<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการพัฒนาทักษะอาชีพการประกอบอาหารขนาดย่อมในกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 May 2021 09:09:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โครงการพัฒนาทักษะอาชีพการประกอบอาหารขนาดย่อมในกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนแพร่นำหลักสูตรการย้อมเสื้อหม้อห้อมแบบดั้งเดิมด้วยสีธรรมชาติกลับมาสอน ช่วยสร้างทักษะ สร้างอาชีพให้กับคนด้อยโอกาสใน 3 ชุมชนของตัวจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-55/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 May 2021 09:09:18 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40312</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผ้าฝ้ายทอมือสีน้ำเงินครามซึ่งถูกย้อมด้วย ‘ห้อมธรรมชาติ’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-55/">วิทยาลัยชุมชนแพร่นำหลักสูตรการย้อมเสื้อหม้อห้อมแบบดั้งเดิมด้วยสีธรรมชาติกลับมาสอน ช่วยสร้างทักษะ สร้างอาชีพให้กับคนด้อยโอกาสใน 3 ชุมชนของตัวจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ผ้าฝ้ายทอมือสีน้ำเงินครามซึ่งถูกย้อมด้วย </span><b>‘ห้อมธรรมชาติ’ </b><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><b> ‘หม้อห้อม’</b><span style="font-weight: 400;"> คือสินค้าหัตถกรรมขึ้นชื่อของเมือง</span><b>แพร่</b><span style="font-weight: 400;"> ทว่าแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอยู่มาก </span><span style="font-weight: 400;">แต่การผลิตผ้าหม้อห้อมธรรมชาติแบบดั้งเดิมกลับ</span><span style="font-weight: 400;">เลือนหายไป เนื่องจาก</span><span style="font-weight: 400;">ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝีมือ อีกทั้ง </span><b>‘ต้นห้อม’</b><span style="font-weight: 400;"> พืชให้สีซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการย้อมเริ่มหายากและมีราคาสูง ทั้งกำลังถูกกลืนด้วยวิธีใช้สารเคมี</span></p>
<p><b>วิทยาลัยชุมชนแพร่ จังหวัดแพร่ </b><span style="font-weight: 400;">จึงได้จัดทำ</span><b>โครงการพัฒนาทักษะอาชีพทุนวัฒนธรรมการผลิตผ้าม่อห้อมของจังหวัดแพร่ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อส่งเสริมอาชีพ สืบสานการอนุรักษ์ผ้าหม้อห้อม โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์ ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ คนว่างงาน คนพิการ เกษตรกร และแรงงานนอกระบบ จำนวนทั้งสิ้น 75 คน </span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone wp-image-40318 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" class="alignnone wp-image-40319 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small55-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการเข้ารับการอบรมนั้น ทางโครการฯ ได้แบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 25 คน ตามกลุ่มอาชีพใน</span><b>การผลิตม่อฮ่อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li><b>กลุ่มปลูก</b><span style="font-weight: 400;"> ถือเป็นต้นน้ำ โดยเลือกพื้นที่</span><b>บ้านนาคูหา อำเภอเมือง จังหวัดแพร่</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ดีที่สุดของจังหวัด ซึ่งถ้าพูดถึงแหล่งปลูกห้อมที่ดีที่สุด ทุกคนรู้ว่าต้องบ้านนาคูหา</span></li>
<li><b>กลุ่มย้อม</b><span style="font-weight: 400;"> คือกลางน้ำ เลือก</span><b>บ้านทุ่งโฮ้ง</b><span style="font-weight: 400;">เพราะเป็นย่านขายผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมห้อมอยู่แล้ว โดยไปคุยกับเครือข่ายคนรุ่นใหม่ที่เคยเรียนวิทยาลัยชุมชนแพร่ที่ผ่านการเรียนรู้จากภาคอุตสาหกรรมมาแล้ว </span></li>
<li><b>กลุ่มแปรรูป</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นปลายน้ำ เราได้พบคนรุ่นใหม่ที่ชอบเรื่องผ้า และพบว่าในพื้นที่</span><b>อำเภอลอง</b><span style="font-weight: 400;">ยังไม่เคยมีหน่วยงานใดเข้าถึง ซึ่งคนในกลุ่มนี้สามารถย้อมและตัดเย็บผ้าได้ </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นแล้ว สำคัญไม่แพ้กัน ทางโครงการยังได้มีการ </span><b>‘สร้างเครือข่าย’</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่มมาเจอกัน เพื่อเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกัน สร้างความเข้มแข็งและเกิดเป็น </span><b>‘ห่วงโซ่การทอผ้า’</b> <span style="font-weight: 400;">โดยมีการทำงานที่เชื่อมโยงกันคือชุมชนบ้านนาคูหารับหน้าที่ผลิตห้อมซึ่งเป็นวัสดุตั้งต้นของการทำเสื้อ จากนั้นก็จะส่งต่อให้กับชุมชนบ้านทุ่งโฮ้งที่รับหน้าที่ย้อมผ้า และสุดท้ายก็จะนำผ้าที่ย้อมแล้วส่งต่อให้กับทีมปลายน้ำคือชุมชนในอำเภอลองซึ่งจะรับหน้าที่ตัดเย็บจนออกมาเป็นเสื้อ ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาหม้อฮ่อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมทั้งนำผ้าที่เกิดขึ้นจากการทำงานมาร่วมกันมาจำหน่าย โดยไม่นำผ้าทอจากที่อื่นมาขาย</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40317" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large55.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large55.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large55-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large55-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large55-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large55-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ</span><b>ช่องทางการตลาด</b><span style="font-weight: 400;"> นอกจากการจำหน่ายผ่านเครือข่ายแล้ว ยังมี</span><b>ช่องทางออนไลน์</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ชอบห้อมแท้ ๆ รวมทั้งยังพยายามสร้างจุดขายด้วยการสร้างเรื่องเล่าจากงานธรรมชาติ โดยมีพระสงฆ์เป็นแกนนำเรื่องการทอผ้ากำลังจะเปิดเพจเฟซบุ๊กภายใต้ชื่อ </span><b>‘ฝ้ายหลวง’</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อบอกเล่าเรื่องของฝ้ายและห้อมในชุมชน นอกจากนี้ยังมีอาจารย์จากวิทยาลัยชุมชนแพร่ที่เข้ามาช่วยเสริม</span><b>ความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการกลุ่ม</b><span style="font-weight: 400;"> และการขายให้แก่กลุ่มแปรรูปซึ่งยังมีความรู้น้อย จนสามารถ</span><b>แปรรูปและจำหน่าย</b><span style="font-weight: 400;">ได้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลความสำเร็จจาก</span><b>โครงการพัฒนาทักษะอาชีพทุนวัฒนธรรมการผลิตผ้าหม้อห้อมของจังหวัดแพร่</b> <span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงช่วยรักษา</span><b>สืบสานภูมิปัญญา</b><span style="font-weight: 400;">การทำผ้าฝ้ายย้อมห้อมธรรมชาติของคนรุ่นก่อนไว้ให้ไม่สูญหาย แต่ยังช่วยให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และแรงงานด้อยโอกาสได้</span><b>ประกอบอาชีพและสร้างรายได้จากวิถีดั้งเดิมที่มีคุณค่าของชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> รวมถึง</span><span style="font-weight: 400;">คณะทำงานจากวิทยาลัยชุมชนแพร่เองยังได้เรียนรู้ภูมิปัญญาการทำห้อมจากชุมชน และนำมาสร้างเป็นองค์ความรู้ร่วมกันอย่างยั่งยืนสืบต่อไป </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จจาก</span><b>โครงการพัฒนาทักษะอาชีพทุนวัฒนธรรมการผลิตผ้าหม้อห้อมของจังหวัดแพร่</b> <span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงช่วยรักษา</span><b>สืบสานภูมิปัญญา</b><span style="font-weight: 400;">การทำผ้าฝ้ายย้อมห้อมธรรมชาติของคนรุ่นก่อนไว้ให้ไม่สูญหาย แต่ยังช่วยให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และแรงงานด้อยโอกาสได้</span><b>ประกอบอาชีพและสร้างรายได้จากวิถีดั้งเดิมที่มีคุณค่าของชุมชน</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40316" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_055.png" alt="" width="2500" height="2500" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_055.png 2501w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_055-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_055-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_055-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_055-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_055-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_055-2048x2048.png 2048w" sizes="(max-width: 2500px) 100vw, 2500px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-55/">วิทยาลัยชุมชนแพร่นำหลักสูตรการย้อมเสื้อหม้อห้อมแบบดั้งเดิมด้วยสีธรรมชาติกลับมาสอน ช่วยสร้างทักษะ สร้างอาชีพให้กับคนด้อยโอกาสใน 3 ชุมชนของตัวจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘กลุ่มฅนวัยใส’ จัดโครงการฝึกทักษะ ‘พ่อแม่วัยรุ่น’ ให้เป็นเจ้าของร้านอาหารขนาดเล็ก แก้ปัญหาครอบครัวอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-34/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 May 2021 07:15:44 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40253</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ที่กลุ่มฅนวัยใส จังหวัดเชียงใหม่  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-34/">‘กลุ่มฅนวัยใส’ จัดโครงการฝึกทักษะ ‘พ่อแม่วัยรุ่น’ ให้เป็นเจ้าของร้านอาหารขนาดเล็ก แก้ปัญหาครอบครัวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว ที่</span><b>กลุ่มฅนวัยใส จังหวัดเชียงใหม่ </b><span style="font-weight: 400;">ทำงานดูแลช่วยเหลือพ่อแม่วัยรุ่นในพื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะ</span><b>เน้นไปที่การพัฒนาสุขภาพเป็นหลัก</b> <b>เพื่อป้องกันการท้องซ้ำ และการดูแลลูก ซึ่งเน้นไปที่พัฒนาการของเด็กและการส่งเสริมการอ่าน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและการเสริมพลังใจ เพื่อให้เขาลุกขึ้นมาจัดการปัญหาได้ด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งผลจากการทำงานคลุกคลีกับพ่อแม่วัยรุ่นมาหลายปี พบว่า พื้นฐานของคนเหล่านี้ นอกจากขาดโอกาสทางการศึกษาแล้ว ครอบครัวยังมีฐานะยากจนอีกด้วย ยิ่งท้องตั้งแต่วัยเด็ก โอกาสในการประกอบอาชีพก็ยิ่งน้อย สุดท้ายก็เข้าสู่ภาวะยากจนเหมือนเดิม ทำให้กลุ่มฅนวัยใส</span><b>คิดหาวิธีช่วยเหลือพ่อแม่วัยรุ่น </b><span style="font-weight: 400;">ด้วยการ</span><b>จัดทำโครงการพัฒนาทักษะอาชีพการเป็นผู้ประกอบการอาหารขนาดย่อมในกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น </b><span style="font-weight: 400;">ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</span></p>
<p><b>ศรินญา สิงห์ทองวรรณ</b><b> ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งกลุ่มฅนวัยใส </b><span style="font-weight: 400;">เล่าที่มาที่ไปของโครงการว่า “ถ้าเขาท้องไม่อิ่ม การพัฒนาด้านอื่นจะถูกปิดประตู เราต้องหาทางทำอย่างไรก็ได้ให้เขามีรายได้ ให้เขาสร้างรายได้ด้วยตัวเอง เพราะ</span><b>นอกจากรายได้แล้ว การได้ทำงานยังช่วยเพิ่มความภาคภูมิใจให้กับพวกเขาอีกด้วย</b><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40259 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-40260 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small17-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การฝึกทักษะอาชีพการเป็นผู้ประกอบการอาหารขนาดย่อมให้กลุ่มเป้าหมาย 50 คน จากพื้นที่อำเภอสารภี อาจฟังดูแล้วน่าจะง่าย</span><b> แต่เมื่อลองถามกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นแล้ว คำตอบที่ได้รับก็คือ&#8230;ไม่รู้</b><span style="font-weight: 400;"> โดย</span><b>สุดาพร นาคฟัก ผู้รับผิดชอบโครงการ</b><span style="font-weight: 400;"> เสริมว่า ที่ผ่านมา เด็กกลุ่มนี้ผ่านการฝึกอาชีพมาหลายอย่าง แต่ก็ไปไม่รอด เพราะว่ามันไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเขา เนื่องจากสถานฝึกอาชีพอยู่ไกลเกินไป เด็กอายุ 14-15 ปี ยิ่งมีลูกเล็กเขาก็ไปไม่ได้ </span><b>อีกทั้งอาชีพก็ไม่ตรงกับความต้องการของเขา เช่น การเย็บผ้า การตัดผม</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">วิถีชีวิตของพ่อแม่วัยรุ่นจะไม่เหมือนคนอื่น จากที่เคยทำกิจกรรมร่วมกันมาหลายปี เรารู้เลยว่าการจะหาอาชีพที่เหมาะจริงๆ นั้นยากมาก เช่น ครั้งหนึ่ง เราชวนเขามาทำกิจกรรมประมาณ 2-3 ชั่วโมง นัดหมายกันดิบดีว่าจะมา แต่พอถึงเวลาจริงก็มาไม่ได้ เพราะลูกป่วย ต้องพาลูกไปโรงพยาบาล หรือบางคนไม่มีใครดูแลลูก ไม่มีคนมาส่ง ขณะที่บางคนก็ต้องเอาลูกมาทำกิจกรรมด้วย </span><b>อบรมได้พักหนึ่ง แม่ต้องออกไปให้นมลูกก็มี</b><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><b>สุดาพร</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า เป้าหมายของโครงการนี้ คือพ่อแม่วัยรุ่นต้องมีอาชีพ และสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ </span><b>จากนั้นก็ฝึกเรื่องกระบวนการคิดต่างๆ เช่น การวางเป้าหมายชีวิต การคิดคำนวณต้นทุน รายได้ และเรียนรู้กระบวนการสู่การพัฒนาทักษะอาชีพต่อไป โดยคนที่เข้าร่วมหลักสูตรครบ 30 ชั่วโมง จะมีเงินทุนสนับสนุนสำหรับซื้ออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพเริ่มต้นให้ 2,000 บาท </b><span style="font-weight: 400;">“ซึ่งถ้าหากพวกเขาทำได้จริงๆ มันจะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปเลยนะ” สุดาพรย้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากโครงการนี้จะช่วยพ่อแม่วัยรุ่นค้นหาอาชีพที่เหมาะสมกับตนเองได้แล้ว </span><b>ยังช่วยให้กลุ่มเป้าหมายภาคภูมิใจในตนเอง ที่สามารถหาเลี้ยงตนเองได้อีกด้วย</b><span style="font-weight: 400;"> ด้าน</span><b> นิมานนรดี บุตรฉกรรจ์ หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจใหม่ เล่าว่า เธอใช้พื้นที่หน้าบ้านข้างร้านขายผลไม้ของแม่เป็นที่ตั้งแผงกล้วยทอดแบรนด์ </span><b>‘เก้าแสน’</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเธอนำเงินทุนที่ได้จากโครงการมาซื้ออุปกรณ์ขายกล้วยทอด ทำให้มีรายได้วันละประมาณ 3,000 บาท ซึ่งหลังจากแบ่งต้นทุนประจำวันไว้ซื้อวัตถุดิบแล้ว เธอจะมีเงินเหลือเก็บประมาณ 1,700 บาท ไว้เป็นเงินสำรองสำหรับอนาคต</span></p>
<p><b>“ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการนี้มีหลายอย่าง แต่ที่ชอบที่สุดคือการคำนวณต้นทุน กำไร และการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เดิมเป็นคนที่เก็บเงินไม่อยู่ มีเท่าไรก็ใช้หมด แต่โครงการนี้สอนให้รู้จักการออมเงิน จึงลองนำมาใช้จัดระเบียบตัวเอง ได้เงินมาก็จดค่าใช้จ่าย แล้วก็เริ่มเก็บเงิน พอเห็นเงินเก็บของตัวเองก็รู้สึกดีใจมาก</b><b>”</b></p>
<p><b>นิมานนรดี </b><span style="font-weight: 400;">เสริมว่า ตอนนี้เธอภูมิใจในตัวเองมาก ที่ไม่ต้องแบมือขอเงินพ่อแม่อีกแล้ว ทั้งนี้ เธอวางแผนไว้ว่า ถ้าหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดีขึ้น จะให้สามีไปทำงานเพิ่มเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคต ส่วนเงินที่ได้จากการขายกล้วยทอด ก็เอาไว้ใช้จ่ายในครัวเรือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><b>การจะทำงานกับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ‘ความเชื่อใจและความไว้ใจ’ ถือเป็นสิ่งสำคัญ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะการเป็นพ่อแม่วัยรุ่นนั้น บางครั้ง พวกเขาเพียงต้องการให้มีคนรับฟังพวกเขาบ้างเท่านั้น ซึ่งเทคนิควิธีที่เธอใช้ก็คือ การชวนคิดชวนคุยกันแบบมนุษย์คนหนึ่งคุยกัน โดยจะไม่ใช้วิธีสอนหรือสั่งให้พวกเขาทำอย่างนั้นอย่างนี้ ใช้การรับฟังแบบไม่ตัดสิน </span><b>ต้องไม่คิดว่าตัวเองเป็นครู เป็นป้า หรือว่ามีประสบการณ์ชีวิตมากกว่า อาบน้ำร้อนมาก่อน แต่เน้นพูดคุยกันเหมือนพี่เหมือนเพื่อน </b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-40258" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large17.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large17.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large17-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large17-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large17-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large17-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><b>การทำงานกับพ่อแม่วัยรุ่น ความไว้เนื้อเชื่อใจสำคัญมาก</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรของเราทำงานโดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ แต่ดูแลเด็กด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ เวลาเด็กมาใหม่ หรือเวลาไปเยี่ยมบ้าน ครั้งแรกเขาก็จะประเมินเรา เราก็จะประเมินเขา เด็กๆ จะมีความซื่อ </span><b>เขาจะมองดูบรรยากาศทั้งหมด มองตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยนะว่า เราคิดกับเขายังไง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะเขามีประสบการณ์ที่ถูกตีตราจากสังคมและชุมชนมาเยอะ แต่เราจะไม่แสดงกิริยาแบบนั้นกับเขา </span><b>เขาจะสักลาย จะนุ่งกางเกงยีนขาสั้นก็ไม่เป็นไร เราจะมองด้วยความเป็นมิตร ด้วยสายตาที่อยากช่วยเหลือเขาจริงๆ </b><span style="font-weight: 400;">แล้วเด็กเขาจะสัมผัสมันได้ ฉะนั้น ผู้ใหญ่ต้องจัดการตัวเอง และต้องก้าวข้ามความรู้สึกเหล่านี้ให้ได้ก่อนที่จะเข้าไปช่วยเหลือเด็กๆ</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันนี้ ผลลัพธ์จากโครงการนี้ได้เดินมาถึงปลายทางแล้ว ด้วยความทุ่มเทแรงกายแรงใจให้คำแนะนำพ่อแม่วัยรุ่นอย่างเต็มที่ ในที่สุด กลุ่มฅนวัยใสก็สามารถทำให้พ่อแม่วัยรุ่นกลุ่มนี้ เกิดความภาคภูมิใจจากการมีอาชีพ มีรายได้ไว้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว</span><b> อีกทั้งยังช่วยให้พวกเขาเห็นอนาคตของตนเองชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าจะก้าวต่อไปในอนาคตข้างหน้าอย่างไร ถึงจะมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการนี้มีหลายอย่าง แต่ที่ชอบที่สุดคือการคำนวณต้นทุน กำไร และการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เดิมเป็นคนที่เก็บเงินไม่อยู่ มีเท่าไรก็ใช้หมด แต่โครงการนี้สอนให้รู้จักการออมเงิน จึงลองนำมาใช้จัดระเบียบตัวเอง ได้เงินมาก็จดค่าใช้จ่าย แล้วก็เริ่มเก็บเงิน พอเห็นเงินเก็บของตัวเองก็รู้สึกดีใจมาก” </span><b>นิมานนรดี บุตรฉกรรจ์ หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-40257 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_034.png" alt="" width="2501" height="2501" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_034.png 2501w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_034-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_034-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_034-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_034-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_034-1536x1536.