเป้าหมายร่วม คือค้นหารวบรวมข้อมูลของผู้พิการทุกคนทุกช่วงวัย จากทุกชุมชน จากบ้านทุกหลัง แล้วจึงร่วมกันมองถึงความเป็นไปได้ในการออกแบบการดูแลช่วยเหลือ และส่งต่อถึงเส้นทางการศึกษา ฝึกทักษะ และการมีอาชีพ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>จากรางรถไฟกำหนดเส้นทาง ขยับมาดูโบกี้เล็ก ๆ ที่เป็นพื้นที่แรกเริ่มของผู้พิการคนหนึ่ง คือ ‘ครอบครัว’ โดย <strong>คุณพิมพ์ใจ พันวินิต ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนปัญญ์ฟาร์มสุข </strong>กล่าวว่า ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลอาจเป็นเพียงหน่วยเล็ก ๆ แต่ถือว่ามีบทบาทสำคัญที่สุดสำหรับผู้พิการ เพราะคือคนที่รู้ถึงขีดความสามารถและข้อจำกัด อันจะเป็นต้นทุนของการจัดการเรียนรู้ หรือส่งเสริมพัฒนาการที่ตรงจุด &nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp;</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02.jpg" alt="" class="wp-image-105332" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>คุณพิมพ์ใจถ่ายทอดประสบการณ์ในฐานะผู้ปกครอง และเป็นแกนเชื่อมกลุ่มผู้ปกครองจัดตั้งศูนย์การเรียน เพื่อจัดการเรียนรู้สำหรับผู้พิการในชื่อ ‘ศูนย์การเรียนปัญญ์ฟาร์มสุข’ ว่า “พื้นฐานความสนใจ ความถนัด และข้อจำกัดของผู้พิการแต่ละคน คือกุญแจที่จะไขไปสู่การจัดการเรียนรู้ที่เป็นไปได้ ศูนย์การเรียนปัญญ์ความสุขจึงพยายามสร้างพื้นที่เรียนรู้บนความเชื่อว่า ผู้พิการทุกช่วงวัยเรียนรู้ร่วมกันได้ หากจัดพื้นที่เหมาะสม สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองทุกคนเชื่อว่าตนเป็นครูได้ และมีแผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคลที่แข็งแรงพอ  </p>



<p>“หลักสำคัญคือผู้ปกครองต้องหมั่นสังเกต ทำความเข้าใจ และเชื่อมต่อทำงานกับสหวิชาชีพเช่นแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดได้ ในการประเมินศักยภาพและข้อจำกัด จากนั้นจึงสามารถร่าง ‘แผนการศึกษารายบุคคล’ (IEP) ที่ครอบคลุมเรื่องการส่งเสริมจุดเด่นของผู้เรียน การพัฒนาทักษะสังคม การเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ จนถึงรายละเอียดการจัดพื้นที่เรียนรู้ ให้เหมาะสม ปลอดภัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต.jpg" alt="" class="wp-image-105333" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/พิมพ์ใจ-พันวินิต-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณพิมพ์ใจ พันวินิต</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ผอ.ศูนย์การเรียนปัญญ์ความสุข พูดถึงบทเรียนจากการรวมกันเป็นเครือข่ายผู้ปกครองผู้พิการ ที่ช่วยให้ครอบครัวสามารถมองเห็นเป้าหมายเป็นลำดับ ตั้งแต่การร่วมส่งต่อความรู้ เป็นพื้นที่ของความเข้าใจ กำลังใจ และเป็น ‘ผนังพิง’ ให้ผู้ปกครองที่ยังมองไม่เห็นทาง เข้าถึงแนวทางจัดการศึกษาและกระตุ้นพัฒนาการ บนฐานความเชื่อมั่นว่า ‘ผู้ปกครองสามารถเป็นคนแรกที่จะออกแบบการเรียนรู้ได้ โดยมีพื้นที่กิจกรรมเล็ก ๆ ในครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้น’&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ต่อด้วย <strong>คุณมะโนลา พึ่งอำนวย ประธานชมรมเพื่อคนพิการจังหวัดเลย </strong>ที่เล่าถึงการสร้างนิเวศการเรียนรู้ในชุมชนสำหรับผู้พิการ โดยยึดหลักการรับฟัง ทำความเข้าใจ หรือคำนึงถึง ‘ความต้องการของผู้เรียนรู้’ เป็นตัวตั้ง ก่อนจะวางแผนต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้พิการนำทักษะจากการอบรมไปใช้สร้างอาชีพได้จริง มีตลาดรองรับ ขณะที่การส่งต่อทัศนคติถึงสังคมจำเป็นต้องย้ำสารกับทุกฝ่าย ทั้งเพื่อนบ้าน ตลาด ร้านค้า โรงเรียน จนถึงสถานที่ทำงาน เพื่อให้เกิดการยอมรับ เชื่อมั่นและให้โอกาส ทั้งต้องไม่ละเลยเรื่องการปรับสถานที่ เช่นห้องน้ำ ทางเดิน และเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต และการทำงานของผู้พิการ แล้วเมื่อนั้น ‘การอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างหลากหลายจึงเป็นไปได้’&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“การพาผู้พิการคนหนึ่งไปถึงโอกาส ไม่ใช่แค่การคิดถึงการพาไปเรียน พาไปมีอาชีพ แต่ทุกคนในสังคมแวดล้อมต้องรับรู้ถึงการมีอยู่ ข้อจำกัด และศักยภาพของเขา ถ้าทำได้ เราถึงพูดได้ว่าสำเร็จแล้วในการสร้างสังคมเสมอภาค เพราะที่ตรงนั้น ผู้พิการจะรู้สึกมีตัวตน ได้ออกมาใช้ชีวิต หรือรู้สึกว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมจริง ๆ&#8221;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย.jpg" alt="" class="wp-image-105334" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/มะโนลา-พึ่งอำนวย-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณมะโนลา พึ่งอำนวย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในบทบาทสถาบันการศึกษา <strong>รศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม หัวหน้าโครงการหนุนเสริมวิชาการโครงการ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ และรองคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>กล่าวว่า การสร้างเส้นทางการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ คือการมองถึงทุกขั้นตอนตลอดชีวิตจากต้นถึงปลายทาง ประเด็นสำคัญคือการคัดกรองตั้งแต่เข้าสู่ระบบการศึกษา ที่ผู้ปกครองและครูจะช่วยได้ในเบื้องต้น เพื่อค้นพบข้อจำกัดของการเรียนรู้ ส่งเสริมพัฒนาการทันท่วงที และจะส่งผลโดยตรงต่อการสะสมทักษะและศักยภาพเพื่อการศึกษาระยะยาว</p>



<p>“ในช่วงแรกที่เข้าสู่การศึกษา การคัดกรองแต่ต้นทาง จะยิ่งเพิ่มโอกาสของผู้พิการในนการเรียนร่วม หรือสามารถกระตุ้นพัฒนาการได้ไวยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามเป้าหมายการคัดกรองเบื้องต้น เราจะมุ่งหาเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด และต้องเจอให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกเกิดถึง 7 ปี อย่างน้อยที่สุด เราต้องรู้ว่าทำไมเด็กคนหนึ่งเรียนช้า เรียนไม่เข้าใจ ซึ่งทุกวันนี้เรามีเครื่องมือที่ผู้ปกครองและครูสามารถทำได้ และคิดว่าควรเป็นทักษะที่จำเป็นต้องพัฒนาให้ครูทุกคนทำได้ในอนาคตอันใกล้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03.jpg" alt="" class="wp-image-105335" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>รศ.ดร.ชนิศา กล่าวย้ำว่า การคัดกรองเบื้องต้นไม่เพียงช่วยส่งเสริมกระตุ้นพัฒนาการ หากยังสำคัญมากต่อความพร้อมสำหรับการศึกษาระดับสูง</p>



<p>“เด็กที่มีต้นทุนทางศักยภาพต่อเนื่องไม่ขาดตอน ตั้งแต่อนุบาลถึงอาชีวศึกษา เขาจะพร้อมไปต่อทันที ด้วยทักษะอ่านเขียน การสื่อสารเข้าสังคม การดูแลตัวเองและจัดการอุปสรรคปัญหาเบื้องต้น แล้วเมื่อเข้าสู่ข้อต่อสุดท้ายก่อนไปสู่การมีงานทำ เราถือว่าอาชีวศึกษาคือคำตอบที่เหมาะสมสำหรับผู้พิการ ด้วยลักษณะเฉพาะคือระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นสูง และให้ความสำคัญกับการมุ่งค้นพบศักยภาพระดับบุคคล”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม.jpg" alt="" class="wp-image-105336" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/รศ.ดร.ชนิศา-ตันติเฉลิม-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">รศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม</figcaption></figure></div>


<p><strong> </strong></p>



<p>รองคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<strong> </strong>ระบุว่าตรงปลายทางของการพัฒนาศักยภาพผู้พิการ ภาพที่ทุกฝ่ายต้องการเห็นคือ ‘การมีงานทำ’ ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีจุดเริ่มต้น &#8230;จากการค้นหาค้นพบ และมีพื้นที่โอกาสเรียนรู้ เพื่อผู้พิการคนหนึ่งได้ตระหนักถึงคุณค่าของความสามารถในตัวเอง และนำไปใช้เป็นเครื่องมือฝ่าฟันอุปสรรค กล้าเดินออกไปสู่สังคม พร้อมเผชิญโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิต &#8230;ซึ่งทั้งหมดนั้นรออยู่บนเส้นทางอาชีพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><em>‘ที่ </em><strong><em>‘คาเฟ่ อเมซอน’ (Café Amazon) </em></strong><em>พนักงานทุกคนต้องมีเส้นทางอาชีพที่มั่นคง ทุกคนต้องได้รับค่าจ้างในเรทเดียวกัน วัดผลงานในมิติเดียวกัน และสามารถก้าวไปสู่ตำแหน่งงานระดับสูงได้ทัดเทียมกัน โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ หรือความพิการ’</em></p>



<p><strong>คุณภูรี สมิทธิเนตย์ หัวหน้าโครงการ Café Amazon for Chance บริษัท สานพลัง วิสาหกิจ เพื่อสังคม</strong> เล่าถึงโครงการ Café Amazon for Chance ที่มี 523 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งเปิดรับพนักงานผู้สูงวัยและผู้พิการ และ<strong>ความตั้งใจในการจับมือกับสถานศึกษาอาชีวศึกษา ในโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ เพื่อเป็น ‘โบกี้เชื่อมต่อ’ จากการศึกษาสู่อาชีพของผู้พิการ</strong> ด้วยแนวคิดดังกล่าว อเมซอนจึงเข้าไปร่วมพัฒนาหลักสูตรเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนพื้นที่และระบบการทำงานทั้งหมด เพื่อรองรับผู้พิการประเภทต่าง ๆ โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วย มีการฝึกอบรมพนักงานทั้งหมดให้เรียนรู้เรื่องการใช้ภาษามือ รวมถึงให้ความสำคัญกับระบบเตือนภัยและอุบัติเหตุต่าง ๆ ระหว่างการทำงาน สำหรับผู้พิการโดยเฉพาะ&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04.jpg" alt="" class="wp-image-105337" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในฐานะผู้บริหาร คุณภูรีเชื่อว่า ‘ยิ่งสถานประกอบการช่วยลดข้อจำกัดลงได้เท่าไหร่ ประตูโอกาสสำหรับผู้พิการในตลาดแรงงานก็จะยิ่งเปิดกว้างขึ้นเท่านั้น’ และใช่เพียงการเป็นผู้ให้ หากในการสร้างระบบการศึกษาสู่การทำงาน สถานประกอบการเองยังเป็นฝ่ายได้รับ จากศักยภาพในการทำงานที่มาพร้อมกับทักษะพิเศษ ทั้งความสามารถพิเศษในการสังเกต จดจำ คำนวณ จนถึงความละเอียดใจใส่ในบริการ ที่ถือเป็นจุดเด่นและคือความภาคภูมิใจของคาเฟ่ อเมซอน เสมอมา  </p>



