<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการการพัฒนาทักษะเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและวัสดุเหลือใช้จากการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 May 2021 12:08:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โครงการการพัฒนาทักษะเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและวัสดุเหลือใช้จากการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-58/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 12:06:06 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40901</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง จังหวัดยโสธร เป็นชุมชนที่ปลูกห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง จังหวัดยโสธร เป็นชุมชนที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสำหรับทอผ้าไหมกันอย่างกว้างขวาง ผู้ทอผ้าส่วนมากคือกลุ่มสตรีสูงอายุในชุมชน ช่วงแรกผลิตภัณฑ์ก็เป็นที่ต้องการของตลาด แต่เนื่องจากผ้าไหมมีราคาแพง ความนิยมจึงลดลง ทำให้รายได้จากการทอผ้าไหมลดตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการขายผ้าไหมไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ที่วางไว้ จึงเกิดปัญหาเรื่องรายได้ </span><b>วิทยาลัยชุมชนยโสธร จังหวัดยโสธร</b><span style="font-weight: 400;"> จึงผลักดัน</span><b>โครงการพัฒนาทักษะเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและวัสดุเหลือใช้จากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้า</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น เนื่องจากคณะทำงานเล็งเห็นว่า การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของคนในชุมชน มีวัตถุดิบที่สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้มากมาย อาทิ ลูกหม่อน รังไหม ดักแด้ และมูลไหม เป็นต้น </span><b>โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากวัตถุดิบข้างต้น เพื่อเสริมรายได้ควบคู่กับการทอผ้าไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกกระบวนการผลิตสินค้า มักเกิดสิ่งที่เรียกว่าวัสดุ </span><b>‘เหลือทิ้ง’</b><span style="font-weight: 400;"> อยู่เสมอ ซึ่งวัสดุเหล่านี้มักถูกเมิน ไม่มีใครนำกลับมาใช้ประโยชน์ และกลายเป็นขยะที่ต้องกำจัดทิ้ง สวนทางกับการที่ทรัพยากรโลกที่มีอยู่จำกัดกำลังลดลง </span><b>การนำวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมา ‘สร้าง’ ผลิตภัณฑ์ใหม่ จึงเป็นทางออกที่กำลังได้รับความสนใจ </b></p>
<p><b>ชัยวิวัฒน์ วงศ์สวัสดิ์ ผู้รับผิดชอบโครงการ </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า</span> <span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกที่เราเข้ามาในหมู่บ้าน เห็นชาวบ้านปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่อายุเยอะ ก็พลันคิดว่า อีกไม่นานอาชีพนี้คงหมดไปจากชุมชน พอสอบถามชาวบ้านก็ได้ข้อมูลว่า </span><b>งานทอผ้าเป็นงานหนัก ต้องใช้เวลาฝึกฝน เพราะส่วนใหญ่ทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยงไหม ปลูกหม่อน ตัดใบหม่อน สาวเส้นไหม ไปจนถึงการทอ </b><span style="font-weight: 400;">กว่าจะได้เป็นผ้าหนึ่งผืน ใช้เวลาประมาณสองเดือน” </span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-40907" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งจากการลงพื้นที่ ชัยวิวัฒน์พบว่า </span><b>ทั้งสองชุมชนมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ ทำให้ปลูกใบหม่อนได้ไม่พอสำหรับเลี้ยงหนอนไหม เนื่องจากชุมชนขาดแหล่งน้ำที่สำคัญ</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องเสียค่าไฟหรือค่าน้ำมันเพื่อสูบน้ำจากอีกหมู่บ้านหนึ่งมาใช้รดต้นหม่อน ทำให้ต้องเสียต้นทุนในส่วนนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ การดำเนินโครงการในช่วงเริ่มต้น จึงมุ่งไปที่เรื่องการจัดการระบบน้ำก่อน เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการปลูกหม่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายโครงการเราคือการสร้างอาชีพให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้มีรายได้น้อย ด้วยการเพิ่มรายได้จากวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต เราเลยมองว่าหากส่งเสริมให้ชาวบ้านทำได้ เขาจะมีรายได้เพิ่มขึ้น และเมื่อคนรุ่นหลังเห็นว่าการทอผ้ามีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงครอบครัว พวกเขาก็อาจกลับมารักษาภูมิปัญญาด้านนี้ </span><b>แต่จากการสอบถามพบว่า ต้นทุนหลักของการทอผ้าคือการเลี้ยงไหม ซึ่งมีระบบน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ เราก็เลยต้องปรับแผนมาช่วยเรื่องนี้ก่อน ถ้าไม่จัดการเรื่องนี้ เราก็ทำขั้นตอนอื่นๆ ไม่ได้</b><span style="font-weight: 400;">”</span><span style="font-weight: 400;"> ชัยวิวัฒน์เล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 50 คน ซึ่งในเบื้องต้นจะต้องเป็น</span><b>ผู้ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า </b><span style="font-weight: 400;">โดยมีการวางแผนพัฒนาทักษะต่างๆ ตามเป้าประสงค์ ซึ่ง</span><b>ต้องการช่วยเกษตรกร</b><span style="font-weight: 400;">ให้สามารถ</span><b>เพิ่มรายได้จากการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านการใช้ประโยชน์จาก </span><b>‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต เช่น ผลหม่อน ดักแด้ มูลไหม เศษใบหม่อน เศษรังไหม และเศษผ้าไหม เป็นต้น ซึ่งวัสดุเหล่านี้สามารถ</span><b>สร้างมูลค่าเพิ่ม</b><span style="font-weight: 400;">ด้วยการแปรรูปและจัดจำหน่ายได้ เช่น ดักแด้สามารถแปรรูปเป็นอาหารได้ เศษผ้าไหมสามารถประดิษฐ์เป็นของใช้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการอบรมทักษะการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องแล้ว คณะทำงานยังให้ความสำคัญกับด้าน</span><b> ‘Digital Marketing’ </b><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><b>การตลาดแบบดิจิทัล </b><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากเป็นช่องทางการจำหน่ายที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน ที่รัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 </span><b>ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงลูกค้า และสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การเปิดร้านบนสื่อสังคมออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งคณะทำงานมองว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้เป็นอย่างแรกนั้น </span><b>คณะทำงานได้ประสานยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการช่วยลดต้นทุนของการปลูกต้นหม่อน </b><span style="font-weight: 400;">โดยชาวบ้านช่วยกันดูแลระบบน้ำ เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม ส่งผลให้ในปัจจุบัน </span><b>มีเครื่องสูบน้ำรอบอ่างเก็บน้ำใกล้ชุมชน ซึ่งเป็นเครื่องมือสาธารณะที่ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีแหล่งน้ำสมบูรณ์และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ก็สามารถลดต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการปลูกต้นหม่อนไปกว่า 7,500 บาท/เดือน ซึ่งผลสำเร็จจากการแก้ปัญหานี้ สามารถการันตีได้จากรอยยิ้มของ </span><b>แสงจันทร์ รัตนวัน หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เล่าอย่างมีความสุขว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ดีใจมากๆ เพราะตอนนี้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ สำหรับปลูกต้นหม่อน เมื่อก่อนเสียค่าไฟเดือนนึงก็หลายบาท” </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40906" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small58-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ แสงจันทร์ยังกล่าวการนำวัสดุเหลือทิ้ง เช่น รังไหม มาแปรรูปเพื่อสร้างรายได้อีกว่า เป็นสิ่งที่อยากรู้มานานแล้ว </span><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ เราก็พอรู้มาบ้าง ว่าของพวกนี้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ แต่เราไม่มีความรู้ ไม่รู้ว่าเขาทำกันอย่างไร จะออกไปอบรมข้างนอกก็ไม่ได้อีก เพราะต้องดูแลบ้าน ยิ่งช่วงเลี้ยงไหม เราแทบออกไปไหนไม่ได้เลย </span><b>กิจกรรมที่โครงการนี้มาทำร่วมกับชาวบ้าน ทำให้เราเห็นโอกาสสำหรับหารายได้เพิ่ม และได้ความรู้ด้านการแปรรูป ต่อจากนี้ ก็คงไม่ต้องทิ้งวัสดุเหลือทิ้งเหล่านี้อีกต่อไป</b><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นกับแสงจันทร์และกลุ่มเป้าหมายคนอื่นๆ ที่บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง เป็นผลสำเร็จจากการประสานงานระหว่างคณะทำงานจากวิทยาลัยชุมชนยโสธร ที่จัดหาวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาให้ความรู้ ทั้งการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การจำหน่าย และการตลาด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะกระทบให้การดำเนินโครงการล่าช้าไปบ้าง แต่จากคำยืนยันของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า</span> <span style="font-weight: 400;">โครงการนี้ช่วย</span><b>พัฒนาทักษะให้เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งอย่างตรงจุด</b><span style="font-weight: 400;"> อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านการขาย ซึ่งการพัฒนาทักษะ และกระบวนการคิดเรื่องการแปรรูปวัสดุเหลือทิ้ง