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF-Infographic_034-2048x2048.png 2048w" sizes="(max-width: 2501px) 100vw, 2501px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-34/">‘กลุ่มฅนวัยใส’ จัดโครงการฝึกทักษะ ‘พ่อแม่วัยรุ่น’ ให้เป็นเจ้าของร้านอาหารขนาดเล็ก แก้ปัญหาครอบครัวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพด้านการตัดเย็บ เพื่อกระตุ้นการจ้างงานในชุมชน ผ่านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ตัดเย็บจากผ้า ตำบลสนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-78/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2021 08:32:51 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28694</guid>

					<description><![CDATA[<p>การทอผ้า เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านในตำบลสนามคลี อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-78/">มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพด้านการตัดเย็บ เพื่อกระตุ้นการจ้างงานในชุมชน ผ่านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ตัดเย็บจากผ้า ตำบลสนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>การทอผ้า</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านใน</span><b>ตำบลสนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างไรก็ดี  พวกเขาไม่ได้ใช้การทอผ้าในการหารายได้อย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่ในชุมชนเป็นที่ราบลุ่ม ชาวบ้านจึงประกอบอาชีพทาง</span><b>เกษตรกรรม</b><span style="font-weight: 400;">เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ การปลูกเมล่อน บางกลุ่มที่ตั้งครัวเรือนริมแม่น้ำ ก็มีอาชีพเสริมเป็นการเลี้ยงปลากดคัง โดยมีทั้งเป็นเจ้าของกระชังปลาเอง และเป็นลูกจ้างดูแลกระชังปลา</span></p>
<p><b>กองส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก</b><span style="font-weight: 400;"> จึงเล็งเห็นโอกาส ในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการประกอบอาชีพ โดยสร้างความตระหนักให้คนในชุมชนรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผ่านการกระตุ้นให้คนกลับเข้ามาทำงานในชุมชน โดยอาศัยชุมชนเป็นฐานการผลิตและฐานการเรียนรู้ร่วมกัน จนออกมาเป็น </span><b>“โครงการพัฒนาทักษะอาชีพงานฝีมือตัดเย็บกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ตัดเย็บจากผ้า สร้างโอกาสการจ้างงานในชุมชน ตำบลสนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยโครงการฯ ได้เฟ้นหากลุ่มเป้าหมายจำนวน 50 คน จากพื้นที่ชุมชนตำบลสนามคลี โดยมีจุดประสงค์ของโครงการเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีทักษะการตัดเย็บอยู่บ้างแล้ว ได้พัฒนาฝีมือ ตลอดจนเป็นการ</span><b>สร้างโอกาสทางด้านอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">ให้ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้ว่างงานในชุมชน ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ต้องออกไปทำงานนอกชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยโครงการจะดำเนินการผ่านความร่วมมือของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ตัดเย็บจากผ้า ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในสายอาชีพนี้อยู่แล้ว มาช่วยให้คำแนะนำ ทว่า ตัวกลุ่มเองก็ยังมีข้อจำกัดในบางเรื่อง เช่น รูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่หลากหลายและมีความร่วมสมัยมากพอ คณะทำงานจึงต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนและส่งเสริมในด้านนี้ ผ่านการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ด้วยการวิเคราะห์ผู้บริโภค และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีมูลค่าเพิ่มขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จสิ้น คณะทำงานจะปรับกระบวนการทำงานให้เข้าสู่</span><b>การผลิตสินค้ารูปแบบใหม่</b><span style="font-weight: 400;">ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ในรูปแบบมินิมัล (minimal) กล่าวคือ มีความเรียบง่ายแต่เรียบหรู ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่เคยผลิตกันมาตั้งแต่สมัยก่อน อาทิ ถุงผ้าสวมแก้วเยติ ย่ามรูปแบบใหม่ และหมวกผ้า เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ คณะทำงานยังให้ความสำคัญกับการ</span><b>ย้อมสีผ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น เปลือกไม้ ใบไม้ หรือแร่ธาตุต่างๆ ที่หาได้ในชุมชนตำบลสนามคลี เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป้าหมาย ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเข้าถึงความต้องการของตลาดกลุ่มใหม่ได้ โดยจะกระทำควบคู่ไปกับ</span><b>การพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการในศตวรรษที่ 21</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านการใช้เทคโนโลยีในการกระจายสินค้า เช่น การสร้างเพจหรือเว็บไซต์ของกลุ่ม เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะหากมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ แต่ไม่มีช่องทางการจำหน่ายที่ทัดเทียมกัน ความลื่นไหลของการกระจายสินค้าก็อาจหยุดชะงักได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี สุดท้ายนี้ คณะทำงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อกลุ่มเป้าหมายพัฒนาขึ้นตามลำดับกระบวนการข้างต้นแล้ว จะช่วยให้</span><b>ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป้าหมายเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> และนำไปสู่</span><b>การจ้างงานภายในชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> อีกทั้งยังเป็นการช่วยปูพื้นฐานให้กลุ่มเป้าหมาย มีทักษะในการเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อรองรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวันได้อีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>คณะทำงานยังให้ความสำคัญกับการย้อมสีผ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น เปลือกไม้ ใบไม้ หรือแร่ธาตุต่างๆ ที่หาได้ในชุมชนตำบลสนามคลี เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป้าหมาย ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเข้าถึงความต้องการของตลาดกลุ่มใหม่ได้</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-78/">มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพด้านการตัดเย็บ เพื่อกระตุ้นการจ้างงานในชุมชน ผ่านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ตัดเย็บจากผ้า ตำบลสนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ม.นครพนมพัฒนาอาชีพผู้ว่างงานให้มีทักษะสามารถดูแลกลุ่มที่ต้องการได้รับการพึ่งพิง  ช่วยหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-51/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Apr 2021 06:47:48 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28662</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดนครพนม คือหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้ที่ต้องการได้รับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-51/">ม.นครพนมพัฒนาอาชีพผู้ว่างงานให้มีทักษะสามารถดูแลกลุ่มที่ต้องการได้รับการพึ่งพิง  ช่วยหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>จังหวัดนครพนม</b><span style="font-weight: 400;"> คือหนึ่งในจังหวัดที่มี</span><b>ผู้ที่ต้องการได้รับการพึ่งพิง</b><span style="font-weight: 400;">เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น</span><b>เด็กอ่อน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้ ‘อาชีพผู้ดูแล’ เป็นที่ต้องการอย่างมากในจังหวัด ทำให้ปริมาณของผู้ที่มีทักษะนี้มีไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น </span></p>