<p>“เช่นที่บอกว่าที่อเมซอน ทุกคนต้องมีโอกาสเติบโตก้าวหน้า มีอาชีพมั่นคง เราจึงส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีโอกาสอบรมเป็นผู้ประกอบการ มีการเชื่อมต่องานกับธนาคารออมสินในฐานะพาร์ทเนอร์ ทำโครงการเงินกู้เพื่อเริ่มธุรกิจ และสำหรับพนักงานผู้พิการ ในการอบรมเราจะดึงผู้ปกครองเข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าวันที่เขาออกไปประกอบธุรกิจด้วยตัวเอง กระบวนการและระบบต่าง ๆ จะมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และสำเร็จได้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์.jpg" alt="" class="wp-image-105338" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณภูรี-สมิทธิเนตย์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณภูรี สมิทธิเนตย์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>และในการ ‘สร้างนิเวศการเรียนรู้เพื่อผู้พิการ’ วงรอบการทำงานจะวนมาบรรจบกันไม่ได้เลย หากไม่มีความร่วมมือจากฝ่ายผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งคือภาครัฐ ที่ในวงเสวนาครั้งนี้ มี <strong>คุณสิริณัฏฐ์ อ่อนไสว ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสิทธิกองส่งเสริมสิทธิและสวัสดิการคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.)</strong> และ <strong>คุณวรางคณา ไชยเรือน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) </strong>มาร่วมฉายภาพสถานการณ์ของผู้พิการ โอกาสทางการศึกษา และการจัดการศึกษาที่เปิดพื้นที่สำหรับทุกคน&nbsp; <strong>&nbsp;</strong></p>



<p>โดย คุณสิริณัฏฐ์ ให้ภาพรวมสถานการณ์ผู้พิการว่า ปัจจุบันผู้มีบัตรประจำตัวผู้พิการอยู่ที่ 2.3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีสัดส่วนเป็นเด็กเยาวชน 3.3% วัยแรงงาน 3.4% ผุ้สูงอายุ 61% และเด็กเกิดใหม่ 0.5% ประเด็นสำคัญคือต้องผลักดันให้ผู้พิการที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลชุดนี้ เข้าถึงการทำบัตรประจำตัวเพื่อรับสิทธิพื้นฐาน ซึ่ง พก. ได้ปรับระบบให้สะดวกในเรื่องการประเมินความพิการ และการขอรับบัตรประจำตัวผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งทำได้ในโรงพยาบาลมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้เชื่อมต่อข้อมูลผู้พิการผ่านระบบ ThaiD เพื่อการยืนยันตัวตน ตรวจสอบสิทธิ และการใช้งานบริการต่างๆ ที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยจากการทำธุรกรรมออนไลน์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-05.jpg" alt="" class="wp-image-105339" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-05.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-05-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ด้าน คุณวรางคณา เสริมว่า ปีการศึกษา 2569 มีนักเรียนผู้พิการเรียนร่วมในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ราว 37,000 คน ในโรงเรียน 21,000 แห่ง (จากทั้งหมด 2.8 หมื่นแห่ง) และมีนักเรียนผู้พิการอีกราว 20,000 คน ในโรงเรียน 130 แห่งภายใต้สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ  </p>



<p>ภารกิจของ สศศ. คือสนับสนุนการคัดกรองความพิการเบื้องต้น โดยครูผู้ผ่านหลักสูตรคัดกรองผู้พิการ เพื่อให้พบอุปสรรคการเรียนรู้ ความต้องการการช่วยเหลือหรือการใช้สื่อเฉพาะทาง พร้อมกันนี้ สศศ. ยังผลักดันให้โรงเรียนทุกแห่งพร้อมเปิดรับนักเรียนผู้พิการเรียนร่วมมากขึ้น ผ่านการส่งเสริมให้ครูมีทักษะออกแบบแผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล</p>



<p>นอกจากนี้ โรงเรียนในสังกัดจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับนักเรียนผู้พิการ และนำการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นมาช่วยลดข้อจำกัดการเรียนรู้ พร้อมส่งเสริมให้ครูค้นพบศักยภาพและความสนใจของเด็กเป็นรายคน ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. และท้ายที่สุดแต่ละโรงเรียนจะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อเชื่อมข้อมูลส่งต่อนักเรียนข้ามรอยต่อการศึกษาทุกช่วงชั้น เพื่อสร้างเส้นทางการศึกษาต่อเนื่องเป็นลำดับขั้น      </p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="105340" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว.jpg" alt="" class="wp-image-105340" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณสิริณัฏฐ์-อ่อนไสว-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณสิริณัฏฐ์ อ่อนไสว</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="105341" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน.jpg" alt="" class="wp-image-105341" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/คุณวรางคณา-ไชยเรือน-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คุณวรางคณา ไชยเรือน</figcaption></figure>
</figure>



<p></p>



<p>คนสุดท้ายที่จะช่วยแสดงภาพ ว่าตรงกลางวงรอบของนิเวศการเรียนรู้นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร?</p>



<p>ซึ่งผู้ที่จะบอกได้ก็คือ ‘ผู้โดยสาร’ บนขบวนรถไฟแห่งหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สู่การมีงานทำสำหรับผู้พิการ ขบวนนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>‘ภูเขา’ ร่มเกล้า รุกขชาติ </strong>จบการศึกษาชั้น ปวส. หลักสูตรคอมพิวเตอร์และการพัฒนาระบบสารสนเทศ ด้วยทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จากวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา ก่อนได้เข้าทำงานที่ บริษัท โกซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด (<a href="https://www.gosoft.co.th/about-us/">Gosoft (Thailand) Co., Ltd.</a>) ในเครือ ซีพี ออลล์ และมีประสบการณ์ทำงานมาแล้วปีครึ่ง พูดถึงเนื้องานของเขาว่า ในฐานะโปรแกรมเมอร์ เขามีหน้าที่จัดการข้อมูลสมาชิกลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นการได้นำทักษะและความรู้ที่เรียนมาใช้อย่างเต็มที่</p>



<p>ภูเขาทบทวนเส้นทางที่ผ่านมา ว่า จากบ้านห่างไกลจากตัวเมือง ห้อมล้อมด้วยไร่มันสำปะหลัง เขาเคยคิดว่าถึงได้เรียน แต่สุดท้ายเมื่อจบ ม.3 ความต้องการตัวช่วยในการใช้ชีวิตที่มากกว่าคนอื่น คงทำให้เขาทำได้แค่กลับไปอยู่เฉย ๆ ที่บ้านอีกครั้ง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“แต่เพราะตอนนั้น ผมไม่รู้ว่ามันยังมีเส้นทางไปต่อ”</p>



<p>ภูเขาไม่เลิกหวัง พยายามหาข้อมูลจนพบ ว่าวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เปิดรับผู้พิการเข้าเรียน และมีสาขาที่เขาสนใจ จากนั้นเส้นทางจึงเชื่อมต่อจาก ปวช. ถึง ปวส. และไม่ทันเรียนจบ ทางเส้นนั้นก็ไปเชื่อมต่อกับการทำงาน เมื่อข่าวดีมาถึงว่า โกซอฟท์ประเทศไทยเตรียมต้อนรับเขาในฐานะพนักงานคนใหม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/‘ภูเขา-ร่มเกล้า-รุกขชาติ.jpg" alt="" class="wp-image-105342" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/‘ภูเขา-ร่มเกล้า-รุกขชาติ.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/‘ภูเขา-ร่มเกล้า-รุกขชาติ-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ภูเขา’ ร่มเกล้า รุกขชาติ</figcaption></figure></div>


<p><strong> </strong></p>



<p>“จุดที่สำคัญจริง ๆ ที่ทำให้ผมมาถึงวันนี้ คือจุดเชื่อมต่อรองรับตั้งแต่โรงเรียน วิทยาลัย จนถึงที่ทำงาน ซึ่งมันจำเป็นมากต่อผู้พิการอีกจำนวนมากที่อยากเรียน อยากมีทักษะอาชีพ อยากทำงานเลี้ยงดูตัวเอง เพราะสำหรับเรา ข้อจำกัดเรื่องการเดินทางและการใช้ชีวิต มักทำให้คิดไปก่อนว่าไม่มีที่ไหนเปิดรับ หรือเมื่อถึงปลายทางหนึ่งของการเรียนแล้ว ก็อาจไม่มีเส้นทางต่อเชื่อมรองรับ</p>



<p>“ผมถือว่าโชคดีหลายต่อ ต่อแรกคือแม้บ้านเราไม่มีทุนทรัพย์มากมาย แต่ครอบครัวสนับสนุนผมเรื่องเรียนเสมอ ต่อที่สองคือผมเจอโรงเรียนที่เข้าใจ มีเพื่อน ๆ เข้าใจ มีครูเข้าใจและคอยส่งเสริม และต่อที่สามคือผมกล้าที่จะสมัครเรียนสายอาชีพหลังจบ ม.3 โดยไม่กลัวกับการเรียนไกลบ้าน เพราะคิดว่าเมื่อโอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว ยังไงก็ต้องลอง ต้องพิสูจน์ ว่าเราก็ทำได้”</p>



<p>ภูเขาทิ้งท้ายว่า ยังมีผู้พิการอีกไม่น้อยที่ต้องการเรียนรู้ในสาขาวิชาที่หลากหลาย เพื่อการพัฒนาตัวเองอย่างตรงจุดและเต็มศักยภาพ จึงคาดหวังว่าสถาบันต่าง ๆ จะหันมาเปิดรับผู้พิการมากขึ้น เพื่อทางเลือกที่เปิดกว้าง ไม่สิ้นสุดแค่การมีงานทำ แต่คือเส้นทางเรียนรู้เติบโต และเป็นหลักประกันให้ออกไปใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>และนี่คือวงรอบของ ‘นิเวศการเรียนนรู้ตลอดชีวิตของผู้พิการ’ ที่พ่วงต่อร้อยรวมเป็น ‘ขบวนรถไฟแห่งโอกาส’ ที่จะเพิ่มพื้นที่ให้ผู้พิการออกมาใช้ชีวิตได้ เช่นเดียวกับคนทุกคน&nbsp;</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06.jpg" alt="" class="wp-image-105343" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/0907_วงรอบนิเวศการเรียนรู้-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070926/">‘เชื่อมขบวนรถไฟแห่งโอกาสการศึกษาสู่การมีงานทำ’ ด้วยวงรอบ ‘นิเวศการเรียนรู้’ ที่พร้อมชวนผู้พิการออกมาใช้ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกสมาคม อบจ. จับมือ กสศ. ลงนาม MOU ดึงท้องถิ่นทั่วประเทศแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา มุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout Plus</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-040921/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-040921</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2026 15:21:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout PLUS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105287</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ สำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040921/">นายกสมาคม อบจ. จับมือ กสศ. ลงนาม MOU ดึงท้องถิ่นทั่วประเทศแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา มุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout Plus</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน  2569 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ สำนักงานสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพประชากรวัยแรงงาน”  โดยการลงนาม MOU ในโอกาสนี้ เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบ ในการค้นหา ติดตาม ช่วยเหลือ ตลอดจนการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น หลักสูตรสายอาชีพให้สอดรับกับเศรษฐกิจท้องถิ่น </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12664.jpg" alt="" class="wp-image-105293" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12664.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12664-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12664-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12664-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12664-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า อบจ. มีหน้าที่โดยตรงในการพัฒนากำลังคนและคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่ผ่านมา อบจ. หลายแห่งได้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาตามบริบทพื้นที่จนเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม อาทิ อบจ.ปัตตานี และอบจ.ยะลา  ที่เป็นแกนกลางค้นหาเด็กหลุดจากระบบ อบจ.ศรีสะเกษ ที่พัฒนาระบบการศึกษาในโรงเรียนสังกัดอย่างเป็นระบบ, อบจ.สุราษฎร์ธานี ที่เชื่อมโยงการศึกษากับอาชีพท้องถิ่นร่วมกับผู้ประกอบการ และ อบจ.สุรินทร์ ที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ในพื้นที่ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษา–พัฒนาประชากรวัยแรงงาน ดึงกลไกพื้นที่แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout PLUS</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12667.jpg" alt="" class="wp-image-105294" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12667.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12667-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12667-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12667-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12667-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“สมาคมฯ ได้มีการหารือกับกสศ. เพื่อร่วมกันขยายพื้นที่ไปยังอบจ.อื่นๆ  โดยมุ่งขับเคลื่อน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การค้นหาเด็กนอกระบบและการบริหารจัดการข้อมูลโดย อบจ. เพื่อการช่วยเหลือที่ทันท่วงที, การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์วิถีชีวิตผู้เรียน และการพัฒนาหลักสูตรสายอาชีพที่ตรงตามความต้องการของพื้นที่ พร้อมเชิญชวน อบจ. ทั่วประเทศร่วมกันดึงเด็กที่ตกหล่นกลับเข้าสู่โอกาสทางการเรียนรู้ เพื่อเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพต่อไป </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12666.jpg" alt="" class="wp-image-105295" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12666.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12666-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ด้าน<strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลไกสำคัญของการสร้างโอกาสทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน” โดยชี้ว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการยกระดับคุณภาพคนและพัฒนาพื้นที่ พร้อมให้หลักคิดว่า การลดความเหลื่อมล้ำคือการทำให้ความแตกต่างลดน้อยลงในระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งโรงเรียนท้องถิ่นไม่มีสิทธิเลือกรับผู้เรียน จึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้มาตรฐานขั้นต่ำ ก่อนต่อยอดสู่ความเป็นเลิศเฉพาะทาง </p>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ศาสตราจารย์วุฒิสาร ได้กล่าวว่า ท้องถิ่นยังมีความพร้อมทั้งด้านความรับผิดชอบทางสังคม กฎหมาย และความไว้วางใจจากประชาชน จึงต้องเปลี่ยนผ่านจากการสงเคราะห์ไปสู่การสร้างโอกาสที่ยั่งยืน รวมถึงสามารถบูรณาการงานการศึกษาร่วมกับ รพ.สต. เพื่อดูแลสุขภาวะและโภชนาการของเด็กในพื้นที่อย่างรอบด้าน โดย กสศ. เตรียมขับเคลื่อนงานนำร่องร่วมกับ อบจ. ทุกแห่ง และในอนาคตจะขยายความร่วมมือไปยังสมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ และสมาคม อบต. ต่อไป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12665.jpg" alt="" class="wp-image-105296" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12665.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12665-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12665-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12665-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12665-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> <strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>ได้นำเสนอกรอบการทำงานเชิงพื้นที่ว่า จากการเชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์กับทุกสังกัดการศึกษา พบเด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปี ราว 600,000 คน ไม่อยู่ในระบบการศึกษาใด ๆ และกว่า 2 ใน 3 ปฏิเสธการกลับเข้าสู่ระบบแบบเดิม กลไกท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดจึงเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าถึงและทำความเข้าใจเด็กกลุ่มนี้ </p>