ทำให้กลุ่มเป้าหมายสร้างรายได้เพิ่มจากอาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียต้นทุนไปอย่างเปล่าประโยชน์ </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ เราก็พอรู้มาบ้าง ว่าของพวกนี้นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ แต่เราไม่มีความรู้ ไม่รู้ว่าเขาทำกันอย่างไร จะออกไปอบรมข้างนอกก็ไม่ได้อีก เพราะต้องดูแลบ้าน ยิ่งช่วงเลี้ยงไหม เราแทบออกไปไหนไม่ได้เลย กิจกรรมที่โครงการนี้มาทำร่วมกับชาวบ้าน ทำให้เราเห็นโอกาสสำหรับหารายได้เพิ่ม และได้ความรู้ด้านการแปรรูป ต่อจากนี้ ก็คงไม่ต้องทิ้งวัสดุเหลือทิ้งเหล่านี้อีกต่อไป” </span><b>แสงจันทร์ รัตนวัน หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="img-wide aligncenter wp-image-40905 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large58-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/ontheway-58/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Nov 2020 09:18:07 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=23544</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากพูดถึงพื้นที่บริเวณภาคอีสานแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่คงคิดถึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึงพื้นที่บริเวณภาคอีสานแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่คงคิดถึงพื้นที่ทำไร่ทำนา ชาวบ้านส่วนใหญ่อาศัยและดำรงอยู่กับธรรมชาติที่แสนสวยงาม แต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ไม่คงที่และเอาแน่เอานอนไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับชาวบ้านในหมู่บ้าน</span><b>บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง</b><span style="font-weight: 400;"> ทั้งสองหมู่บ้านอยู่ในเขตตำบลสำราญ อำเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร แม้จะมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านส่วนใหญ่</span><b>ประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก </b><span style="font-weight: 400;">โดยอาศัยฝนตามฤดูกาล และมี</span><b>อาชีพเสริมเป็นการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้า</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างไรก็ดีในช่วงน้ำแล้งหรือผลประกอบการทางเกษตรไม่เป็นอย่างหวัง ชาวบ้านจึงมักประสบปัญหาขาดแคลนรายได้จากทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจและสอบถามชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านพบว่า </span><b>ชาวบ้านน้ำอ้อมต้องการความรู้ในการจัดการระบบน้ำที่ดี</b><span style="font-weight: 400;">สำหรับการปลูกหม่อน ขณะที่</span><b>ชาวบ้านกลุ่มโนนยางต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นไหมของตนเองให้มีคุณภาพและสวยงาม</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะการย้อมสีธรรมชาติ </span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-23545 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_1-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_1-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_1-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_1-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_1-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-23546 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_2-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_2-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_2-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_2-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_2-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_2-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_58_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></div>
<p><b>หน่วยพัฒนาอาชีพวิทยาลัยชุมชนยโสธรจังหวัดยโสธร</b><span style="font-weight: 400;">จึงได้จัดทำ</span><b>โครงการการพัฒนาทักษะเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์และวัสดุเหลือใช้จากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้า </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อพัฒนาทักษะด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าให้สามารถตอบสนองการค้ายุคใหม่ จากเป้าหมายดังกล่าว ส่งผลให้หน่วยพัฒนาฯ มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ</span><b>ทั้งหมด 52 คน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยทั้งหมดเป็นแรงงานนอกระบบ มีช่วงอายุระหว่าง 60 ปีขึ้นไปสูงสุด รองลงมาคือช่วงอายุระหว่าง 55 – 59 ปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่สามารถรวบรวมผู้สนใจได้แล้ว ทางหน่วยพัฒนาฯ จึงได้มีการลงพื้นที่เพื่อสำรวจกลุ่มเป้าหมาย ค้นหาแนวทางในวางแผนการอบรมให้ตรงกับบริบทและปัญหามากที่สุด โดยเบื้องต้นหน่วยพัฒนาฯ ได้</span><b>จัดอบรมเรื่องการจัดระบบน้ำโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมด ไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึง</span><b>การออกแบบผลิตภัณฑ์และการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์</b><span style="font-weight: 400;"> เช่นการเตรียมเส้นไหมให้มีคุณภาพ กล่าวคือ มีความคงทน (สีไม่ตก ซักง่าย และไม่ขาดง่าย) รวมถึงวิธีการย้อมผ้าต่าง ๆ ซึ่งองค์ความรู้ที่กล่าวมานั้นส่งผลให้ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านนั้น</span><b>เกิดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แก่ ชาวบ้านได้ลงมือปฏิบัติจริง และสามารถนำไปใช้ในการผลิตได้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการอบรมดังกล่าว กลุ่มเป้าหมายได้นำความรู้มาประกอบใช้ร่วมกับการจัดระบบน้ำในแปลงหม่อนของตนเอง รวมถึงได้แนวคิดในการสร้างสรรค์ผืนผ้าให้สวยงาม สามารถดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาเป็นเอกลักษณ์ให้กับผืนผ้าของตน เช่น การนำ</span><b>เปลือกต้นประโหด (มะพูด)</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นไม้หายากประจำท้องถิ่นมาย้อมไหมให้เป็นสีเหลืองสด หรือการ</span><b>นำชื่อหมู่บ้านน้ำอ้อมมาเป็นตราสินค้าหรือชื่อผลิตภัณฑ์</b><span style="font-weight: 400;">ในอนาคต เพื่อแฝงความหมายและสื่อถึงความรู้สึกโอบอ้อมอารี เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดถือเป็น</span><b>ต้นทุนทรงคุณค่าของชุมชน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กระบวนทั้งหมดช่วยให้กลุ่มเป้าหมายมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ การค้นหาอัตลักษณ์ส่งผลให้ชุมชนได้รับบทเรียนสำคัญคือ เกษตรกรมองเห็นคุณค่าจากสิ่งใกล้ตัวหรือการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นต้นทุนที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตั้งแต่เรื่องน้ำจนไปถึงการย้อมสีจากพืชหายากที่เป็นสัญลักษณ์ของชุมชน” หนึ่งในหน่วยพัฒนาอาชีพที่จัดอบรมให้กับกลุ่มเป้าหมายอธิบายถึงข้อค้นพบจากโครงการดังกล่าว</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">กระบวนทั้งหมดช่วยให้กลุ่มเป้าหมายมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ การค้นหาอัตลักษณ์ส่งผลให้ชุมชนได้รับบทเรียนสำคัญคือ เกษตรกรมองเห็นคุณค่าจากสิ่งใกล้ตัวหรือการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้</span></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-23547 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Large_58_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Large_58_2.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Large_58_2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Large_58_2-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Large_58_2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Large_58_2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/beginning-58/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2020 14:18:45 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=13028</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดยโสธรเป็นหนึ่งในจังหวัดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จังหวัดยโสธร</strong>เป็นหนึ่งในจังหวัดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ขึ้นชื่อด้านการ<strong>ผลิตเส้นไหม</strong>และ<strong>ทอผ้าไหม</strong> จากการสำรวจใน<strong>ชุมชนบ้านน้ำอ้อม</strong>และ<strong>บ้านโนนยาง</strong>ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเส้นไหมและผ้าไหมของจังหวัด พบว่าเกษตรกรผู้ทำอาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหมและทอผ้า ส่วนใหญ่เป็น<strong>ผู้สูงวัย</strong>ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งพยายาม<strong>หารายได้เสริม</strong>นอกเหนือจากการทำเกษตรกรรมรูปแบบอื่นๆ</p>
<p>แต่รายได้เสริมเหล่านั้น ก็นับว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก ทำให้<strong>ไม่สามารถดึงดูดแรงงานรุ่นใหม่</strong>ให้เข้ามาเรียนรู้สืบทอดอาชีพเหล่านี้ได้ โจทย์สำคัญของทั้ง 2 ชุมชน จึงเป็นการ<strong>หาวิธีเพิ่มรายได้</strong>ที่มาจากการประกอบอาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า</p>