<p><b>มหาวิทยาลัยนครพนม (วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม) </b><span style="font-weight: 400;">สถาบันฯ ที่มีความใกล้ชิดกับพื้นที่และดูแลประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด พบว่าใน</span><b>ตำบลนาราชควาย ตำบลหนองญาติ และตำบลอาจสามารถ</b><span style="font-weight: 400;"> มีจำนวนผู้ที่ต้องการได้รับการพึ่งพิงเป็นจำนวนมาก สถาบันฯ จึงได้จัดตั้ง  ‘</span><b>โครงการพัฒนาทักษะอาชีพด้านการดูแลสุขภาพกลุ่มที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเขตจังหวัดนครพนม’</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อต่อยอดแนวคิดในการสร้างทักษะอาชีพนี้ให้กับ</span><b>กลุ่มผู้ด้อยโอกาส</b><span style="font-weight: 400;">ในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนรายได้และการว่างงานในชุมชน รวมถึงตอบความต้องการของตลาดแรงงานประเภทนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่โครงการฯ ได้ทำการสำรวจพื้นที่ก็ได้พบว่า ประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบ</span><b>อาชีพทำการเกษตร</b><span style="font-weight: 400;"> รองลงมาคือ</span><b>อยู่ระหว่างการศึกษา </b><span style="font-weight: 400;">และอาชีพ</span><b>รับจ้างทั่วไป</b><span style="font-weight: 400;"> โดยทั้งสามกลุ่มนี้ล้วนเป็นแรงงานนอกระบบที่มี</span><b>รายได้เฉลี่ยต่อวันต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ</b><span style="font-weight: 400;">ตามที่กระทรวงแรงงานกำหนดไว้ ทำให้พวกเขาขาดแคลนโอกาสในพัฒนาตัวเอง และต้องประสบกับอุปสรรคหลายๆ ด้านในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะปัญหาหนี้สิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หน่วยพัฒนาฯ จึงได้เชื่อมผู้ด้อยโอกาสกลุ่มนี้เข้ามาฝึกฝนในโครงการ เพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่องรายได้ พร้อมๆ ไปกับการเพิ่มปริมาณของอาชีพผู้ดูแลให้มากขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการฯ จึงได้ออกแบบ</span><b>หลักสูตร</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น ประกอบไปด้วย</span></p>
<p><b>1.การอบรมภาคทฤษฎี </b><span style="font-weight: 400;">เป็นการปูความรู้ให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจความต้องการของกลุ่มพึ่งพิงอย่างละเอียด </span><b>จำนวน 140 ชั่วโมง</b><span style="font-weight: 400;">ที่วิทยาลัยพยาบาล </span></p>
<p><b>2.การอบรมภาคทดลอง </b><span style="font-weight: 400;">เป็นการให้ผู้อบรมได้ทดลองดูแลกลุ่มพึ่งพิงในเบื้องต้น เช่น การตรวจร่างกาย การอาบน้ำ การจัดท่า และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น</span></p>
<p><b>3.การอบรมภาคปฏิบัติ</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นการให้ผู้เข้าอบรมได้ทำงานจริงภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญในสถาบันฯ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยจะได้ลงมือปฏิบัติจริง</span><span style="font-weight: 400;">กับกลุ่มผู้ที่ต้องการได้รับการพึ่งพึงอย่างเด็กอ่อน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกลุ่มเป้าหมายเรียนรู้จนครบทุกหลักสูตร และสามารถลงพื้นที่ไปดูแลกลุ่มที่ต้องการได้รับการพึ่งพิงเองได้ จะส่งผลให้พวกเขามี</span><b>รายได้จากการจ้างงาน เกิดการปฏิสัมพันธ์ที่ดีของคนในชุมชน มีการไปมาหาสู่กันไป</b><span style="font-weight: 400;">จนกระทั่งเกิดภาพที่</span><b>ชุมชนสามารถดูแลกันเองได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการจัดทำโครงการฯ ครั้งนี้ทำให้เห็นภาพ</span><b>ความร่วมมือ</b><span style="font-weight: 400;">ระหว่างหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับชุมชน โดยมี</span><b>สถานพยาบาลถึง 15 แห่ง </b><span style="font-weight: 400;">ที่เปิดรับผู้อบรมให้เข้าไปฝึกฝน ซึ่งในอนาคตสถานพยาบาลเหล่านี้ก็จะสามารถ</span><b>จ้างงาน</b><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการอบรมได้ต่อไป รวมถึงโครงการยังได้ประสานกับหน่วยงานเอกชนเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับแรงงานผู้ดูแลที่จบหลักสูตรไปแล้วด้วย ทำให้โครงการพัฒนาทักษะฯ ของม.นครพนมนี้ </span><b>มีความครบวงจร</b><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของการสร้างทักษะที่ตอบความต้องการของชุมชน ไปจนถึงการสร้างงานเพื่อแก้ปัญหาแรงงานในพื้นที่อีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>หากกลุ่มเป้าหมายเรียนรู้จนครบทุกหลักสูตร  สามารถลงพื้นที่ไปดูแลกลุ่มที่ต้องการได้รับการพึ่งพิงเองได้ จะส่งผลให้พวกเขามีรายได้จากการจ้างงาน เกิดการปฏิสัมพันธ์ที่ดีของคนในชุมชน มีการไปมาหาสู่กันไปจนกระทั่งเกิดภาพที่ชุมชนสามารถดูแลกันเองได้</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-51/">ม.นครพนมพัฒนาอาชีพผู้ว่างงานให้มีทักษะสามารถดูแลกลุ่มที่ต้องการได้รับการพึ่งพิง  ช่วยหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ชูเปลือกทุเรียนเงินล้าน สร้างกระถางชีวภาพนำรายได้เข้าสู่ตำบลแม่พูล จังหวัดอุตรดิตถ์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-127/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Apr 2021 04:54:19 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28500</guid>

					<description><![CDATA[<p>การนำสิ่งของหรือสิ่งรอบตัวกลับมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-127/">มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ชูเปลือกทุเรียนเงินล้าน สร้างกระถางชีวภาพนำรายได้เข้าสู่ตำบลแม่พูล จังหวัดอุตรดิตถ์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>การนำสิ่งของหรือสิ่งรอบตัวกลับมาใช้</b><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นหลักการที่ช่วยลดขยะ ลดโลกร้อนและลดรายจ่าย ช่วยให้ของหนึ่งสิ่ง</span><b>ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า</b><span style="font-weight: 400;"> โดยหลักการนี้นอกจากจะสร้างสังคมที่ดีขึ้นแล้วยัง</span><b>สร้างจิตสำนึก</b><span style="font-weight: 400;">ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของคนอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตำบลแม่พลู อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยพวกเขานิยม</span><b>ทุเรียน ลางสาด ลองกอง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่มีผู้บริโภคจำนวนมาก คือการที่ผลไม้เหล่านั้นกลายเป็น</span><b>ขยะอินทรีย์</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะ</span><b>เปลือกทุเรียน</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ </span><b>มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์</b><span style="font-weight: 400;"> สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเป้าประสงค์สำคัญ ได้แก่ การคำนึงถึงเรื่องการลดปริมาณขยะในชุมชน ผ่านการ</span><b>นำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด </b><span style="font-weight: 400;">รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาท้องถิ่นให้ยั่งยืนผ่านการบูรณาการความรู้ควบคู่กับการทำงานเชิงพื้นที่ จึงได้นำ</span><b>เปลือกทุเรียน</b><span style="font-weight: 400;">ที่ชุมชนเหลือทิ้งมา</span><b>สร้างรายได้</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านการร่วมมือกับเทศบาลตำบล</span><b>แปรรูปเปลือกทุเรียน</b><span style="font-weight: 400;">ที่ไม่มีประโยชน์มาเป็น</span><b>กระถางชีวภาพจากเปลือกทุเรียน </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสามารถช่วยลดขยะในพื้นที่ได้ถึง </span><span style="font-weight: 400;">2-3 </span><span style="font-weight: 400;">ตันต่อวัน กล่าวคือ เปลือกทุเรียนจำนวน 25 กิโลกรัมสามารถผลิตกระถางได้ 3 ใบ และในหนึ่งวันชาวบ้านสามารถผลิตกระถางได้ประมาณ </span><span style="font-weight: 400;">30 </span><span style="font-weight: 400;">ใบ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชุมชนยังขาดคือองค์ความรู้ด้านการจัดการตลาดออนไลน์ การสร้างแบรนด์สินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมต่อการขาย </span><b>‘</b><b>โครงการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อผลิตกระถางชีวภาพเปลือกทุเรียนสู่การสร้างรายได้ในพื้นที่ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์</b><b>’</b> <span style="font-weight: 400;">จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพในการผลิตกระถางชีวภาพเปลือกทุเรียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด กล่าวคือ การพัฒนาด้านองค์ความรู้ทั้งหมด เพื่อให้</span><b>จุดแข็ง</b><span style="font-weight: 400;">ของชุมชนมีความยิ่งกว่าเดิมทั้งทาง</span><b>ด้านวัตถุดิบ เครื่องมือ ภูมิปัญญา</b><span style="font-weight: 400;"> รวมถึงที่สำคัญที่สุดคือ</span><b>ใจของคนในชุมชน</b><span style="font-weight: 400;">ที่อยากจะพัฒนาอาชีพจากต้นทุนที่มีอยู่นี้ให้เห็นผลมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเบื้องต้น ทางโครงการฯ ได้คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่อโคโรน่า 2019</span> <span style="font-weight: 400;">และผู้ขาดรายได้ในพื้นที่ เป็นหลัก จากนั้นจึงได้ออกแบบหลักสูตรต่างๆ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่วางเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น </span><b>การอบรมกระบวนการผลิตกระถางชีวภาพ การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การอบรมการทำธุรกิจและตลาดออนไลน์ การให้ความรู้เรื่องการเงิน</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>ทักษะการทำงานเป็นทีม </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนให้ได้มากที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และหากทุกกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ของโครงการฯ ประสบความสำเร็จ สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง จะส่งผลให้คนในชุมชนสามารถเป็น</span><b>ผู้ประกอบการการผลิตกระถางชีวภาพจากเปลือกทุเรียน</b><span style="font-weight: 400;">ได้ตามมาตรฐานสินค้าที่ตลาดต้องการ สามารถนำ</span><b>ผลิตภัณฑ์ไปวางจำหน่าย</b><span style="font-weight: 400;">ที่ร้านของฝากหรือขายผ่านช่องทางออนไลน์เองได้ </span><b>เกิดคู่มือการพัฒนาทักษะอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">ผลิตภัณฑ์กระถางชีวภาพเปลือกทุเรียน และต่อยอด ส่งต่อความรู้อย่างเป็นแบบแผนสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่หรือสามารถแจกจ่ายให้กับผู้ที่สนใจได้ต่อไปในอนาคต และยังไม่รวมถึงการ</span><b>เกิดกลุ่มอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กระถางปลูกต้นไม้ชีวภาพจากเปลือกทุเรียนขึ้นโดยเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้คือหมุดหมายสำคัญและเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า หากสิ้นสุดโครงการฯ แล้ว คนในพื้นที่จะยังมีกลุ่มอาชีพนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้คำปรึกษา ส่งต่อความรู้และ</span><b>สะท้อนสู่การเป็นชุมชนที่เข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เพราะชุมชนมีจุดแข็งอยู่ที่ความพร้อมทั้งทางด้านวัตถุดิบ เครื่องมือ ภูมิปัญญาและที่สำคัญที่สุดคือใจของคนในชุมชนที่อยากจะพัฒนาอาชีพจากต้นทุนที่มีอยู่นี้ให้เห็นผลมากที่สุด</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-127/">มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ชูเปลือกทุเรียนเงินล้าน สร้างกระถางชีวภาพนำรายได้เข้าสู่ตำบลแม่พูล จังหวัดอุตรดิตถ์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูจัดโครงการสร้างโอกาส สร้างทักษะอาชีพ เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำหนองบัวลำภู ป้องกันการทำผิดซ้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-126/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Apr 2021 04:28:49 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28497</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการสำรวจผู้ต้องขังในเรือนจำพบว่า ก่อนที่พวกเขาจะถูกต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-126/">วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูจัดโครงการสร้างโอกาส สร้างทักษะอาชีพ เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำหนองบัวลำภู ป้องกันการทำผิดซ้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจ</span><b>ผู้ต้องขังในเรือนจำ</b><span style="font-weight: 400;">พบว่า ก่อนที่พวกเขาจะถูกต้องโทษ พวกเขานั้นมี</span><b>สถานภาพทางสังคมที่ยากลำบาก</b><span style="font-weight: 400;"> มีฐานะยากจน</span><b> มีรายได้ไม่เพียงพอ</b><span style="font-weight: 400;">ในการเลี้ยงชีพ</span> <span style="font-weight: 400;">ผลของการที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปัญหา ทำให้</span><b>มีโอกาสกระทำความผิด</b><span style="font-weight: 400;">ในรูปแบบต่าง ๆ มากกว่ากลุ่มอื่น ส่งผลให้เมื่อพวกเขากระทำผิดและกลายเป็นผู้ต้องขัง พวกเขาต้องพบกับความเครียด </span><b>ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>ขาดโอกาสในการสร้างรายได้ </b><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้เรือนจำแต่ละที่จึงต้องมีกิจกรรมเข้ามาช่วยพัฒนาผู้ต้องขัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างเช่น</span><b>เรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องหากิจกรรมพัฒนาอาชีพให้ผู้ต้องขังฝึกระหว่างต้องโทษ เพื่อหารายได้และมีทักษะอาชีพติดตัวไว้ใช้ในอนาคตได้ โดยเรือนจำฯ ได้ร่วมมือกับ</span><b>วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู </b><span style="font-weight: 400;">สถาบันจัดการศึกษาและเผยแพร่องค์ความรู้ตามความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้และสร้างชุมชนเข้มแข็ง เน้นการพัฒนาคนทุกช่วงวัยรวมถึงคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา จัดตั้ง </span><b>‘โครงการ</b><b>พัฒนาทักษะอาชีพผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู</b><b>’ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ผู้ต้องขังมีความรู้และทักษะในการนำของที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาผลิตขายเพื่อสร้างรายได้ตั้งแต่อยู่ในเรือนจำและเมื่อพ้นโทษก็จะมีทุนตั้งต้นควบคู่กับการมีความรู้นำไปพัฒนาชีวิตของตัวเองและครอบครัวได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความตั้งใจที่ต้องการการสร้างโอกาสเพื่อไม่ให้ผู้ต้องขัง</span><b>ไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำ</b><span style="font-weight: 400;"> โครงการฯ จึงได้นำองค์ความรู้และ</span><b>ภูมิปัญญาท้องถิ่น</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นสิ่ง</span><b>ใกล้ตัว</b><span style="font-weight: 400;">พวกเขามาออกแบบเป็นหลักสูตรการสร้างอาชีพทั้งหมด </span><b>6 หลักสูตรผ่านการนำอัตลักษณ์ดั้งเดิมท้องถิ่นของจังหวัดหนองบัวลำภู</b><span style="font-weight: 400;">มาใช้ ได้แก่</span> <b>การผลิตไม้กวาดดอกหญ้าจิ๋ว</b><b>,</b><b> การผลิตไม้กวาดทางมะพร้าวจิ๋ว</b><b>, </b><b>การผลิตพวงกุญแจไม้กวาดดอกหญ้า</b><b>,</b><b> การผลิตพวงกุญแจไม้กวาดทางมะพร้าว</b><b>, </b><b>การผลิตพวงกุญแจฉลามไฮโบดอนท์และการผลิตกระเป๋าหอยหิน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยกลุ่มเป้าหมายจะได้</span><b>ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ต่าง ๆ </b><span style="font-weight: 400;">รวมกับ</span><b>ความคิดสร้างสรรค์</b><span style="font-weight: 400;">ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะหากผู้บริโภครู้ว่าว่าเป็นฝีมือของชาวเรือนจำ ก็จะส่งผลให้เกิด</span><b>ความต้องการสนับสนุน</b><span style="font-weight: 400;">ผ่าน</span><b>ช่องทางการขายเดิม</b><span style="font-weight: 400;">ของทางเรือนจำ ได้แก่ ร้านกาแฟ ซึ่งเป็นร้านค้าที่เปิดให้ผู้ต้องหาได้มาใช้บริการระหว่างรอเยี่ยมผู้ต้องหา อีกทั้งทางโครงการฯ ยังได้ติดต่อช่องทางการขายอื่น ๆ เพื่อกระจายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ตลาดในงานสำคัญของจังหวัด หรือช่องทางตลาดออนไลน์ที่เรือนจำฯ ได้จัดทำไว้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสิ่งที่โครงการฯ มุ่งหวัง ไม่ใช่เพียงการที่ให้ผู้ต้องขังสามารถประกอบอาชีพ มีทักษะติดตัวแต่เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง</span><b>การเสริมสร้างความมั่นใจ</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>ภูมิใจในตัวเองในการใช้ชีวิต</b><span style="font-weight: 400;">ต่อไปบนสังคมแห่งความเป็นจริงที่ผู้ต้องขังต้องกลับไปเผชิญอีกครั้งหลังจากออกจากเรือนจำ รวมถึงทางโครงการฯ ยังคาดหวังว่ากลุ่มเป้าหมายจะสามารถเป็นแกนนำสำคัญเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับรุ่นถัดไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี ผลจากการทำกิจกรรมนอกเหนือจากโครงการฯ ที่ผ่านมา ทางโครงการพบว่าหลังจากที่ผู้ต้องขังได้ร่วมกิจกรรมนั้นมีสภาพจิตใจดีขึ้นอย่างชัดเจน กล่าวคือ อยากกลับตัวเป็นคนที่ดีขึ้น รอโอกาสที่จะได้รับการพ้นโทษเพื่อไปปรับปรุงชีวิตให้มีคุณภาพและไม่อยากกระทำผิดซ้ำอีก และเมื่อพวกเขา</span><b>มีเป้าหมาย </b><span style="font-weight: 400;">ก็อาจเป็นการการันตีได้ว่าในอนาคตพวกจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการหาช่องทาง</span><b>สร้างรายได้อย่างสุจริต</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>ได้รับการยอมรับ</b><span style="font-weight: 400;">จากคนใกล้ตัว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เพราะสิ่งที่โครงการฯ มุ่งหวังไม่ใช่เพียงการที่ให้ผู้ต้องขังสามารถประกอบอาชีพ มีทักษะติดตัวแต่เพียงอย่างเดียวแต่รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นใจ </span><span style="font-weight: 400;">และภูมิใจในตัวเองในการใช้ชีวิตต่อไปบนสังคมแห่งความเป็นจริง</span><span style="font-weight: 400;">ที่ผู้ต้องขังต้องกลับไปเผชิญอีกครั้ง</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-126/">วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูจัดโครงการสร้างโอกาส สร้างทักษะอาชีพ เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำหนองบัวลำภู ป้องกันการทำผิดซ้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สภาองค์กรชุมชนตำบลพรุพีพัฒนาทักษะการเกษตรสู่การพึ่งพาตัวเองของคนใน 