<p></p>



<p>กสศ. จึงได้เปิดระบบสารสนเทศ <strong>iSEE (isee.eef.or.th) </strong>ให้ อบจ. สามารถนำข้อมูลเชิงลึกระดับตำบลและช่วงวัยไปใช้ชี้เป้าค้นหา ช่วยเหลือเด็กได้อย่างแม่นยำ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับ สปสช. เพื่อให้ อบจ. ใช้กลไก รพ.สต. เร่งดูแลสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพพื้นฐาน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบ ทั้งนี้ ได้กำหนด 3 แนวทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout PLUS ร่วมกับกลไกจังหวัดและตำบล รวมถึงการพัฒนาการศึกษาที่ยืดหยุ่นในโรงเรียนสังกัด อบจ. กว่า 300–400 แห่ง ตลอดจนส่งต่อเยาวชนไปสู่การประกอบอาชีพ มีงานทำผ่านหลักสูตรทางเลือกและวิชาชีพ และการจัดหลักสูตรเร่งรัดมีงานทำระยะสั้น 1 ปี เช่น ผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ เพื่อผลิตบุคลากรเข้าสู่ระบบสาธารณสุขของ อบจ. ดังเช่นโมเดลที่ประสบความสำเร็จของ อบจ.ศรีสะเกษ</p>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ กสศ. เปรียบเสมือนทีมมดงานที่สนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรม และฐานข้อมูลเชิงนโยบาย เพื่อส่งต่อ &#8220;คานงัด&#8221; นี้ให้ อบจ. ซึ่งมีพลังแห่งการรวมตัว (All for Education) พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อทำงานแบบตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง โดยใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด ให้เกิดผลกระทบสูงสุด นำไปปรับใช้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040921/">นายกสมาคม อบจ. จับมือ กสศ. ลงนาม MOU ดึงท้องถิ่นทั่วประเทศแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา มุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout Plus</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘การศึกษายืดหยุ่น’ ไม่ควรเป็นเพียงทางเลือกของเด็กที่ไปต่อในระบบเดิมไม่ได้ แต่คือโอกาสการเรียนรู้ที่เด็กทุกคนต้องเข้าถึงได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-030926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-030926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 05:32:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105264</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กคนหนึ่งใช้เวลาหลายเดือนในแต่ละปีเดินสายไปกับคณะหมอล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-030926/">‘การศึกษายืดหยุ่น’ ไม่ควรเป็นเพียงทางเลือกของเด็กที่ไปต่อในระบบเดิมไม่ได้ แต่คือโอกาสการเรียนรู้ที่เด็กทุกคนต้องเข้าถึงได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กคนหนึ่งใช้เวลาหลายเดือนในแต่ละปีเดินสายไปกับคณะหมอลำ ตารางชีวิตของเขาเริ่มต้นและสิ้นสุดไม่ตรงกับเวลาเรียนในโรงเรียนทั่วไป</p>



<p>อีกคนใช้เวลาหลังเลิกเรียนอยู่บนสนามฟุตบอล ฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่เขาเรียนรู้ในแต่ละวันไม่ได้มีเพียงการเลี้ยงบอล ส่งบอล หรือยิงประตู แต่ยังมีวินัย การทำงานเป็นทีม การวางแผน การตัดสินใจ และความเข้าใจในโลกของฟุตบอลที่อาจต่อยอดไปสู่อาชีพได้อีกหลายเส้นทาง</p>



<p>หากมองผ่านกรอบการศึกษาแบบเดิม ชีวิตเหล่านี้อาจกลายเป็น “ข้อจำกัด” เพราะไม่สามารถจัดวางลงในตารางเรียน ห้องเรียน หรือหลักสูตรแบบเดียวกันได้อย่างพอดี <strong>แต่ถ้าลองกลับคำถามใหม่</strong></p>



<p><strong>แทนที่จะถามว่า จะทำอย่างไรให้เด็กปรับชีวิตของตัวเองให้เข้ากับการศึกษา เราสามารถออกแบบการศึกษาให้เข้าไปอยู่ในชีวิตของเด็กได้หรือไม่?</strong></p>



<p>คำถามนี้กำลังพาเราไปไกลกว่าการพูดถึง <strong>“การศึกษาที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning)”</strong> ในฐานะเครื่องมือพาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบกลับเข้าสู่การเรียนรู้</p>



<p>เพราะหากเด็กทุกคนมีชีวิต ความสนใจ ความถนัด และวิธีเรียนรู้ไม่เหมือนกัน ความยืดหยุ่นจึงไม่ควรเกิดขึ้นเฉพาะในวันที่เด็กคนหนึ่ง <strong>“ไปต่อในระบบเดิมไม่ได้”</strong> แล้วเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ระบบการศึกษาควร <strong>“เปิดให้เด็กทุกคนเข้าถึงได้ตั้งแต่ต้น”</strong></p>



<p>นี่คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ <strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ชวนนักขับเคลื่อนการศึกษาร่วมคิดบนเวที <strong>National Education Forum 2026</strong> เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ถึงความหมายของการศึกษาที่ยืดหยุ่นที่ไปได้ไกลกว่าการเป็น “ทางเลือก” สำหรับเด็กบางกลุ่ม แต่สามารถเป็นอีกกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนระบบการศึกษาให้รองรับความแตกต่างของผู้เรียนทุกคน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-3.jpg" alt="" class="wp-image-105272" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าระบบการศึกษามีเส้นทางเดียว เด็กบางคนจะค่อย ๆ หายไป</strong></h3>



<p>ในมุมมองของ ศ.ดร.สมพงษ์ ปัญหาหนึ่งของระบบการศึกษาหลัก คือการมีลักษณะเป็น <strong>“กระแสที่คัดเลือกคน”</strong> ด้วยระบบที่มีมาตรฐาน เวลาเรียน วิธีเรียน และความคาดหวังชุดหนึ่งเป็นเส้นทางหลัก เด็กที่สามารถปรับตัวเข้ากับเส้นทางนั้นได้ก็เดินต่อไป ขณะที่เด็กอีกส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะ<strong>เด็กหลังห้อง เด็กยากจน และกลุ่มเปราะบาง</strong> จะค่อย ๆ ถูกผลักออกจากระบบไปอย่างเงียบ ๆ</p>



<p>บางคนไม่ได้มีปัญหาว่า “เรียนไม่ได้”</p>



<p>แต่เขาอาจต้องทำงานหาเงินไปพร้อมกับการเรียน</p>



<p>บางคนไม่ได้ไม่มีความสามารถ</p>



<p>แต่ความสามารถของเขาอาจไม่ได้อยู่ในสิ่งที่หลักสูตรหรือการประเมินแบบเดิมให้ความสำคัญ</p>



<p>และบางคนไม่ได้ไม่อยากเรียน</p>



<p>แต่จังหวะชีวิตของเขาอาจไม่สามารถเดินตามตารางเวลาและรูปแบบการเรียนที่ระบบกำหนดไว้ได้</p>



<p>เมื่อมองเช่นนี้ คำถามเรื่องเด็กหลุดจากระบบจึงอาจไม่ได้มีเพียงว่า <strong>“เกิดอะไรขึ้นกับเด็ก”</strong> แต่ต้องย้อนกลับมาถามด้วยว่า<strong>ระบบการศึกษามีพื้นที่มากพอสำหรับความแตกต่างของเด็กหรือยัง?</strong></p>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์จึงมองว่า การศึกษาที่ยืดหยุ่นเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการคืนโอกาสให้เด็กที่ระบบเดิมยังไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิตได้ และเป็นส่วนหนึ่งของ <strong>“สามเส้าของความมั่นคงในชีวิตเด็ก”</strong> ร่วมกับการสร้างโอกาสและทุนการศึกษา</p>



<p>เพราะสำหรับเด็กที่มีข้อจำกัด การมีทุนเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากรูปแบบการเรียนยังไม่สอดคล้องกับชีวิตจริงของเขา ในทางกลับกัน ต่อให้มีรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น แต่เด็กไม่มีทรัพยากรหรือโอกาสมากพอที่จะเข้าถึง การเรียนรู้ก็อาจไปต่อไม่ได้เช่นกัน การสร้างความมั่นคงทางการศึกษาจึงต้องทำให้ทั้ง<strong>โอกาส ทรัพยากร และรูปแบบการเรียนรู้</strong> เดินไปด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-1.jpg" alt="" class="wp-image-105273" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/03-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษายืดหยุ่น เริ่มต้นจากการรู้ว่า ‘เด็กคนนี้คือใคร’</strong></h3>



<p>หัวใจของ Flexible Learning ไม่ใช่เพียงการย้ายห้องเรียนออกไปอยู่นอกโรงเรียน หรือเปลี่ยนจากเรียนกลางวันเป็นกลางคืน แต่คือการเปลี่ยนจุดตั้งต้นของการออกแบบการศึกษา</p>



<p>จากเดิมที่ระบบมีหลักสูตรอยู่ก่อน แล้วพยายามนำเด็กที่มีชีวิตแตกต่างกันเข้าไปอยู่ในกรอบเดียวกัน เปลี่ยนมาเป็นการเริ่มต้นจาก <strong>“ผู้เรียน”</strong> ดูว่าเขาสนใจอะไร กำลังเผชิญปัญหาอะไร มีความจำเป็นอะไรในชีวิต และมีทุนหรือความสามารถอะไรอยู่แล้ว จากนั้นผู้เรียนและผู้สอนจึงร่วมกันออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับชีวิตจริง</p>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์ยกตัวอย่างเยาวชนที่จำเป็นต้อง<strong>ทำงานและสร้างรายได้ไปพร้อมกับการเรียน</strong> ซึ่งหากระบบกำหนดว่าการศึกษาที่มีคุณภาพต้องเกิดขึ้นในห้องเรียนตามเวลาที่กำหนดเท่านั้น เด็กกลุ่มนี้อาจถูกบังคับให้เลือกระหว่าง “การเรียน” กับ “การมีรายได้เพื่อดำรงชีวิต” แต่ Flexible Learning กำลังตั้งคำถามว่า เหตุใดสองสิ่งนี้จึงต้องแยกออกจากกัน ถ้าการทำงานมีความรู้และทักษะเกิดขึ้นจริง ประสบการณ์เหล่านั้นสามารถนำมาออกแบบเป็นการเรียนรู้ได้หรือไม่</p>



<p>ถ้าเด็กมีความถนัดหรือความสนใจอยู่แล้ว ระบบสามารถเข้าไปเติมความรู้และสมรรถนะให้สิ่งที่เขาทำอยู่พัฒนาไปได้ไกลกว่าเดิมหรือไม่ และถ้าชีวิตของเด็กไม่สามารถเดินตามเวลาเรียนของโรงเรียนได้ เราสามารถทำให้ <strong>“เวลาเรียน” เดินตามชีวิตของเด็ก</strong> ได้หรือไม่</p>



<p>นี่คือการเปลี่ยนความหมายของความยืดหยุ่น จากการ “ผ่อนปรน” ให้เด็กบางคน ไปสู่การออกแบบการเรียนรู้บนความจริงที่ว่า <strong>เด็กแต่ละคนมีชีวิตไม่เหมือนกัน</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-1.jpg" alt="" class="wp-image-105278" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-1.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘หมอลำ’ ไม่ได้อยู่ตรงข้ามกับ ‘การศึกษา’</strong></h3>



<p>ภาพของเยาวชนหมอลำทำให้แนวคิดนี้เห็นชัดขึ้น เยาวชนที่เลือกเดินบนเส้นทางศิลปินหมอลำต้องฝึกซ้อมและเดินสายแสดง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ตารางชีวิตจึงไม่สอดคล้องกับเวลาเรียนในโรงเรียนภาคปกติ หากมีเพียงระบบเดิมให้เลือก เด็กต้องตัดสินใจระหว่าง <strong>“ปากท้องและความฝัน” กับ “การศึกษา”</strong></p>



<p>แต่ <strong>“หลักสูตรหมอลำศึกษา”</strong> ซึ่ง กสศ. ร่วมกับศูนย์การเรียนปัญญากัลป์และเครือข่ายวงหมอลำในภาคอีสานพัฒนาขึ้น กำลังทดลองตั้งคำถามอีกแบบว่า ทำไม “หมอลำ” กับ “การศึกษา” ต้องอยู่คนละฝั่งกันตั้งแต่แรก</p>



<p>เมื่อมองให้ลึกลงไปในวิถีหมอลำ เด็กไม่ได้เรียนรู้เพียงการร้องหรือการแสดง แต่ยังมีภาษา วัฒนธรรม การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น การบริหารเวลา ความรับผิดชอบ และประสบการณ์จากการทำงานจริง</p>



<p>สิ่งที่ระบบต้องทำจึงไม่ใช่ดึงเด็กออกจากโลกของหมอลำเพื่อพากลับเข้าไปนั่งในห้องเรียน แต่คือการเข้าไปมองว่า <strong>ในโลกที่เด็กกำลังใช้ชีวิตอยู่นั้น มีการเรียนรู้อะไรเกิดขึ้นแล้วบ้าง และจะออกแบบการศึกษาเข้าไปเติมเต็มและรับรองการเรียนรู้เหล่านั้นได้อย่างไร </strong>เมื่อทำเช่นนี้ สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นสาเหตุให้เด็ก “เรียนต่อไม่ได้” อาจกลับกลายเป็นทุนสำคัญในการเรียนรู้และสร้างอนาคตของเขาเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-1.jpg" alt="" class="wp-image-105274" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-1.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘สนามฟุตบอล’ กลายเป็นอีกห้องเรียนหนึ่ง</strong></h3>



<p>ภาพเดียวกันเกิดขึ้นกับฟุตบอล เด็กที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่บนสนามอาจถูกมองว่า เวลานั้นอยู่ “นอกการศึกษา” หากเรานับการเรียนรู้เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียน แต่ <strong>“หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล”</strong> ที่ กสศ. ร่วมพัฒนากับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และภาคีเครือข่าย กำลังทดลองเปลี่ยนสนามให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ นำการฝึกซ้อม การแข่งขัน และประสบการณ์จริงมาเชื่อมโยงกับหลักสูตรและการเทียบโอนผลการเรียนรู้&nbsp;</p>



<p>ที่สำคัญ โลกของฟุตบอลไม่ได้มีปลายทางเพียงการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ความสนใจเดียวกันสามารถแตกแขนงไปสู่ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจัดการแข่งขัน นักพากย์ฟุตบอล ตลอดจนอาชีพอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมกีฬาได้</p>



<p>สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ “ฟุตบอลนับเป็นวิชาเรียน” แต่คือการใช้สิ่งที่เด็กสนใจเป็น<strong>ประตูบานแรก</strong> แล้วเปิดออกไปสู่โลกของความรู้ ทักษะ และอาชีพที่กว้างขึ้น จากเดิมที่ระบบอาจถามว่า “เด็กคนนี้เก่งวิชาอะไร” การศึกษาที่ยืดหยุ่นกำลังชวนถามอีกแบบว่า</p>



<p><strong>“เด็กคนนี้รักอะไร ทำอะไรได้ดี และเราจะใช้สิ่งนั้นพาเขาไปเรียนรู้ต่อได้ไกลแค่ไหน”</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-2.jpg" alt="" class="wp-image-105275" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>บนเวที National Education Forum 2026 เด็กจากหลักสูตรหมอลำศึกษาและจักรวาลวิทยาฟุตบอลได้ขึ้นมาสาธิตสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้จริง ทั้งการแสดงหมอลำ ทักษะฟุตบอล และการพากย์ฟุตบอล</p>



<p>ภาพเหล่านั้นอาจเป็นตัวอย่างเล็ก ๆ แต่สะท้อนหลักคิดใหญ่ของ Flexible Learning ได้ชัดว่า เมื่อระบบขยับเข้าใกล้ชีวิตของผู้เรียน สิ่งที่เด็ก <strong>“รักและทำอยู่แล้ว”</strong> สามารถเปลี่ยนเป็นพื้นที่ของการเรียนรู้และต่อยอดไปสู่อนาคตได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-2.jpg" alt="" class="wp-image-105282" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นอกจาก ‘ช่วยเด็กที่หลุดแล้ว’ ต้อง ‘ป้องกันไม่ให้เด็กหลุด’ ไปพร้อมกันด้วย</strong></h3>



<p>ที่ผ่านมา การศึกษายืดหยุ่นมักถูกพูดถึงในบริบทของเด็กนอกระบบ เด็กยากจน หรือเด็กกลุ่มเปราะบาง เพราะเป็นกลุ่มที่ทำให้เราเห็นข้อจำกัดของระบบเดิมได้ชัดที่สุด Flexible Learning จึงมีบทบาทสำคัญใน Thailand Zero Dropout เพื่อเปิดเส้นทางให้เด็กที่หลุดออกไปแล้วสามารถกลับมาเรียนรู้ได้อีกครั้ง</p>



<p>แต่หากหยุดอยู่เพียงเท่านี้ เราอาจกำลังรอจนเด็ก “หลุด” ก่อน แล้วจึงค่อยสร้างทางเลือกให้เขา ข้อเสนอของ ศ.ดร.สมพงษ์จึงไปไกลกว่านั้น</p>



<p><strong>“การศึกษาที่ยืดหยุ่นไม่ได้เหมาะเพียงแค่เด็กเปราะบางหรือเด็กด้อยโอกาส แต่เหมาะกับเด็กไทยทุกคนที่ต้องการพื้นที่ในการพัฒนาความถนัดและความสนใจของตนเอง”</strong></p>



<p>นี่คือการเปลี่ยน Flexible Learning จาก <strong>“มาตรการเยียวยา”</strong> หลังจากระบบเดิมรองรับเด็กไม่ได้ ไปสู่ <strong>“กลไกป้องกัน”</strong> ที่ทำให้ระบบมีทางเลือกหลากหลายตั้งแต่ก่อนที่เด็กจะต้องตัดสินใจเดินออกไป</p>



<p>เด็กคนหนึ่งอาจยังเรียนอยู่ในโรงเรียนตามปกติ แต่ต้องการใช้เวลาอีกส่วนหนึ่งพัฒนาทักษะอาชีพ</p>



<p>อีกคนอาจเรียนรู้ได้ดีผ่านการลงมือทำมากกว่าการนั่งฟังในห้อง</p>



<p>บางคนอาจมีความสามารถด้านกีฬา ศิลปะ หรือวัฒนธรรม และต้องการเวลาเพื่อพัฒนาความสามารถนั้นอย่างจริงจัง</p>



<p>หากระบบมีความยืดหยุ่นมากพอ เด็กเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองกลายเป็น <strong>“เด็กนอกระบบ”</strong> ก่อน จึงจะมีสิทธิเลือกวิธีเรียนที่เหมาะกับชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-2.jpg" alt="" class="wp-image-105280" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความยืดหยุ่นต้องไม่ขึ้นอยู่กับ ‘โครงการพิเศษ’</strong></h3>



<p>อย่างไรก็ตาม การมีหลักสูตรหมอลำ ฟุตบอล หรือพื้นที่ทดลองที่ประสบความสำเร็จ ยังไม่เท่ากับการทำให้การศึกษาที่ยืดหยุ่นเป็นโอกาสของเด็กทุกคน</p>



<p>เพราะตราบใดที่ความยืดหยุ่นยังเกิดขึ้นได้เฉพาะในบางโครงการ บางโรงเรียน หรือขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่นั้นมีคนกล้าคิดและกล้าทำหรือไม่ เด็กจำนวนมากก็ยังไม่สามารถเข้าถึงโอกาสแบบเดียวกันได้ โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การทำให้ความยืดหยุ่น <strong>“เข้าไปอยู่ในระบบ”</strong></p>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวถึงทิศทางเชิงนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษานอกห้องเรียนและการศึกษาทางเลือก รวมถึงกลไกอย่าง<strong>ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12</strong> <strong>ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ</strong> ซึ่งสะท้อนความพยายามสร้างพื้นที่ทางกฎหมายให้รูปแบบการเรียนที่หลากหลายได้รับการยอมรับในระบบ ความหมายของเรื่องนี้จึงใหญ่กว่าการเพิ่ม “หลักสูตรทางเลือก” อีกไม่กี่หลักสูตร</p>



<p>เพราะหากต้องการให้ Flexible Learning เข้าถึงเด็กทุกคน ระบบต้องขยับพร้อมกันทั้ง <strong>กติกา งบประมาณ การกระจายอำนาจ การรับรองผลการเรียน และพื้นที่ให้ผู้จัดการศึกษารูปแบบต่าง ๆ สามารถออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนได้จริง </strong>เป้าหมายปลายทางจึงไม่ใช่การสร้าง “ระบบทางเลือก” อีกระบบหนึ่งขึ้นมาวางขนานกับการศึกษากระแสหลัก แต่คือการทำให้<strong>ระบบการศึกษาทั้งระบบมีทางเลือกอยู่ภายในตัวเอง</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-2.jpg" alt="" class="wp-image-105276" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วันนี้คำว่า ‘ทางเลือก’ อาจไม่จำเป็นอีกต่อไป</strong></h3>



<p>บางที เด็กหมอลำ เด็กที่รักฟุตบอล เด็กหลังห้อง เด็กที่ต้องทำงาน หรือเด็กที่ไม่สามารถเดินตามจังหวะเดียวกับโรงเรียน อาจไม่ได้เป็น “เด็กพิเศษ” ที่ต้องการระบบพิเศษ พวกเขาเพียงทำให้เราเห็นชัดขึ้นว่า <strong>มนุษย์เรียนรู้ไม่เหมือนกันมาตั้งแต่ต้น</strong></p>



<p>เมื่อเป็นเช่นนั้น คำถามจึงไม่ควรมีเพียงว่า เราจะสร้างทางเลือกเพิ่มอีกกี่รูปแบบเพื่อรองรับเด็กที่ระบบเดิมไปไม่ถึง แต่ควรถามต่อว่า <strong>เราจะทำอย่างไรให้ความยืดหยุ่นกลายเป็นธรรมชาติของระบบการศึกษา เพื่อให้เด็กไม่จำเป็นต้องหลุดออกไปก่อน จึงจะได้พบการเรียนรู้ที่เหมาะกับตัวเอง&nbsp;</strong></p>



<p>เพราะการศึกษาที่ยืดหยุ่นไม่ควรหมายถึงการลดมาตรฐาน หรือการปล่อยให้เด็กเลือกเรียนเฉพาะสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่คือการยอมรับว่า การไปถึงเป้าหมายของการศึกษาอาจมีได้มากกว่าหนึ่งเส้นทาง และหน้าที่ของระบบคือทำให้เส้นทางเหล่านั้นมีคุณภาพ ได้รับการรับรอง และเชื่อมต่อกันได้</p>



<p>วันหนึ่ง ความสำเร็จของ Flexible Learning จึงอาจไม่ได้วัดจากจำนวน “หลักสูตรทางเลือก” ที่เพิ่มขึ้น หรือจำนวนเด็กนอกระบบที่ถูกพากลับมาได้เท่านั้น แต่อาจวัดจากวันที่เด็กคนหนึ่ง <strong>ไม่ต้องเลือกระหว่างชีวิตกับการศึกษา ไม่ต้องละทิ้งสิ่งที่รักเพื่อให้ตัวเองยังมีที่ยืนในระบบ และไม่ต้องรอให้หลุดออกจากโรงเรียนก่อน จึงจะมีใครถามว่าเขาอยากเรียนรู้อย่างไร</strong></p>



