<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาข่า | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 May 2021 07:57:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อาข่า | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เครือข่ายวัฒนธรรมฯ บูรณาการวิถีชุมชนอาข่ากับความรู้สากล เพื่อติดเครื่องมืออาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว ‘อาข่า’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 May 2021 07:52:48 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40171</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในรอบหลายทศวรรษที่ผ่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-21/">เครือข่ายวัฒนธรรมฯ บูรณาการวิถีชุมชนอาข่ากับความรู้สากล เพื่อติดเครื่องมืออาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว ‘อาข่า’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา ล้วนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของชาวเขา โดยเฉพาะกับชนเผ่าอ่าข่า ซึ่งมีวิถีชีวิตผูกพันกับธรรมชาติและความเชื่อดั้งเดิม ประกอบกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ความเจริญ’ ยังเข้ามาทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของชนเผ่าอ่าข่าเปลี่ยนไป  </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเดิมที่ประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน หาอยู่หากินแบบพึ่งพิงธรรมชาติ และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ก็กลับกลายเป็นว่า คนหนุ่มสาวต้องเดินทางลงจากภูเขา เข้าสู่เมือง เพื่อทำงานรับจ้าง บ้างเข้าสู่ตลาดแรงงานไกลถึงต่างแดน เพื่อปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม ทว่าการปรับตัวนี้ก็ยังไม่ได้ทำให้ความเหลื่อมล้ำหายไป</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-large wp-image-40173" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-01-1024x1024.jpg" alt="" width="750" height="750" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคนหนุ่มอย่าง </span><b>‘อาทู่’ ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก</b><span style="font-weight: 400;"> มองเห็นประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำของกลุ่มชาติพันธุ์มาอย่างยาวนาน จึงได้ก่อตั้ง</span><b> Athu Akha Home </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อเป็น ‘</span><b>ลานวัฒนธรรม’</b><span style="font-weight: 400;"> ให้กลุ่มชาติพันธุ์และคนเมืองในจังหวัดเชียงราย ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และวัฒนธรรม ประกอบกับการทำความเข้าใจวิถีชีวิตความเป็นอ่าข่า เพื่อค้นหาแนวทางที่จะสนับสนุน และส่งเสริมให้ชนเผ่าอ่าข่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้การเข้าร่วมทำงานวิจัยของอาทู่จะทำให้เกิดการฟื้นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่าอ่าข่ามากมาย อาทิ ระบบการแพทย์ชนเผ่า พิธีกรรมต่างๆ งานจักสาน การทอผ้า ฯลฯ แต่ก็ยังมีเงื่อนไขบางประการ ซึ่งขัดขวางให้ไม่สามารถพัฒนาประเด็นดังกล่าวไปสู่จุดที่นำไปสร้างรายได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่ผ่านมาเราเอาความรู้ด้านการแพทย์ไปสนับสนุนการรักษาแบบพื้นบ้านในโรงพยาบาลระดับตำบล ส่วนงานประเพณีก็เอาไปโยงกับการท่องเที่ยว แต่มันก็ยังไม่ครอบคลุม เพราะติดเงื่อนไขเรื่องงบประมาณในการทำงาน หลายอย่างเรายังต้องการความรู้จากภายนอกชุมชน และบางเรื่องก็ต้องการให้องค์กรรัฐสนับสนุน” อาทู่ กล่าว  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งการสนับสนุนจาก </span><b>โครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วยให้เป้าหมายของ </span><b>‘โครงการพัฒนาอาชีพจากภูมิปัญญาวิถีชีวิตชนเผ่าอ่าข่า จังหวัดเชียงราย</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากเป้าหมายของโครงการนี้คือการ </span><b>‘ให้โอกาส’</b><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มคนที่ยังขาดโอกาส อาทู่จึงออกแบบกระบวนการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการลงพื้นที่พร้อมกับแกนนำจาก 5 ชุมชน จนได้กลุ่มเป้าหมายจำนวน 115 คน </span><b>โดยหวังว่าการสร้างอาชีพด้วยการใช้ฐานความรู้และประสบการณ์ของชุมชน จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมชนเผ่าอ่าข่าได้อีกทอดหนึ่ง </b><span style="font-weight: 400;">ผ่านพื้นที่ที่เรียกว่า </span><b>‘ลานแดข่อง’</b><span style="font-weight: 