3 ชุมชนของจังหวัดสุราษฎ์ธานี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-117/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Mar 2021 07:07:18 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28445</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกษตรกร อาชีพที่อยู่คู่กับคนไทยมานานแสนนาน เพราะด้วยสภา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-117/">สภาองค์กรชุมชนตำบลพรุพีพัฒนาทักษะการเกษตรสู่การพึ่งพาตัวเองของคนใน 3 ชุมชนของจังหวัดสุราษฎ์ธานี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>เกษตรกร </b><span style="font-weight: 400;">อาชีพที่อยู่คู่กับคนไทยมานานแสนนาน เพราะด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของประเทศไทยที่เหมาะแก่การเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ได้หลากหลาย แต่เมื่อ</span><b>ยุคสมัยและสภาพทางสังคมที่เปลี่ยนไป</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้หลายพื้นที่ไม่อุดมสมบูรณ์เท่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นในฤดูร้อน แหล่งน้ำที่เคยใช้ทำเกษตรกรรมกลับแห้งแล้งจนแทบไม่เหลือใช้ หรือในฤดูฝนกลับมีน้ำหลากทำลายพืชพรรณของชาวบ้านเสียหมด เกษตรกรจึงต้อง</span><b>หาทางปรับตัวและรับมือ</b><span style="font-weight: 400;">กับปัญหานี้ให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังเช่นเกษตรกรใน</span><b>ตำบลพรุพี ตำบลควนศรีและตำบลคลองปราบ อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ได้รับผลกระทบจากการ</span><b>ขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก</b> <b>ประสบปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน</b><span style="font-weight: 400;"> รวมไปถึงผลกระทบจาก</span><b>การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้เกิดมาตรการควบคุมต่างๆ ส่งผลให้ชาวบ้าน</span><b>ไม่สามารถประกอบอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>ไม่สามารถส่งขายสินค้าได้ตามปกติ</b></p>
<p><b>สภาองค์กรชุมชนตำบลพรุพี</b> <span style="font-weight: 400;">หน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดและรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี เห็นถึง</span><b>ความลำบากของชาวบ้าน</b><span style="font-weight: 400;">และเล็งเห็นว่า</span><b>พื้นที่ทำการเกษตร</b><span style="font-weight: 400;">ของทั้ง 3 ตำบล มีลักษณะที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของ</span><b>ตำบลพรุพี</b><span style="font-weight: 400;">เป็นที่</span><span style="font-weight: 400;">ราบลุ่มสลับกับที่ราบและเชิงเขา มีความอุดมสมบูรณ์และไม่ไกลจากตัวอำเภอ </span><b>ตำบลควนศรี</b><span style="font-weight: 400;">มีแม่น้ำตาปีไหลผ่าน จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาน้ำจืด แต่มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและน้ำท่วม ในขณะที่</span><b>ตำบลคลองปราบ</b><span style="font-weight: 400;">มีดินที่เหมาะต่อการทำสวนเงาะ ทุเรียน ยางพาราและมีลำห้วยไหลผ่านทำให้พื้นที่อุดมสมบูรณ์เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดร่วมของทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">พื้นที่จึงเป็นเรื่องต้นทุนทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีดินที่ดีและมีทางน้ำไหลผ่าน</span><span style="font-weight: 400;"> แต่อุปสรรคที่ยังมีคือตัวแรงงานในชุมชนเองยังขาดองค์ความรู้ในการจัดการปัญหาและการทำการเกษตรปลอดภัยอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สภาองค์กรชุมชนฯ จึงได้จัดทำ </span><b>‘โครงการ</b><b>พัฒนาทักษะอาชีพทางการเกษตรสู่การพึ่งตนเองของเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี</b><b>’ </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อ</span><b>พัฒนาทักษะความรู้</b><span style="font-weight: 400;">การเกษตรแบบพึ่งพาตนเองและ</span><b>ส่งเสริมอาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">เกษตรกรให้กับคนในพื้นที่ โดยมี</span><b>ภาคีเครือข่าย</b><span style="font-weight: 400;">หลายภาคส่วนเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นจาก</span><b>ภาครัฐ</b><span style="font-weight: 400;">ที่เข้ามาสนับสนุนในเรื่องของทักษะความรู้ด้านการเกษตร </span><b>ภาคเอกชน</b><span style="font-weight: 400;">ที่มุ่งพัฒนาในเรื่องการตลาด และ</span><b>ภาควิชาการ</b><span style="font-weight: 400;">ที่ให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีครัวเรือนกับคนในพื้นที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยโครงการฯ ได้ร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่ายออกแบบ</span><b>หลักสูตรเกษตรกรรม</b><span style="font-weight: 400;">ตามความต้องการของชุมชน ได้แก่ </span><b>การอบรมพัฒนาทักษะอาชีพการปลูกผักอินทรีย์ การเลี้ยงปลาและการเลี้ยงไก่ </b><span style="font-weight: 400;">โดยมีการศึกษาดูงานนอกสถานที่และการจัดทำบัญชีครัวเรือนเป็นหลักสูตรเสริม เพื่อให้ชาวบ้านสามารถปรับใช้กับการประกอบอาชีพและชีวิตส่วนตัวได้อย่างครบถ้วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่โครงการฯ คาดหวังคือ การที่กลุ่มเป้าหมาย</span><b>มีความรู้และทักษะเพิ่มขึ้น</b><span style="font-weight: 400;">จากกิจกรรมครั้งนี้ สามารถ</span><b>สร้างรายได้ลดรายจ่าย</b><span style="font-weight: 400;">ครอบครัวลง แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบรวมถึงรับมือกับภัยธรรมชาติได้เป็นอย่างดี และถ้าหากทั้งหมดนี้สามารถพัฒนาได้สำเร็จ จนกระทั่งชุมชนสามารถ</span><b>เป็นต้นแบบในการจัดสรรพื้นที่</b> <b>มีศูนย์เรียนรู้</b><span style="font-weight: 400;"> มีปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นผู้นำให้กับพื้นที่ตนเองไปจนพื้นที่รอบข้างได้สำเร็จ ชุมชนก็จะ</span><b>มีความมั่นคงทางด้านอาหาร</b><span style="font-weight: 400;">เพราะมีผลผลิตที่ปลอดสารพิษกินเองในครัวเรือนและเหลือมากพอที่จะขายสร้างรายได้ มีการ</span><b>เกิดผู้ประกอบการรายใหม่</b><span style="font-weight: 400;">ที่ทำการตลาดได้เองและ</span><b>ส่งต่อองค์ความรู้ให้เยาวชน</b><span style="font-weight: 400;">ในพื้นที่ได้ สู่การสร้างชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยตัวเองอย่างแท้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">จุดร่วมของทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">พื้นที่จึงเป็นเรื่องต้นทุนทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีดินที่ดีและมีทางน้ำไหลผ่าน</span><span style="font-weight: 400;"> สภาองค์กรชุมชนฯ จึงได้จัดทำโครงการฯ เพื่อพัฒนาทักษะความรู้การเกษตรแบบพึ่งพาตนเองและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรให้กับคนในพื้นที่</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-117/">สภาองค์กรชุมชนตำบลพรุพีพัฒนาทักษะการเกษตรสู่การพึ่งพาตัวเองของคนใน 3 ชุมชนของจังหวัดสุราษฎ์ธานี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สภาองค์กรชุมชนตำบลจอมปลวกสมุทรสงคราม พัฒนาทักษะอาชีพปลูกผักปลอดภัย เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร สู้โควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-112/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Mar 2021 06:55:26 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28397</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทรนด์รักสุขภาพ การบริโภคพืชผักปลอดภัยกำลังกลายเป็นที่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-112/">สภาองค์กรชุมชนตำบลจอมปลวกสมุทรสงคราม พัฒนาทักษะอาชีพปลูกผักปลอดภัย เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร สู้โควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>เทรนด์รักสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> การบริโภค</span><b>พืชผักปลอดภัย</b><span style="font-weight: 400;">กำลังกลายเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะในระดับประเทศหรือนานาชาติ ประเทศไทยในฐานะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพการเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงมีโอกาสในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งและดึงกระแสดังกล่าวมาส่งเสริมการค้าขายผลิตภัณฑ์ทางเกษตรของตนให้ทวีคูณมากขึ้น  </span></p>
<p><b>ชุมชนตำบลจอมปลวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม</b><span style="font-weight: 400;"> มี</span><b>ทุนทรัพยากรที่เอื้อต่อเกษตรกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากมีแหล่งน้ำจำนวนมาก มีน้ำจืดใช้ตลอดปี และสภาพดินอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรในชุมชนส่วนใหญ่นิยมปลูกมะพร้าวเป็นอาชีพหลัก ส่งผลให้ชุมชนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้</span><b>ภูมิปัญญาด้านการเกษตร</b><span style="font-weight: 400;">มากมาย เช่น </span><b>ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นตัวอย่างการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ด้วยการใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่ 1 ไร่ ผ่านการเกษตรแบบผสมผสาน การเลี้ยงสัตว์ การจัดการพลังงาน และการแปรรูปอาหาร อีกทั้งยังมีโรงเรือนปลูกผักกางมุ้งบ้านอาจารย์ เป็นแหล่งความรู้ด้านการปลูกผักอินทรีย์ การป้องกันแมลงด้วยวิธีกล การทำแปลงผักและมุ้งกันแมลงราคาประหยัดด้วยวัสดุในท้องถิ่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จาก</span><b>สถานการณ์โควิด-19</b><span style="font-weight: 400;"> ปีที่ผ่านมา ถาโถมผลกระทบจนชาวบ้านไม่อาจตั้งตัวทัน มีผู้ได้รับผลกระทบจากการค้าขายผลผลิตทางเกษตรไม่ได้เป็นจำนวนมาก สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สนับสนุนให้<strong>สภาองค์กรชุมชนตำบลจอมปลวก จังหวัดสมุทรสงคราม</strong> จัดเวทีถอดบทเรียนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเฟ้นหาธรรมนูญชุมชนสำหรับป้องกันผลกระทบจากวิกฤติดังกล่าว โดยผลลัพธ์คือแกนนำชุมชนได้ข้อตกลงร่วมกัน ว่าควรมุ่งพัฒนา</span><b>ความมั่นคงทางอาหาร</b> <b>ปลูกผักปลอดภัย</b><span style="font-weight: 400;">เป็นอาชีพเสริม เพราะมีตลาดรองรับผลผลิตอย่างแน่นอน ทั้งยังกลายเป็นที่มาของ </span><b>“โครงการพัฒนาทักษะอาชีพ การปลูกผักปลอดภัยในพื้นที่ตำบลจอมปลวก จังหวัดสมุทรสงคราม” </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเริ่มต้นนั้นทางคณะทำงานเล็งเห็นว่า สวนมะพร้าวของเกษตรกรในชุมชนยังมีพื้นที่ว่าง สามารถปลูกผักสวนครัวหรือผักพื้นบ้านไว้บริโภคหรือจำหน่าย เพิ่มรายได้ให้ครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับตลาดผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ต้องการบริโภคผักที่ปลูกโดยกรรมวิธีที่ปลอดภัย ดังนั้น คณะทำงานจึงมุ่งเป้าไปที่</span><b>ผู้มีรายได้น้อย</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>ผู้เปราะบาง</b><span style="font-weight: 400;">ที่ขาด</span><span style="font-weight: 400;">อากาส</span><span style="font-weight: 400;">ทางเศรษฐกิจ จำนวน 52 คน จากพื้นที่</span><b>ชุมชนตำบลจอมปลวกตั้งแต่หมู่ที่ 1 ถึง 7</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ โครงการจะนำทุนความรู้และทุนทรัพยากรของชุมชนที่มีอยู่ดั้งเดิม มาผสานรวมกับ</span><b>กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการผลิตผักปลอดภัย</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เริ่มจากการเตรียมดินและเมล็ดพันธุ์ ควบคู่กับการสาธิตการทำแปลงผักปลอดภัยในสวนมะพร้าว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายมากมาย อาทิ </span><b>สภาองค์กรชุมชนตำบลจอมปลวก</b> <b>องค์การบริหารส่วนตำบลจอมปลวก</b> <b>บริษัทประชารัฐรักษามัคคี</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน สมุทรสงคราม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเมื่อกระบวนการต้นน้ำอย่างทักษะการผลิตราบรื่น ขั้นตอนต่อไปก็คือ</span><b>การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การประชาสัมพันธ์</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>การจัดจำหน่าย</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งคณะทำงานเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน</span><b>ตลาดออนไลน์</b><span style="font-weight: 400;">เป็นหลักผ่านการอบรมวิธีผลิตวิดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย บนเพจเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชั่นไลน์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาส จะมีอาชีพเสริมที่ช่วยเพิ่มรายได้จากอาชีพหลักอย่างมั่นคง โดยไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอก ทำให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า ส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และมีความมั่นคงด้านอาหารพร้อมสู้สถานการณ์โควิด-19 อย่างยั่งยืน ตามวิธีคิดการพัฒนา</span><b>เศรษฐกิจฐานรากแบบ </b><span style="font-weight: 400;">BCG Model</span> <span style="font-weight: 400;">กล่าวคือ เกิด</span><b>เศรษฐกิจชีวภาพ</b> <b>เศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่น </b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>ระบบนิเวศน์ที่ยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจสีเขียว</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นนั้นทางคณะทำงานเล็งเห็นว่า สวนมะพร้าวของเกษตรกรในชุมชนยังมีพื้นที่ว่าง สามารถปลูกผักสวนครัวหรือผักพื้นบ้านไว้บริโภคหรือจำหน่าย เพิ่มรายได้ให้ครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับตลาดผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการบริโภคผักที่ปลูกโดยกรรมวิธีที่ปลอดภัย</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-112/">สภาองค์กรชุมชนตำบลจอมปลวกสมุทรสงคราม พัฒนาทักษะอาชีพปลูกผักปลอดภัย เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร สู้โควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิสาหกิจชุมชนพัฒนาคนสร้างอาชีพ จังหวัดสตูล สร้างภูมิคุ้มกันให้กลุ่มเป้าหมาย สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-109/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 08:57:32 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28217</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชุมชนหมู่ที่ 2 3 และ 4 ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-109/">วิสาหกิจชุมชนพัฒนาคนสร้างอาชีพ จังหวัดสตูล สร้างภูมิคุ้มกันให้กลุ่มเป้าหมาย สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>ชุมชนหมู่ที่ 2</b> <b>3</b> <b>และ 4 ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> มีกลุ่มด้านอาชีพต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ส่วนใหญ่จัดตั้งเพื่อ</span><b>สร้างอาชีพด้านเกษตรกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> ทั้งการปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ และเพื่อส่งเสริมอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เสริมในช่วงรอยต่อระหว่างฤดูทำนาและหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มกองทุนเงินล้าน กลุ่มออมทรัพย์ชุมชน กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงแพะ กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผึ้งโพรง</span> <span style="font-weight: 400;">และ ฯลฯ ซึ่งทุกกลุ่มที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีปัญหา เพราะเมื่อหมดงบประมาณสนับสนุน หน่วยงานที่เคยจุดประกายโครงการขึ้นก็หยุดการต่อยอด ทำให้กลุ่มต่างๆ ไม่สามารถดำเนินงานต่อได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สืบเนื่องจาก</span><b>ประเด็นการหยุดชะงักของโครงการต่างๆ</b><span style="font-weight: 400;"> กลายเป็น</span><b>กระตุ้นให้เกิดการรวมตัว</b><span style="font-weight: 400;">เป็นกลุ่มของ</span><span style="font-weight: 400;">ชุม</span><span style="font-weight: 400;">ขึ้นใหม่อีกครั้ง ในชื่อ </span><b>กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาคนสร้างอาชีพ จังหวัดสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเมื่อ</span><b>ชุมชนเป็นคนคิดเอง ริเริ่มเอง</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้าแล้ว ก็จะทำให้คนในชุมชนสามารถขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ได้ต่อไป แม้จะไม่มีทุนเข้ามาสนับสนุนแล้วก็ตาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาคนสร้างอาชีพ จึงจัดทำ </span><b>“โครงการพัฒนาทักษะอาชีพวิถีชุมชน”</b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาวิธีคิดและวิธีทำงาน เพื่อ</span><b>อุดช่องว่างจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มต่างๆ ในอดีต</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านการพัฒนาอาชีพให้คนในชุมชนเป็นหลัก และคัดสรรผู้มีความรู้ในชุมชน มา</span><b>ต่อยอดให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า การพัฒนาอาชีพซึ่งเป็นหัวใจหลักของโครงการดังกล่าว ไม่สามารถที่จะเลือกพัฒนาเฉพาะสมาชิกฐานรากจากกลุ่มที่เคยมีแต่เดิมเท่านั้น เนื่องจากคณะทำงานเชื่อมั่นว่ากลุ่มเพื่อการพัฒนาอาชีพ ต้อง</span><b>พัฒนาอาชีพให้กับทุกคนที่สนใจ</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าใครก็ควรได้รับโอกาสในการเข้าร่วมกระบวนการเพิ่มทักษะและพัฒนาอาชีพเช่นกัน จากเหตุผลดังกล่าว คณะทำงานจึงได้วางกลุ่มเป้าหมายไว้ที่ 100 คน จากพื้นที่ทั้งสามชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการดำเนินงานของโครงการ จะใช้การ</span><b>อบรมเชิงปฏิบัติการ</b><span style="font-weight: 400;">และมุ่งเน้นที่</span><b>กลุ่มอาชีพช่าง</b><span style="font-weight: 400;">เป็นหลัก ซึ่งเป็นอาชีพหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ไม่ค่อยมีใครจ้างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะการเชื้อเชิญคนแปลกหน้าเข้าบ้าน