<p>ถึงวันนั้น <strong>“การศึกษายืดหยุ่น” ไม่จำเป็นต้องถูกเรียกว่า “ทางเลือก” อีกต่อไป เพราะความยืดหยุ่นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่เด็กทุกคนเข้าถึงได้</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-030926/">‘การศึกษายืดหยุ่น’ ไม่ควรเป็นเพียงทางเลือกของเด็กที่ไปต่อในระบบเดิมไม่ได้ แต่คือโอกาสการเรียนรู้ที่เด็กทุกคนต้องเข้าถึงได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จาก ‘เด็ก’ สู่ ‘ทุนมนุษย์’ ปฏิรูปการศึกษาอย่างไร ให้ทุกคนมีโอกาสค้นพบและพัฒนาขีดความสามารถของตัวเอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-020926-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-020926-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 09:36:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[From Kids to Human Capital]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105230</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพูดถึงความพยายามก้าวข้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-020926-2/">จาก ‘เด็ก’ สู่ ‘ทุนมนุษย์’ ปฏิรูปการศึกษาอย่างไร ให้ทุกคนมีโอกาสค้นพบและพัฒนาขีดความสามารถของตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพูดถึงความพยายามก้าวข้าม <strong>“กับดักรายได้ปานกลาง”</strong> และความหวังที่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูง แต่หากมองย้อนกลับไปยังรากฐานของการพัฒนาประเทศ คำถามหนึ่งที่อาจต้องถามควบคู่กันคือ</p>



<p><strong>ตลอดเส้นทางการศึกษา เราทำให้เด็กและเยาวชนไทยได้ค้นพบและพัฒนา “ขีดความสามารถ” ของตัวเองมากพอแล้วหรือยัง</strong></p>



<p>เพราะในระหว่างที่เด็กคนหนึ่งกำลังเติบโต ยังมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ค่อย ๆ หายไปจากเส้นทางการศึกษา บางคนหยุดหลังจบการศึกษาภาคบังคับ บางคนไปไม่ถึงมัธยมศึกษาตอนปลายหรือสายอาชีพ ขณะที่ความยากจนยังทำให้ระยะทางที่เด็กแต่ละคนเดินไปได้ในระบบการศึกษาแตกต่างกันอย่างมาก</p>



<p>ทุกครั้งที่เด็กคนหนึ่งต้องหยุดเรียนก่อนที่จะได้ค้นพบว่าตัวเองถนัดอะไร หรือมีความสามารถไปได้ไกลแค่ไหน สิ่งที่สูญเสียจึงอาจไม่ใช่เพียง “โอกาสทางการศึกษาของเด็กหนึ่งคน” แต่หมายถึง <strong>ศักยภาพของทุนมนุษย์ที่ประเทศไม่ได้มีโอกาสพัฒนาอย่างเต็มที่</strong></p>



<p>นี่คือโจทย์ที่ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ชวนสังคมร่วมคิดบนเวที <strong>“From Kids to Human Capital — การปฏิรูปศึกษาและพัฒนาทุนมนุษย์ ไปต่ออย่างไร ให้ได้ผล?”</strong> ในงาน <strong>National Education Forum 2026</strong> เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569</p>



<p>และเป็นจุดตั้งต้นของคำถามสำคัญว่า หากประเทศไทยต้องการยกระดับทุนมนุษย์เพื่อพาประเทศไปข้างหน้า เราจะสร้างระบบการศึกษาอย่างไรให้เด็กจากทุกพื้นฐาน <strong>ไม่เพียงมีโอกาสได้เรียน แต่มีโอกาสค้นพบ พัฒนา และใช้ขีดความสามารถของตัวเองได้อย่างเต็มศักยภาพ</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/1.jpg" alt="" class="wp-image-105249" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทำไม ‘จำนวนปีการศึกษา’ จึงเกี่ยวข้องกับอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยสชวนมองภาพใหญ่ผ่านข้อมูลว่า ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพยายามก้าวขึ้นเป็น “เสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 ของเอเชีย” และหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง แต่ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยของคนไทยยังอยู่ที่ประมาณ <strong>21,000 บาทต่อเดือน</strong> ขณะที่ประเทศรายได้สูงอย่างสิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า <strong>200,000 บาทต่อเดือน</strong></p>



<p>ช่องว่างดังกล่าวมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน แต่หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของระดับทุนมนุษย์ที่ ดร.ไกรยสชวนให้พิจารณาคือ <strong>“จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรในประเทศ”</strong></p>



<p>ประเทศรายได้สูงในเอเชียมีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยอยู่ในระดับเลขสองหลัก หรือประมาณ <strong>11–13 ปี</strong> ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ที่ประมาณ <strong>9 ปี</strong> มาอย่างยาวนาน</p>



<p><strong><em>เหตุใดตัวเลขเพียงไม่กี่ปีจึงสำคัญ?</em></strong></p>



<p>เพราะจำนวนปีที่คนคนหนึ่งอยู่ในเส้นทางการเรียนรู้ ไม่ได้หมายถึงเพียงจำนวนปีที่นั่งอยู่ในห้องเรียน แต่หมายถึงช่วงเวลาที่เขามีโอกาสสะสมความรู้ พัฒนาทักษะ ค้นพบความถนัด และต่อยอดไปสู่อาชีพที่สร้างคุณค่าและรายได้ให้กับตัวเอง</p>



<p>ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ก่อนที่เด็กจำนวนหนึ่งจะเดินไปถึงจุดนั้น พวกเขากลับหลุดออกจากเส้นทางการศึกษาเสียก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/บทความบทความ-ดร.ไกรยส-เวที-TEP.jpg" alt="" class="wp-image-105261" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/บทความบทความ-ดร.ไกรยส-เวที-TEP.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/บทความบทความ-ดร.ไกรยส-เวที-TEP-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/บทความบทความ-ดร.ไกรยส-เวที-TEP-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/บทความบทความ-ดร.ไกรยส-เวที-TEP-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/บทความบทความ-ดร.ไกรยส-เวที-TEP-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กกำลัง ‘หายไป’ ตรงไหนระหว่างทาง</strong></h3>



<p>ข้อมูลจากการติดตามเด็กนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ช่วยให้มองเห็นรอยต่อสำคัญของระบบการศึกษาได้ชัดขึ้น</p>



<p>เมื่อเด็กจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีเด็กมากกว่า <strong>30,000 คนไม่ได้เรียนต่อ</strong> และอีกกว่า <strong>100,000 คนหลุดออกจากระบบในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายหรือระดับ ปวช.</strong></p>



<p>แต่ความเหลื่อมล้ำยิ่งปรากฏชัดเมื่อมองเส้นทางการศึกษาผ่านต้นทุนชีวิตของเด็กรายคน</p>



<p>กสศ. ติดตามนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษจำนวน <strong>167,989 คน</strong> ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2564 ไปจนถึงระบบ TCAS ปีการศึกษา 2568 พบว่า มีเด็กกลุ่มนี้เพียง<strong>ร้อยละ 12</strong> ที่สามารถเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้สำเร็จ ขณะที่ค่าเฉลี่ยของเด็กไทยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ<strong>ร้อยละ 32</strong></p>



<p>ลองจินตนาการว่า มีเด็กสองกลุ่ม กลุ่มละ 100 คน ยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นเดียวกันในชั้น ม.3 เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงประตูมหาวิทยาลัย ในกลุ่มเด็กทั่วไปจะมีประมาณ 32 คนที่ไปถึง ขณะที่ในกลุ่มเด็กยากจนจะเหลือเพียงประมาณ 12 คน</p>



<p>ช่องว่างเกือบ 3 เท่านี้จึงไม่ได้บอกเพียงว่าใคร “สอบติดมหาวิทยาลัย” มากกว่ากัน แต่สะท้อนว่า <strong>ต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อระยะทางที่เด็กคนหนึ่งสามารถเดินไปได้ในระบบการศึกษา </strong>และนี่เป็นเพียงเด็กที่ยังสามารถติดตามอยู่บนเส้นทางการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-9-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-105242" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-9-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-9-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-9-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-9-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-9.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>ประเทศไทยยังมีเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาทุกรูปแบบประมาณ <strong>600,000 คน</strong> แบ่งเป็นเด็กก่อนวัยเรียนกว่า 80,000 คน เด็กวัยการศึกษาภาคบังคับประมาณ 260,000 คน และเด็กวัยมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ ปวช. อีกประมาณ 250,000 แสนคน</p>



<p>ขณะเดียวกัน ยังมีเด็กในระบบอีกราว <strong>3 ล้านคน</strong> ที่อยู่ใต้เส้นความยากจนและมีความเสี่ยงจะหลุดออกจากโรงเรียน</p>



<p>ดังนั้น หากรอจนถึงวันที่เด็ก “หลุด” แล้วจึงเริ่มแก้ปัญหา อาจสายเกินไปสำหรับเด็กจำนวนไม่น้อย ระบบการศึกษาจึงต้องสามารถมองเห็นความเสี่ยงตั้งแต่ระหว่างทาง และมีทางเลือกมากพอที่จะช่วยให้เด็กไปต่อได้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เป้าหมายไม่ใช่การทำให้เด็กทุกคนไปมหาวิทยาลัย</strong></h3>



<p>เมื่อเห็นช่องว่างร้อยละ 12 กับร้อยละ 32 คำตอบที่ง่ายที่สุดอาจดูเหมือนว่า เราต้องทำให้เด็กยากจนเข้าสู่มหาวิทยาลัยให้มากขึ้น</p>



<p>แต่นั่นยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-5-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-105238" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-5-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-5-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-5-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-5-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-5.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยสเสนอว่า การแก้ความเหลื่อมล้ำและพัฒนาทุนมนุษย์ในมิติใหม่ <strong>ไม่ใช่การผลักดันให้เด็กทุกคนต้องกลับเข้าสู่มหาวิทยาลัยสายกระแสหลัก</strong> เพราะเด็กแต่ละคนมีความสนใจ ความถนัด ต้นทุนชีวิต และเป้าหมายในอนาคตแตกต่างกัน</p>



<p>สิ่งที่ระบบควรทำจึงไม่ใช่การกำหนด “ปลายทางเดียว” ให้ทุกคน แต่ต้องสร้างเงื่อนไขให้เด็กแต่ละคนค้นพบว่า <strong>ตัวเองทำอะไรได้ดี สนใจอะไร และอยากพัฒนาตัวเองไปในทิศทางไหน</strong></p>



<p>นี่คือความหมายของ <strong>Personalized Education — การศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิตรายบุคคล</strong> ซึ่งไม่ได้ลดมาตรฐานการศึกษา แต่เปลี่ยนวิธีคิดจากการกำหนดให้เด็กทุกคนต้องเรียนเหมือนกัน ไปสู่การสร้างเส้นทางที่หลากหลายเพื่อพาแต่ละคนไปถึงศักยภาพของตัวเอง</p>



<p>เพราะหากมอง <strong>“ทุนมนุษย์”</strong> เพียงในฐานะกำลังแรงงานหรือปัจจัยการผลิต เราอาจสนใจเพียงว่าประเทศต้องการคนทำงานประเภทใด</p>



<p>แต่หากมองทุนมนุษย์ในความหมายที่กว้างขึ้น การพัฒนาคนคือการสร้าง <strong>“เสรีภาพ” และ “ขีดความสามารถ”</strong> ให้มนุษย์สามารถพัฒนาตัวเองไปสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองได้</p>



<p>เมื่อคนคนหนึ่งมีโอกาสค้นพบความสามารถ พัฒนาความสามารถนั้น และเปลี่ยนมันไปเป็นอาชีพ รายได้ หรือคุณค่าที่สร้างให้กับสังคม การพัฒนาคนจึงเชื่อมกลับไปสู่การพัฒนาประเทศในท้ายที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/4.jpg" alt="" class="wp-image-105251" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3 การเปลี่ยนผ่าน เมื่อการศึกษาไม่ได้มีหน้าที่แค่ ‘เตรียมสอบ’</strong></h3>



<p>ถ้าปลายทางคือการทำให้เด็กแต่ละคนพัฒนาขีดความสามารถของตัวเอง ระบบการศึกษาแบบเดิมย่อมต้องเปลี่ยนตามไปด้วย ดร.ไกรยสเสนอ <strong>3 การเปลี่ยนผ่านสำคัญ</strong> สำหรับการปฏิรูปการศึกษา</p>



<p></p>



<p><strong><em>หนึ่ง จาก Standardization สู่ Personalization</em></strong></p>



<p>จากระบบที่ใช้มาตรฐานเดียว รูปแบบเดียว และคาดหวังผลลัพธ์แบบเดียวกับผู้เรียนจำนวนมาก ไปสู่ระบบที่สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น</p>



<p>เพราะความเสมอภาคไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนต้องได้รับสิ่งเดียวกัน แต่หมายถึงการทำให้เด็กที่มีต้นทุนและความต้องการแตกต่างกัน มีโอกาสพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน</p>