<p><strong>วิทยาลัยชุมชนยโสธร</strong> ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางความรู้ของชุมชน ได้เล็งเห็น<strong>ต้นทุน</strong>ที่เป็นข้อได้เปรียบนั่นคือการที่เหล่าเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า มีฝีมือและสร้างผลผลิตคุณภาพสูงออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ทว่าขณะเดียวกันเกษตรกรกลุ่มนี้ก็ยังมี<strong>จุดอ่อน</strong>อยู่ที่การขาดองค์ความรู้ที่เท่าทันยุคสมัย เช่น เทคโนโลยีในการผลิตรูปแบบใหม่ๆ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ หรือ ทักษะค้าขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นต้น วิทยาลัยชุมชนจึงได้จัดทำโครงการ <strong>‘การพัฒนาทักษะเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและวัสดุเหลือใช้จากการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า</strong>’ ขึ้นมา เพื่อเสริมจุดแข็งและลดจุดอ่อนให้กับเกษตรกรในพื้นที่</p>
<p>ในขั้นต้น โครงการฯ จะทำการจัดหาวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การจำหน่าย และการตลาด มาร่วมกันร่างแผนการพัฒนาทักษะอาชีพ จัดทำเนื้อหาของโครงการ วางกลุ่มเป้าหมาย และสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อเป็นแบบแผนในการฝึกฝนอบรมต่อไป</p>
<p>พื้นที่ดำเนินงานของโครงการจะครอบคลุมใน 2 หมู่บ้าน คือ บ้านน้ำอ้อมและบ้านโนนยาง ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มเป้าหมายจะต้องเป็น<strong>ผู้ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้า </strong>และมีการกำหนดเกณฑ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือจะต้องเป็น<strong>กลุ่มด้อยโอกาสที่เป็นแรงงานนอกระบบ</strong> ที่มีรายได้จากการทำอาชีพนี้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี เพื่อเป็นการกระจายโอกาสในการเรียนรู้ให้กับคนกลุ่มนี้อย่างเสมอภาค โครงการจะทำการคัดเลือกสมาชิกจำนวน 50 คน จากการ<strong>สัมภาษณ์แบบมีส่วนร่วม</strong> เพื่อเป็นกลุ่มเริ่มต้นในการฝึกฝนอบรม</p>
<p>แผนการพัฒนาทักษะที่ได้จัดทำขึ้น ตั้งอยู่บนเป้าประสงค์ที่<strong>ต้องการช่วยเกษตรกร</strong>ให้สามารถ<strong>เพิ่มรายได้จากการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าไหม</strong> โดยเห็นโอกาสจาก <strong>‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’</strong> ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม เช่น ผลหม่อน ดักแด้ และมูลไหม เศษใบหม่อน เศษรังไหม เศษผ้าไหม เป็นต้น ซึ่งของเหล่านี้ล้วนสามารถนำมา<strong>สร้างมูลค่าเพิ่ม</strong>โดยการแปรรูปและจัดจำหน่ายต่อไปได้ เช่น การนำดักแด้มาแปรรูปเป็นอาหาร การนำเศษผ้าไหมมาประดิษฐ์เป็นของใช้</p>
<p>นอกจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องแล้ว แผนการพัฒนาฯ ยังให้ความสำคัญกับ<strong> ‘Digital Marketing’ </strong>หรือการ<strong>ตลาดแบบดิจิทัล </strong>ที่จะนำเทคโนโลยีออนไลน์เข้ามาช่วยในด้านการขาย การเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และการสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง เช่น การเปิดร้านเป็นผู้ใช้งานในสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Line และ Instagram</p>
<p>การจัดทำโครงการพัฒนานี้เป็นการ<strong>ช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน</strong>อย่างตรงจุด เพราะการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการขายนั้นจะทำให้คนกลุ่มนี้สามารถสร้างรายได้จากอาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าได้มากขึ้นอย่างแน่นอน รวมถึงมีการฝึกทักษะการนำเอา<strong> ‘ของเหลือทิ้ง’</strong> เดิม มา<strong>ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถขายได้</strong> ทำให้ลดการสูญเสียต้นทุนไปอย่างเปล่าประโยชน์ นับว่าเป็นการใช้ความสร้างสรรค์มา<strong>แก้ปัญหารายได้</strong>ของเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13029" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-058-100.jpg" alt="" width="1200" height="631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-058-100.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-058-100-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-058-100-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-058-100-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-058-100-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-58/">วิทยาลัยชุมชนยโสธรแก้ปัญหารายได้เกษตรกรสูงอายุ โดยเปิดสอนการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก ‘ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง’ ที่หลงเหลือจากกระบวนการทำผ้าไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