เป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการติดโรคโควิด-19 คณะทำงานจึงต้องคิดค้นหาวิธีพัฒนาอาชีพด้านนี้ ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเบื้องต้นนั้น การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งแรก จะเป็นการ</span><b>เสริมความรู้ด้านกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานช่างในแต่ละสาขา </b><span style="font-weight: 400;">จากนั้นค่อยแยกเป็นการอบรมทักษะอาชีพในด้านต่างๆ ตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เช่น การอบรมเกี่ยวกับการประกอบติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์</span> <span style="font-weight: 400;">การเพิ่มพูนทักษะด้านเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์และการสั่งการ</span> <span style="font-weight: 400;">และการควบคุมการทำงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สามารถทำงานด้วยระบบสมาร์ต ในสายงานช่างไฟฟ้า โดยกระบวนการทั้งหมดจำเป็นต้องอาศัย</span><b>ความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย</b><span style="font-weight: 400;"> อาทิ </span><b>ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดสตูล</b> <b>กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร จังหวัดสตูล </b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>สำนักงานเกษตรอำเภอท่าแพ</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ทักษะอาชีพที่กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้ จะช่วยให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันที่ดี และสามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ ไปประยุกต์เพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่า เมื่องบประมาณหมดไป กระบวนการต่างๆ จะหยุดชะงักซ้ำรอยเดิม เนื่องจากพวกเขามีความพร้อม และ</span><b>ความสามารถที่จะขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ต่อไปได้ด้วยตนเอง</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>การหยุดชะงักของโครงการต่างๆ เมื่อหมดงบประมาณสนับสนุน กระตุ้นให้เกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มของชุมชน ในชื่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาคนสร้างอาชีพ จังหวัดสตูล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาวิธีคิดและวิธีทำงาน เพื่ออุดช่องว่างจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มต่างๆ ในอดีต</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-109/">วิสาหกิจชุมชนพัฒนาคนสร้างอาชีพ จังหวัดสตูล สร้างภูมิคุ้มกันให้กลุ่มเป้าหมาย สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิสาหกิจชุมชนส้มจุกจะนะ ชู ‘ส้มจุก’ ผลไม้เฉพาะถิ่นเป็นสินค้าประจำชุมชน ช่วยฟื้นคืนเศรษฐกิจในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-101/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 07:36:29 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28202</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลไม้รูปทรงหยดน้ำ จะว่าส้มเขียวหวานก็ไม่ใช่จะว่าส้มซ่าก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-101/">วิสาหกิจชุมชนส้มจุกจะนะ ชู ‘ส้มจุก’ ผลไม้เฉพาะถิ่นเป็นสินค้าประจำชุมชน ช่วยฟื้นคืนเศรษฐกิจในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ผลไม้รูปทรงหยดน้ำ จะว่าส้มเขียวหวานก็ไม่ใช่จะว่าส้มซ่าก็ไม่เชิง ผิวสีเขียวมีกลิ่นหอมสดชื่น ผลหวานอมเปรี้ยวไม่หวานจัด ด้านบนของผลเป็นจุก ที่กำลังบรรยายนั้นคือผลไม้นามว่า</span><b> “ส้มจุก” </b><span style="font-weight: 400;">ผลไม้เฉพาะถิ่น</span><span style="font-weight: 400;">ที่หารับประทานได้ไม่ง่ายในปัจจุบัน เพราะเพียงแค่เริ่มออกผลก็ถูกจับจองคาต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีความเชื่อว่าส้มจุกเป็นผลไม้มงคลหากนำไปไหว้บูชาเทพเจ้าเพราะจะส่งผลดีกับชีวิต และส้มจุกที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศ ก็ต้อง </span><b>“ส้มจุกจะนะ” </b><span style="font-weight: 400;">ที่ปลูกในสวนอำเภอจะนะเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีต “ส้มจุก” เป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็น</span><b>พืชเศรษฐกิจ</b><span style="font-weight: 400;">สำคัญที่เกษตรกรนิยมปลูกและสร้างชื่อเสียงให้อำเภอจะนะมาอย่างยาวนาน แต่ต่อมาเกษตรกรในพื้นที่ไม่นิยมปลูกเนื่องจากดูแลยาก และมีพืชเศรษฐกิจอย่างอื่นเข้ามาทดแทน เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และพืชสวนอื่น ๆ ทำให้สวนส้มจุกมีจำนวนลดลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการเปลี่ยนไปปลูกพื้นเศรษฐกิจอย่างอื่นทำให้เกษตรกรที่มีภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญในการปลูก ขยายพันธุ์ และดูแลรักษาส้มจุกมีจำนวนลดลงตามกาลเวลา แต่ในปัจจุบัน ส้มจุกกลายเป็นผลไม้หายาก มีราคาสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ</span><b>กิโลกรัมละ 200 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> (ประมาณ 5 ผลต่อ 1 กิโลกรัม) จึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เกษตรกรบางส่วนเริ่มหันมาสนใจปลูกส้มจุกเพิ่มขึ้น แต่ขาดองค์ความรู้ในการทำการเกษตรส้มจุก ทำให้</span><b>อาชีพขยายพันธุ์ส้มจุก</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>ดูแลสวนส้มจุกเป็นที่ต้องการอย่างมาก</b><span style="font-weight: 400;">ของตลาดในเวลานี้ ประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 ทำให้แรงงานนอกระบบในพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากไม่มีการจ้างงานเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างวิชาชีพเกษตรกรส้มจุกให้กับแรงงานที่ขาดโอกาสในการประกอบวิชาชีพ </span><b>วิสาหกิจชุมชนส้มจุกจะนะ</b><span style="font-weight: 400;"> จึงได้จัดตั้ง </span><b>“โครงการพัฒนาทักษะอาชีพการขยายพันธุ์และดูแลสวนส้มจุกในพื้นที่ 5 ตำบล อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา”</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างความรู้และทักษะใน</span><b>การประกอบอาชีพเกษตรกรส้มจุก </b><span style="font-weight: 400;">ทั้ง</span><b>การขยายพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>การดูแลสวนส้มจุก</b><span style="font-weight: 400;"> นำไปสู่การเป็น</span><b>แหล่งจำหน่ายกล้าพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;">หรือเป็น</span><b>ผู้ให้บริการดูแลสวนส้มจุก </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งส่วนใหญ่แล้วกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ดังกล่าวเป็น</span><span style="font-weight: 400;">ประชากรวัยแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับในการออกแบบหลักสูตรการอบรมผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ การขยายพันธุ์และดูแลสวนส้มจุก โดยมีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่กันตลอดระยะเวลา 5 วัน และยังมีการมอบเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการประกอบอาชีพเพื่อเป็นต้นทุนอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทางโครงการได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากองค์กรทั้งในด้านองค์ความรู้ทางการเกษตรและการดำเนินโครงการ ไม่ว่าจะเป็น </span><b>สำนักงานเกษตรอำเภอจะนะ</b><span style="font-weight: 400;">ที่ให้การสนับสนุนบุคลากรและองค์ความรู้ด้านการเกษตร </span><b>องค์การบริหารส่วนตำบลแค</b><span style="font-weight: 400;">ที่ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านอาคารสถานที่และการบริหารจัดการเชิงนโยบาย สุดท้ายคือ </span><b>ผู้ประกอบการสวนส้มจุกจะนะ</b><span style="font-weight: 400;">ที่ช่วยสนับสนุนพื้นที่สวนสำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโครงการสิ้นสุดลงทางโครงการฯ คาดหวังว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีความรู้และทักษะในการเกษตรส้มจุก สามารถประกอบอาชีพ </span><b>มีรายได้ที่มั่นคง</b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b>คุณภาพชีวิต</b><span style="font-weight: 400;">ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งสามารถสร้าง</span><b>เครือข่ายเกษตรกรส้มจุก</b><span style="font-weight: 400;">ในระดับอำเภอ</span> <span style="font-weight: 400;">ระดับจังหวัด และระดับประเทศในท้ายสุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ส้มจุก” เป็นผลไม้เฉพาะถิ่นที่หารับประทานได้ไม่ง่ายในปัจจุบัน เพราะเพียงแค่เริ่มออกผลก็ถูกจับจองคาต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งส้มจุกที่ขึ้นชื่อที่สุดในประเทศ ก็ต้อง “ส้มจุกจะนะ” ที่ปลูกในสวนอำเภอจะนะเท่านั้น</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-101/">วิสาหกิจชุมชนส้มจุกจะนะ ชู ‘ส้มจุก’ ผลไม้เฉพาะถิ่นเป็นสินค้าประจำชุมชน ช่วยฟื้นคืนเศรษฐกิจในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