<p></p>



<p><strong><em>สอง จากการแข่งขันและการสอบ สู่การค้นหาศักยภาพและตัวตน</em></strong></p>



<p>แทนที่จะทำให้การศึกษากลายเป็นการแข่งขันว่าใครทำคะแนนได้สูงกว่าใคร ระบบควรช่วยให้ผู้เรียนค้นพบว่า ตัวเองถนัดอะไร สนใจอะไร และสามารถพัฒนาไปสู่ความเชี่ยวชาญด้านใด เพื่อให้เด็กวางแผนเส้นทางการเรียนรู้และชีวิตของตัวเองได้</p>



<p></p>



<p><strong><em>สาม จากการเตรียมสอบ สู่การเตรียมอนาคต</em></strong></p>



<p>เป้าหมายของการเรียนไม่ควรสิ้นสุดอยู่ที่ข้อสอบครั้งถัดไป แต่ต้องทำให้ผู้เรียนพร้อมรับมือกับอนาคต ทั้งอนาคตของตัวเองและอนาคตของประเทศที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>



<p>การเปลี่ยนผ่านทั้งสามด้านจึงมีคำถามเดียวกันอยู่เบื้องหลัง คือแทนที่ระบบจะถามว่า <strong>“เด็กคนนี้ทำตามมาตรฐานได้หรือไม่”</strong> เราอาจต้องเริ่มถามใหม่ว่า <strong>“เด็กคนนี้มีขีดความสามารถอะไร และระบบจะช่วยให้เขาพัฒนาไปได้ไกลที่สุดอย่างไร”</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/6.jpg" alt="" class="wp-image-105252" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อชีวิตไม่ได้เดินตามตารางเรียน การศึกษาก็ต้องยืดหยุ่นได้</strong></h3>



<p>Personalization จะเกิดขึ้นได้ยาก หากระบบยังยึดติดกับเวลาและสถานที่เรียนเพียงรูปแบบเดียว</p>



<p>เด็กบางคนต้องทำงาน เด็กบางคนมีภาระดูแลครอบครัว บางคนมีทักษะหรืออาชีพที่กำลังพัฒนาอยู่แล้ว ขณะที่บางคนอาจไม่สามารถกลับเข้าสู่โรงเรียนแบบเดิมได้อีก</p>



<p>ดร.ไกรยสจึงเสนอให้สร้างความยืดหยุ่นทั้งมิติของ <strong>เวลาและสถานที่</strong> เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเส้นทางที่สอดคล้องกับชีวิตของตัวเอง ผ่านรูปแบบที่หลากหลาย เช่น <strong>Mobile School ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 และ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</strong></p>



<p>ความยืดหยุ่นในความหมายนี้จึงไม่ใช่การทำให้เด็ก “เรียนน้อยลง” แต่คือการเปิด <strong>วิธีไปถึงการเรียนรู้ให้มากกว่าหนึ่งทาง </strong>และเมื่อเด็กสามารถเรียนรู้ได้จากหลายพื้นที่ คำถามต่อมาคือ ระบบจะรู้ได้อย่างไรว่า<strong>เด็กคนไหนต้องการอะไร</strong></p>



<p><strong>คำตอบสำคัญคือ Data</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-6-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-105239" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-6-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-6-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-6-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-6-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-6.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อเด็กมีต้นทุนไม่เท่ากัน การให้ทุกคน ‘เท่ากัน’ อาจยังไม่เสมอภาค</strong></h3>



<p>ภายใต้ข้อจำกัดทางการคลัง ประเทศไม่สามารถเพิ่มทรัพยากรอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “มีงบประมาณเท่าไร” แต่คือ <strong>ทรัพยากรที่มีอยู่เดินทางไปถึงใคร</strong></p>



<p>ดร.ไกรยสชี้ว่า การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาไม่สามารถใช้วิธีแจกจ่ายให้ทุกคนเท่ากันในลักษณะเดิมเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ดีและแม่นยำพอที่จะจำแนกและทำความเข้าใจความต้องการของเด็กแต่ละคน แล้วจัดสรรหรือโยกย้ายทรัพยากรไปยังจุดที่จำเป็นที่สุด</p>



<p>Data ในความหมายนี้จึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การบอกว่า ประเทศไทยมีเด็กนอกระบบกี่คน แต่ต้องพาเราไปให้ถึงคำถามว่า <strong>เด็กคนนั้นคือใคร อยู่ตรงไหน กำลังเผชิญข้อจำกัดอะไร และอะไรคือทรัพยากรที่จะช่วยให้เขาเดินต่อไปได้</strong></p>



<p>เพราะเด็กที่ยากจน เด็กพิการ เด็กที่ต้องทำงาน เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือเด็กที่มีความสามารถเฉพาะด้าน ย่อมไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือแบบเดียวกัน</p>



<p>การจัดสรรอย่างเป็นธรรมจึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการให้ทุกคน <strong>“เท่ากัน” </strong>แต่คือการทำให้ทรัพยากรตอบสนองต่อความจำเป็นที่ <strong>“แตกต่างกัน”</strong> เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสไปถึงศักยภาพของตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="787" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/14-1400x787.jpg" alt="" class="wp-image-105257" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/14-1400x787.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/14-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/14-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/14-1536x864.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/14-2048x1152.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าการศึกษาเป็น ‘ขบวนรถไฟ’ เด็กทุกคนต้องขึ้นได้ และไม่จำเป็นต้องลงสถานีเดียวกัน</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยสเปรียบระบบการศึกษาเหมือนกับ <strong>“ขบวนรถไฟ”</strong></p>



<p>โบกี้แรกต้องเปิดรับเด็กทุกคนให้สามารถเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างเสมอภาค ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเกิดมาในครอบครัวแบบใด อยู่พื้นที่ไหน หรือมีต้นทุนชีวิตมากน้อยเพียงใด แต่การเปิดประตูให้ขึ้นรถไฟยังไม่เพียงพอ</p>



<p><strong>ระหว่างทาง</strong> ต้องมีระบบจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรที่คำนึงถึงความเหลื่อมล้ำ เพื่อไม่ให้เด็กที่มีต้นทุนน้อยกว่าต้องตกจากขบวนก่อนถึงปลายทาง และที่สำคัญ <strong>ปลายทางไม่ควรมีเพียงสถานีเดียว</strong></p>



<p>เด็กคนหนึ่งอาจเติบโตไปเป็นผู้ประกอบการ อีกคนอาจเป็นนักวิทยาศาสตร์ ช่างฝีมือ ศิลปิน นักกีฬา หรือค้นพบเส้นทางอื่นที่ตรงกับความสามารถของตัวเอง</p>



<p>ระบบการศึกษาที่ดีจึงไม่ใช่รถไฟที่บังคับให้ทุกคนขึ้นจากสถานีเดียวกัน เดินทางด้วยความเร็วเท่ากัน และลงที่สถานีเดียวกัน</p>



<p>แต่ต้องเป็นระบบที่<strong>เปิดประตูให้ทุกคนขึ้น ช่วยประคองไม่ให้ใครตกหล่นระหว่างทาง และมีปลายทางหลากหลายพอสำหรับความสามารถของมนุษย์ที่แตกต่างกัน</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/2.jpg" alt="" class="wp-image-105255" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/2.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก Education for All สู่ All for Education</strong></h3>



<p>แต่ระบบขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ หรือ กสศ. เพียงหน่วยงานเดียว</p>



<p>การพัฒนาทุนมนุษย์และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจึงต้องขยับจาก <strong>Education for All</strong> ไปพร้อมกับ <strong>All for Education</strong> คือไม่เพียงทำให้ <strong>“การศึกษามีไว้สำหรับทุกคน”</strong> แต่ทำให้ <strong>“ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมสร้างการศึกษา”</strong></p>



<p>ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ต่างมีทรัพยากรและความเชี่ยวชาญที่สามารถเข้ามาเติมเต็มระบบได้</p>



<p>บทบาทของภาครัฐจึงสามารถขยับจากการเป็นผู้ดำเนินการทุกเรื่องด้วยตัวเอง ไปสู่การใช้ข้อมูล <strong>“ชี้เป้า”</strong> ว่าเด็กกลุ่มใดหรือพื้นที่ใดกำลังต้องการความช่วยเหลือ แล้วเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาร่วมสร้างนวัตกรรมและลงทุนในการพัฒนาคน</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสฝึกอาชีพให้เด็กในกระบวนการยุติธรรม การพัฒนากลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุน Zero Dropout หรือการสร้างแรงจูงใจทางภาษีให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในการพัฒนาทุนมนุษย์</p>



<p>เพราะโจทย์เรื่องเด็กหนึ่งคน อาจเชื่อมโยงตั้งแต่การศึกษา ครอบครัว รายได้ สุขภาพ ไปจนถึงตลาดแรงงาน การแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยพลังจากหลายส่วนของสังคมเช่นเดียวกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-4-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-105237" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-4-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-4-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-4-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-4-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-4.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-2-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-105235" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-2-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-2-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-2-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-2-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/image-2.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก ‘เด็ก’ สู่ ‘ทุนมนุษย์’ เริ่มต้นจากการไม่ปล่อยให้ขีดความสามารถสูญหายระหว่างทาง</strong></h3>



<p>ท้ายที่สุด การพัฒนาทุนมนุษย์อาจไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า <strong>ประเทศไทยต้องการผลิตคนแบบไหน </strong>แต่อาจต้องเริ่มจากคำถามที่ใกล้ตัวเด็กกว่านั้นว่า</p>



<p><strong>เด็กคนนี้คือใคร เขาทำอะไรได้ดี และเราจะทำอย่างไรให้ข้อจำกัดของชีวิตไม่กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ความสามารถของเขาหายไปก่อนที่จะได้เติบโต</strong></p>



<p>เพราะเด็กยากจนคนหนึ่งอาจมีศักยภาพเป็นนักวิทยาศาสตร์ เด็กที่ไม่สามารถนั่งเรียนตามตารางปกติอาจมีทักษะที่เติบโตจากการทำงานจริง หรือเด็กที่ดูเหมือนไปต่อไม่ได้ในระบบเดิม อาจเพียงยังไม่พบเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับตัวเอง</p>



<p>โจทย์ของการปฏิรูปการศึกษาจึงไม่ใช่การสร้างเส้นทางเดียวที่สมบูรณ์แบบสำหรับเด็กทุกคน แต่คือการสร้าง<strong>ระบบที่มองเห็นความแตกต่าง มีข้อมูลมากพอที่จะรู้ว่าใครต้องการอะไร จัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และเปิดเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลายพอให้แต่ละคนค้นพบอนาคตของตัวเอง</strong></p>



<p>เมื่อเด็กทุกคนมีโอกาสค้นพบ พัฒนา และใช้ <strong>“ขีดความสามารถ”</strong> ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ การลงทุนทางการศึกษาจึงไม่ได้เปลี่ยนเพียงอนาคตของเด็กคนหนึ่ง</p>



<p>แต่กำลังเปลี่ยนเด็กในวันนี้ ให้กลายเป็น <strong>“ทุนมนุษย์” ที่มีคุณภาพของประเทศในวันข้างหน้า</strong> ไม่ใช่เพียงในฐานะกำลังแรงงาน แต่ในฐานะมนุษย์ที่มีเสรีภาพ มีทางเลือก และสามารถกำหนดอนาคตของตัวเองได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-020926-2/">จาก ‘เด็ก’ สู่ ‘ทุนมนุษย์’ ปฏิรูปการศึกษาอย่างไร ให้ทุกคนมีโอกาสค้นพบและพัฒนาขีดความสามารถของตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความรักในฟุตบอลที่สร้างห้องเรียนแห่งชีวิต: ‘หลักสูตรจักรวาลฟุตบอล’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-020926/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-020926</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 07:33:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรจักรวาลฟุตบอล]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=105198</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับเด็กคนหนึ่งที่หลงใหลในฟุตบอล ไม่ว่าฐานะผู้เล่นหรื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-020926/">ความรักในฟุตบอลที่สร้างห้องเรียนแห่งชีวิต: ‘หลักสูตรจักรวาลฟุตบอล’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับเด็กคนหนึ่งที่หลงใหลในฟุตบอล ไม่ว่าฐานะผู้เล่นหรือคนดู เมื่อถึงวัยหนึ่ง ชีวิตมักหยิบยื่นทางเลือกให้เพียงสองทางเสมอ</p>



<p>หนึ่ง คือวันที่ต้องตัดสินใจเลือก <strong>‘ชีวิตจริง’</strong> ของการตั้งหน้าตั้งตาเรียน เพื่อหางานที่มั่นคง แล้วปล่อยฟุตบอลไว้เป็นฝันราง ๆ วัยเยาว์</p>



<p>หรืออีกทาง คือกัดฟันสู้หวังพิสูจน์ว่าหากพยายามมากพอ บางทีฝันเล็ก ๆ ที่มีต้นทุนเดียวคือความหลงใหลอย่างสุดหัวใจ &#8230;อาจพาไปเจอที่ทาง ซึ่งจะแปรเปลี่ยนเป็นงานอาชีพเลี้ยงตัวเองได้สักวันหนึ่ง</p>



<p>และแม้ว่าแก่นแท้ของการศึกษาวันนี้ จะเทน้ำหนักให้การค้นพบตัวเองเป็นฐานการเรียนรู้ ทว่าลำดับขั้นตอนใน <strong>‘ชีวิตจริง’</strong> ก็กลับไม่ได้ง่ายดาย โดยเฉพาะกับเด็กเยาวชนจำนวนหนึ่ง ที่เติบโตขึ้นโดยไม่เคยเฉียดใกล้โอกาส ไม่มีแรงสนับสนุน หรือไม่มีกระทั่งใครสักคน ที่เห็นว่าความลุ่มหลงในฟุตบอลของเขา มีคุณค่าพอให้หยิบยกเป็นหัวข้อในกิจกรรมแนะแนวการศึกษา</p>



<p>เมื่อเป็นอย่างนั้น ทุนติดตัวที่มีแค่ความหลงใหลใฝ่ฝัน หรือเพียงความเพียรพยายาม &#8230;จึงยังไม่พอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-1.jpg" alt="" class="wp-image-105215" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/01-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ช่วงสายของวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แนวคิดของการใช้ <strong>‘นวัตกรรมการศึกษาที่ยืดหยุ่น’</strong> ที่จะนำเอา <strong>‘ฟุตบอล’</strong> มาเป็นสารตั้งต้นของการจัดการเรียนรู้ได้ถูกพูดถึงจริงจังเป็นครั้งแรก</p>



<p><strong>ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ</strong> รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และเป็นรองประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ กล่าวถึง<strong>ความร่วมมือของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ</strong> <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>ในการถอดเอาองค์ประกอบต่าง ๆ ของฟุตบอล มาสร้างหลักสูตรเรียนรู้ที่มีปลายทางคือ อาชีพหลากหลายที่อยู่ในวงจรของฟุตบอล โดยใช้ชื่อว่า <strong>“หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล”&nbsp;</strong></p>



<p>&#8230;เพราะเด็ก ๆ ควรได้รู้ว่า ทุกลมหายใจที่จดจ่ออยู่กับฟุตบอล จะสามารถนำพาชีวิตไปบนเส้นทางใดได้บ้าง</p>



<p>&#8230;หรือใครสักคนที่อาจเพิ่งเริ่มฝัน ณ วันนี้ ก็ควรเห็นสักนิดก่อนจะย่างเท้าก้าวแรก ว่าหน้าตาของลู่ทางที่ตนต้องวิ่งไป เป็นอย่างไร &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong><em>“ฟุตบอลจะเชื่อมการศึกษากับความฝันของเด็ก ทั้งในโรงเรียนและกลุ่มที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้ไปถึงเส้นทางอาชีพ โดยมีความรักเป็นต้นทุน”</em></strong></p>



<p><strong>ดร.สิริพงศ์ </strong>บอกว่าฟุตบอลคือกีฬายอดนิยมของคนทั้งโลก เด็ก ๆ ส่วนใหญ่มักใช้เวลาไปกับฟุตบอล บางคนชอบเล่น บางคนชอบดูและติดตามผลการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกทุกสัปดาห์ ความชอบความสนใจที่ไม่ต้องมีใครมาบังคับนี้ ทำให้เกิดความเป็นไปได้ของการสร้างเส้นทางเรียนรู้สำหรับเด็กทั้งในและนอกระบบการศึกษา หรือคือการออกแบบ <strong>‘การศึกษาทางเลือก’</strong> ที่มีปลายทางอาชีพหลากหลาย ในกรอบวงกลมที่ห้อมล้อมไว้ด้วย <strong>‘ความหลงใหลในฟุตบอล’</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แล้วภาพจำในอดีตที่เด็กคนหนึ่งเคยต้องเลือกระหว่าง <strong>‘การเรียน’</strong> หรือ<strong> ‘กีฬา’</strong> จนต้องทิ้งฝันไว้กลางทาง ก็กำลังเปลี่ยนไป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/11.jpg" alt="" class="wp-image-105216" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/11.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/11-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“หลักสูตรเรียนรู้ที่มีฟุตบอลเป็นฐาน เราไม่ได้มีเป้าหมายจะปั้นหรือผลิตนักกีฬาอาชีพ แต่ใจความสำคัญคือเด็กเยาวชนที่เข้ามาเรียนรู้ จะต้องได้เปิดโลกทัศน์ ว่าความชอบความสนใจของเขามันพาไปถึงอาชีพอะไรได้บ้าง เพราะในฟุตบอลมันไม่ได้มีแค่ผู้เล่น แต่ยังมีงานโค้ช งานพากย์บอล งานอีเวนต์ที่ต้องใช้คนชำนาญเรื่องแสงสีเสียง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ต้องมีผู้ดูแลสนามฟุตบอล มีล่าม มีธุรกิจขนาดใหญ่ของเสื้อผ้าอุปกรณ์เกี่ยวกับฟุตบอล และอีกนานาอาชีพในวงจรนี้ ซึ่งมันสร้างรายได้เลี้ยงดูตัวเองได้จริง”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ดร.สิริพงศ์ เชื่อว่าการศึกษาที่ยืดหยุ่นจะเข้ามาเป็นกลไกหลักของหลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล ที่ช่วยปลดล็อกทัศนคติของการศึกษาแบบเดิมที่ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่ามีอยู่ลู่เดียวคือการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ แล้วเมื่อนั้น เด็กทุกคนจะกล้าฝันถึงอนาคตในแบบของตัวเอง</p>



<p>“เมื่อห้องเรียนขยายออกไปในทุกทิศทุกทาง ซึ่งสำหรับหลักสูตรนี้คือสนามฟุตบอล ทุกสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโลกของฟุตบอล ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และคือกิจกรรมแนะแนวอาอาชีพที่เด็กสัมผัสใกล้ชิด สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ <strong>‘โมเดลการจัดการศึกษาที่เอาความชอบความสนใจของเด็กเป็นตัวตั้ง’</strong> แล้วนิเวศที่จำเป็นของการเรียนรู้จึงตามมา แล้วในวันหนึ่งที่หลักสูตรจักรวาลฟุตบอลแข็งแรงขึ้น มีผลลัพธ์ให้เห็น ก็จะเป็นข้อพิสูจน์ว่ากีฬา ดนตรี ศิลปะ หรือความสนใจใดก็ตามของเด็กคนหนึ่ง เราสามารถทำให้เกิดเป็นเส้นทางเรียนรู้ บนลู่ที่จะพาไปสู่อาชีพที่มั่นคงได้ทั้งนั้น”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12.jpg" alt="" class="wp-image-105217" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/12-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เป็นห้องเรียน เป็นพื้นที่ความสุข เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนทั้งชุมชน &#8230;ที่นั่น ‘สนามฟุตบอล’&nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong></h3>



<p><strong>รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม</strong> อนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ. และรองประธานสโมสรปัตตานี เอฟซี ผู้บริหารจัดการทีมฟุตบอลอาชีพ ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมแฟนบอลในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอลจะเริ่มบนพื้นที่ทดลอง (Sandbox) คือชุมชน หรือโรงเรียนกลุ่มเล็ก ๆ โดยคำนึงถึงการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของทั้งกลุ่มผู้เรียนและบริบทพื้นที่ และสิ่งสำคัญคือต้องมีบุคลากรที่เชื่อมั่นว่า ‘<strong>ความรักความสนใจในฟุตบอล’</strong> คือกุญแจที่จะไขไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้</p>



<p>รศ.ดร.ซุกรี ยกกรณีต้นแบบของฟุตบอลที่มีแรงดึงดูดให้เด็กกลับมาเรียนได้จริง จากโมเดลความร่วมมือของโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รวมตัวกันเป็น<strong>สหพันธ์กีฬาฟุตบอลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ (IFC)</strong> จนมีสมาชิกกว่า 100 โรงเรียน ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด คือยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10.jpg" alt="" class="wp-image-105218" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“การรวมตัวกันเป็น IFC ทำให้เกิดรายการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนในรุ่นอายุต่าง ๆ และมีกิจกรรมอีกหลายอย่างตามมา ซึ่งไม่ได้เกิดความเคลื่อนไหวแค่ตรงสนามฟุตบอล หรือส่งผลต่อตัวนักฟุตบอลเท่านั้น แต่แรงกระเพื่อมมันกระจายออกไปจนเกิดเป็นกลุ่มย่อยของวัฒนธรรมการเชียร์ ของแรงสนับสนุนอื่น ๆ ที่มาจากธุรกิจในชุมชน จนสืบเนื่องถึงความพยายามยกระดับบุคลากร ผ่านหลักสูตรอบรมการจัดการอคาเดมี่ฟุตบอลสมัยใหม่สำหรับผู้บริหารโรงเรียนและผู้ฝึกสอน หลักสูตรอบรมพัฒนาผู้ตัดสินฟุตบอลในท้องถิ่น และ IFC ยัง MOU กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อร่วมผลักดัน ‘ฟุตบอลวิถีอิสลาม’ สู่สากล มุ่งค้นหาช้างเผือกและส่งต่อเยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ และเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติในอนาคต”</p>



<p>รศ.ดร.ซุกรี ตั้งข้อสังเกตว่าเด็กจำนวนหนึ่งที่ขยับเข้ามาในวงจรของฟุตบอลหลังการเกิดขึ้นของ IFC พวกเขาไม่ได้เตะฟุตบอลเก่ง หรือฝันอยากเป็นนักฟุตบอล แต่เป็นเพราะความรักในฟุตบอลได้ชักนำให้อยากเข้ามาใกล้ชิดในทางใดทางหนึ่ง ที่ตามมาคือเมื่อการศึกษาเริ่มเปิดพื้นที่ให้ฟุตบอล ก็กลายเป็นว่าอัตราขาดเรียนของเด็ก ๆ ค่อย ๆ ลดลง ส่วนนความสนใจต่อการเรียนในวิชาอื่น ๆ ก็เริ่มมีมากขึ้น นั่นเพราะความรักความชอบฟุตบอล มันเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้กับความอยากเรียนรู้&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09.jpg" alt="" class="wp-image-105219" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“การมาถึงของหลักสูตรจักรวาลฟุตบอล จะช่วยย้ำให้เห็นว่า การออกแบบการเรียนรู้ที่ใช้ ‘ความชอบความสนใจฟุตบอล’ เป็นตัวตั้ง จะเข้ามาเป็นหลักสูตรกระแสหลัก (Mainstream) เทียบเคียงได้กับการสนับสนุนความเป็นเลิศด้านวิชาการ โดยเฉพาะยิ่งถ้าโรงเรียนต่าง ๆ สามารถจับมือกับสโมสรฟุตบอลในท้องถิ่น เพื่อเชื่อมกันสร้างห้องเรียนที่มีชีวิต ก็จะยิ่งช่วยเติมเต็มความฝันเด็ก ๆ ให้มองเห็นอาชีพที่เป็นไปได้จากสิ่งที่รัก แล้วยึดไว้เป็นเส้นทางเติบโตต่อไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งฝันวัยเด็กเมื่อเติบโตขึ้น”</p>



<p>รศ.ดร.ซุกรี กล่าวว่า ในระยะยาวความร่วมมือที่แน่นแฟ้นทั้งจากภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และชุมชน จะเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนหลักสูตรจักรวาลฟุตบอล ในลักษณะของการเสริมพลังความแข็งแรงของปัจจัยแวดล้อมเดิม&nbsp;</p>



<p>“จากที่เรามักเห็นชินตาว่าสนามฟุตบอลสาธารณะหลาย ๆ แห่ง คือพื้นที่กลางซึ่งคนทั้งชุมชนมาใช้ด้วยกัน มีคนทุกช่วงวัย และมีเด็กทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบมาใช้พื้นที่และเวลาร่วมกัน ในความหมายนี้ สนามฟุตบอลเองก็คือพื้นที่เรียนรู้อยู่แล้ว ฉะนั้นหลักสูตรที่เกิดขึ้นจะยิ่งทำให้ความหมายของการเรียนรู้ยกระดับความสำคัญขึ้น โดยสามารถเปลี่ยนเป็นวุฒิการศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้อาชีพ หรือเป็นพื้นที่เปิดกว้างของโอกาส ที่เด็กแต่ละคนจะมาไขว่คว้าความฝัน มองหางานหาอาชีพได้ ตามเส้นทางของแต่ละคน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08.jpg" alt="" class="wp-image-105220" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฟุตบอลช่วยรั้งเด็ก ๆ ไว้ไม่ให้หลุดไปจากรั้วโรงเรียน&nbsp;</strong></h3>



<p><strong>ดร.มูฮัมมาดอัสมี อาบูบากา</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา จังหวัดปัตตานี เล่าถึงการใช้ฟุตบอลเป็นเครื่องมือดึงเด็กไว้ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา โดยทำให้สนามฟุตบอลเป็นพื้นที่ของการรับรู้ว่า ถึงใครจะเรียนไม่เก่ง แต่เขาก็ยังมีตัวตนที่โรงเรียนได้</p>



<p>“เมื่อก่อนเรามีเด็กจำนวนมากที่หลุดออกไปด้วยสารพัดปัญหา แต่ส่วนใหญ่ที่เรารู้ คือไม่ใช่ทุกคนจะถนัดด้านวิชาการ บางคนเมื่อเรียนไม่ไหว ตามเพื่อนไม่ทัน ใจเขาก็ค่อย ๆ ห่างไปจากห้องเรียน หรือบ้างก็ออกห่างจากโรงเรียนไปเลย สิ่งที่เราจะใช้รับมือ จึงไม่ใช่การพยายามบังคับให้เด็กกลับมาเรียน &#8230;แต่เราต้องสร้างนิเวศใหม่ขึ้นมา โดยใช้<strong> ‘สิ่งที่เขารักเป็นเครื่องนำทาง’</strong> และหนึ่งในนั้นคือฟุตบอล&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07.jpg" alt="" class="wp-image-105221" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.มูฮัมมาดอัสมี อาบูบากา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เมื่อนั้นโรงเรียนก่อตั้ง ‘พีระยา ฟุตบอล อคาเดมี’ (Piraya Football Academy) ขึ้น เพื่อระดมความร่วมมือจากข้างนอกโรงเรียน มาช่วยยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เราเริ่มพัฒนาสนามฟุตบอล จัดหาผู้ฝึกสอน ปรับปรุงระบบพัฒนาเยาวชนให้ได้มาตรฐาน โดยยึดหลักของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เป็นของเด็กทุกคน”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ผอ.โรงเรียนพีระยานาวินคลองหินวิทยา ฉายภาพความเปลี่ยนแปลงหลังการก่อตั้งพีระยา ฟุตบอล อคาเดมี ว่านักเรียนที่ถูกนิยามว่าเป็น ‘เด็กหลังห้อง’ ผู้สะสม 0 ร มส เต็มสมุดรายงานผล จนเกือบตัดสินใจแล้วว่าจะหันหลังให้การศึกษา หลายคนกลับมามีกำลังใจ ตามแก้ไขผลการเรียน และใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนไม่หนีไปไหน เพราะ <strong>‘ใจอยู่กับฟุตบอล’</strong></p>



<p>“เหมือนเรามีสนามบอลเป็นห้องเรียน มีลูกบอลเป็นสื่อการสอน เด็กที่เคยไม่ชอบเรียนหนังสือก็ปรับตัวอยู่ในโรงเรียนได้ดีขึ้น เริ่มรู้สึกมีเป้าหมาย มีตัวตน มีพื้นที่ที่ปลอดภัย ซึ่งพอเป็นอย่างนั้น ครูจึงค่อย ๆ แทรกเนื้อหาวิชาการในระดับที่เหมาะสมใส่เข้าไป จนพื้นนความรู้ของเด็กดีขึ้น อัตราคนหลุดกลางคันลดลง และมีเด็กเรียนจบตามเกณฑ์เพิ่มขึ้น”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ดร.มูฮัมมาดอัสมี พูดถึงการนำฟุตบอลมาเป็นเครื่องมือในการจัดการศึกษา ว่า หัวใจของหลักสูตรจะต้องไม่มุ่งไปสู่ความเป็นเลิศ หากคือมุ่ง <strong>‘สร้างคน’</strong> ให้เติบโตเป็นประชากรคุณภาพ มีทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต รู้จักระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถซึมซับได้ ผ่านทุกองค์ประกอบของฟุตบอล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-1.jpg" alt="" class="wp-image-105222" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/06-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความรักและความสุข จุดเริ่มต้นเส้นทางสู่มืออาชีพ</strong></h3>



<p><strong>‘จ่าเย็น’ มงคล ทศไกร </strong>อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นโค้ชและผู้ส่งต่อโอกาสให้กับเด็ก ๆ มากมายที่รักฟุตบอล สะท้อนประสบการณ์จากห้องเรียนสนามฟุตบอลว่า “ในบทเรียนของเด็กเล็ก ๆ ที่ใช้ฟุตบอลมาเป็นเครื่องมือจัดการเรียนรู้ พื้นที่ตรงนั้นจะต้องให้โอกาสลองผิดลองถูก ได้ค้นหาความสนใจความถนัดของตัวเอง และที่สำคัญคือการเรียนรู้ต้องดำเนินบนความสนุก ไม่กดดัน เด็ก ๆ ต้องได้พบเพื่อนใหม่ มีประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อที่ช่วงเวลาของการเริ่มต้น จะค่อย ๆ ก่อตัวเป็นความรัก”</p>



<p>ไม่ใช่แค่ฟุตบอล แต่ในทุกศาสตร์ ทุกสาขาอาชีพ<strong> ‘ความรัก’</strong> จะเป็นจุดเปลี่ยนให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีสมาธิจดจ่อ แล้วจึงต่อยอดเป็นความพยายามที่จะพัฒนาตัวเองในทุกวัน แล้วถึงจุดนั้นการตื่นเช้า การฝึกหนัก หรือจะมีบททดสอบที่ยากขึ้นเท่าไหร่ เด็ก ๆ ก็จะพร้อมฝ่าฟันด้วยตัวของเขาเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-1.jpg" alt="" class="wp-image-105223" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/05-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘จ่าเย็น’ มงคล ทศไกร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“สิ่งที่ฟุตบอลสอนเรา คือทุกความสำเร็จ ทุกจุดหมายปลายทาง ล้วนเต็มไปด้วยอุปสรรคและความลำบาก ยิ่งการจะยืนระยะเพื่อไปถึงเส้นทางอาชีพ เราต้องมีวินัยและอดทนทั้งในสนาม และต่อสิ่งยั่วยุมากมายที่เข้ามาในแต่ละช่วงการเติบโต”&nbsp;</p>



<p>จ่าเย็นเปรียบถึงการพัฒนาตัวเองไปสู่ความเป็นมืออาชีพในทุกสายงาน ว่าไม่ต่างกับนักฟุตบอล ที่ต้องมีจิตใจเข้มแข็ง กล้าชนอุปสรรค พร้อมเผชิญหน้ากับความคาดหวังและความกดดัน เพื่อผ่านบททดสอบสู่ความสำเร็จ</p>



<p>ในฐานะโค้ชหรือผู้ฝึกสอน จ่าเย็นกล่าวว่า “ความภูมิใจของเรา คือการเห็นเด็กคนหนึ่งสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ด้วยพลังใจ ด้วยความเชื่อในความฝัน แล้วเมื่อไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ เขาจะยังคงหล่อเลี้ยงความรักและความสุขเอาไว้ได้ ในการทำสิ่งที่ชอบที่สนใจต่อไป”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-1.jpg" alt="" class="wp-image-105224" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นักพากย์ขอบสนาม อีกเส้นทางหนึ่งของความรักที่มีต่อฟุตบอล</strong></h3>



<p><strong>‘ชาร์ป’ ไพศาล อำไพกูลย์ </strong>นักพากย์ฟุตบอลเดินสาย ผู้เริ่มเส้นทางอาชีพด้วยความรักในฟุตบอล บอกว่าเขาเริ่มจากวัยเด็กที่เคยอยากเป็นนักฟุตบอลเหมือนเด็กคนอื่น แต่วันหนึ่งเมื่อมีโอกาสได้จับไมค์ ชาร์ปก็ค้นพบว่าอะไรคือสิ่งที่เขา ‘รัก’ และ ‘ทำได้ดี’ กว่าการลงไปโลดแล่นในสนามฟุตบอล</p>



<p>“มันเริ่มขึ้นจากวันกีฬาสีที่โรงเรียน ผมเสนอตัวขอครูพากย์ฟุตบอล แล้วผมก็รู้ว่าตัวเองทำได้ และทำได้ดีมาก ๆ กว่าการลงไปเล่นฟุตบอล”</p>



<p>พอเจอเส้นทางที่ใช่ ชาร์ปเริ่มทุ่มเทเวลากับการลักจำจากนักพากย์รุ่นพี่ แล้วลองฝึกพากย์กับคลิปที่บ้าน พยายามหาสไตล์ของตัวเองจนพบ และจากแค่ในรั้วโรงเรียน ชาร์ปพาตัวเองไปเปิดหูเปิดตาลองพากย์ฟุตบอลในรายการแข่งขันของชุมชน ขยับสู่ระดับตำบล จนที่สุดก็ยึดอาชีพนักพากย์ฟุตบอลเดินสายพร้อมมีทีมงานไลฟ์มืออาชีพ ที่มีตารางงานแน่นเอียด กินพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี จนถึงนครปฐม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-1.jpg" alt="" class="wp-image-105225" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/04-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ชาร์ป’ ไพศาล อำไพกูลย์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>อย่างไรก็ตามในวัย 17 การมีอาชีพมีรายได้ก็แลกมาด้วยอนาคตทางการศึกษาที่ไม่แน่นอน เมื่อชาร์ปที่ยังเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย แต่กลายเป็นเสาหลักครอบครัวไปแล้ว เขาเริ่มไปโรงเรียนน้อยลงจนเกือบจะหลุดออกมากลางคัน กระทั่งคุณครูสังเกตเห็น และชวนให้เข้าเรียนในรูปแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น <strong>‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’</strong> ของโรงเรียนพนมทวนชนูปถัมภ์ จากนั้นชาร์ปจึงพากย์บอลและเรียนหนังสือไปพร้อมกันได้ จนใกล้จะจบรับวุฒิ ม.6 ในอีกไม่นานนี้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมรักฟุตบอล รักการพากย์ฟุตบอล แล้วก็อยากเรียนหนังสือให้จบด้วย ก็ดีใจครับที่โรงเรียนมีหลักสูตรที่ทำให้เราสามารถเรียนและทำงานไปด้วย แต่ส่วนที่ผมคิดว่าน่าสนใจก็คือ ในบทเรียนของผม คุณครูเขาจะปรับเอาสิ่งที่เกี่ยวกับการพากย์ฟุตบอล ทั้งการใช้ภาษาหรือความรู้เรื่องเทคโนโลยีมาใส่ไว้ด้วย นอกจากนี้บทเรียนที่ออกแบบมาสำหรับผมโดยเฉพาะ ยังทำให้เห็นว่าผมจะสามารถเติบโตไปบนเส้นทางที่ถนัดได้ยังไง มีงานพากย์หรืองานมีเดียรองรับแค่ไหน แล้วถ้าจะไปบนทางนั้น ผมยังต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง”</p>



<p>ชาร์ปขมวดสรุปว่า เรื่องราวของเขาอาจถือเป็นสาขาหนึ่งของ ‘หลักสูตรจักรวาลฟุตบอล’ ซึ่งแสดงให้เห็นอาชีพที่วนเวียนในวงจรฟุตบอล และรูปแบบการศึกษาที่สนับสนุนให้เขามีโอกาสเรียนจบเหมือนเพื่อน ๆ ด้วยรูปแบบการศึกษาที่สอดคล้องกับชีวิต</p>



<p>และนี่คือเรื่องราวการเปลี่ยนสนามฟุตบอลเป็นห้องเรียน ด้วยหลักสูตรที่ออกแบบขึ้นโดยใช้ฟุตบอลเป็นฐานเชื่อมองค์ความรู้ วุฒิการศึกษา ทักษะชีวิต และทักษะเฉพาะทางเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มโอกาสของการเรียนรู้ตามความสนใจ ตามศักยภาพ และแตกแขนงออกไปได้เป็นเส้นทางสายอาชีพอีกไม่รู้จบ ด้วยจุดเริ่มต้นจาก &#8230;<strong>‘ความรักในฟุตบอล’&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-2.jpg" alt="" class="wp-image-105226" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/09/02-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-020926/">ความรักในฟุตบอลที่สร้างห้องเรียนแห่งชีวิต: ‘หลักสูตรจักรวาลฟุตบอล’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