400;"> หรือลานวัฒนธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาทู่ อธิบายกระบวนการทำงานของชุมชนว่า “เรื่องที่กลุ่มเป้าหมายต้องทำร่วมกันก็คือ ค้นหาผู้รู้ที่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ จากแต่ละชุมชน เช่น</span><b> ‘ป้าเพ็ญ’ วันเพ็ญ ศักดิ์สุทธิเสน </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นปราชญ์ด้านการทอผ้า มาให้คำแนะนำ แล้วค่อยให้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านการทอผ้าไปเรียนกับป้าเพ็ญอีกที”</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-40174" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-02-1024x1024.jpg" alt="" width="750" height="750" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small21-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งป้าเพ็ญเล่าว่า การทำงานแบบนี้ทำให้คนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านห้วยเจริญ หันมาสนใจการทอผ้ามากขึ้น แต่ก่อน </span><b>พวกเขาไม่รู้ว่าการทอผ้าจะกลายเป็นอาชีพได้อย่างไร </b><span style="font-weight: 400;">เพราะชนเผ่าอ่าข่านิยมทอผ้าใส่เอง อีกทั้งยังดีใจที่ได้รื้อฟื้นภูมิปัญญาด้านนี้ให้กับคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้าน เนื่องจากในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการทำมาหากินมากกว่า จึงไม่มีเวลามานั่งสืบทอดการทอผ้าจากบรรพบุรุษ </span><b>จนมีคนรุ่นใหม่ทอผ้าเป็นมากขึ้น จากเดิมที่มีแต่คนแก่เฒ่า</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ต่อให้มีคนรุ่นใหม่ทอผ้าเก่งขึ้นและขายดีสักเท่าไร </span><b>ด้วยสถานะผู้ผลิตซึ่งอยู่ต้นน้ำ </b><span style="font-weight: 400;">ผลิตเพื่อส่งขายเพียงอย่างเดียว </span><b>ทำให้บุคคลที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาครั้งนี้ตกอยู่ที่ ‘พ่อค้าคนกลาง’ </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่ตัวกลุ่มเป้าหมายเอง ซึ่งเป็นปัญหาที่ชนเผ่าอ่าข่าสลัดไม่หลุดมาเป็นระยะเวลานาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาทู่จึงย้ำถึงความสำคัญของลานแดข่องขึ้นมา โดยให้คำนิยามว่า “</span><b>ลานแดข่องเปรียบเสมือน ‘ตลาดกลาง’ ทางความคิดและภูมิปัญญา</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นที่รวบรวมเรื่องราวความเป็นอ่าข่าไว้ครบทุกด้าน และยังเป็นที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ของชุมชนในโครงการอีกด้วย </span><b>โดยเราต้องมีสถานที่ที่ทำให้ชาวบ้านในเครือข่ายเห็นว่า ภูมิปัญญาที่ทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น งานจักสาน ผ้าทอ หรือแม้แต่อาหารการกิน มีพื้นที่ขายและมีคนให้ความสนใจ </b><span style="font-weight: 400;">โดยไม่ต้องอาศัยพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานที่ตั้งของลานแดข่องตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงรายกว่า 10 กิโลเมตร ทำให้โครงการมีแนวคิดขยายการตลาดออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ </span></p>
<ol>
<li><b>ตลาดเส้นทาง<br />
</b>ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระดับภาคีเครือข่ายระหว่างชนเผ่าอ่าข่าทั้ง 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สวย อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอเมืองเชียงราย โดยจะร่วมงานกันในด้านต่างๆ ให้สามารถวางจำหน่ายสินค้าได้ทั้ง 5 อำเภอ</li>
<li><b>ตลาดกลาง</b> หรือก็คือลานแดข่อง</li>
<li><b>ตลาดออนไลน์</b> ซึ่งเป็นตลาดที่เข้าถึงได้ง่าย ทุกเพศทุกวัย และเป็นสื่อพื้นฐานที่หลายๆ คนใช้งาน ซึ่งอาทู่ ระบุว่า “ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาตลาดออนไลน์ เพราะเป็นเรื่องใหม่ <b>พวกเราคนรุ่นเก่าก็ไม่มีทักษะเรื่องนี้ จึงต้องอาศัยคนรุ่นใหม่เข้ามาดำเนินงาน</b> ซึ่งตอนนี้ก็มีเด็กจบใหม่ที่กลับมาทำงานในชุมชน และเข้ามาช่วยพัฒนาระบบตลาดออนไลน์ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น”</li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้ อาจยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่ากลุ่มเป้าหมายมีรายได้เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน จากการดำเนินงานที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ปรากฏชัดในชุมชนอ่าข่าทั้ง 5 หมู่บ้านก็คือ ชาวบ้านเข้าใจแล้วว่าห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) มีความสำคัญอย่างไร และต้องดำเนินการอย่างไร ผ่านการใช้ทุนเดิมของ </span><b>‘ความรู้ ประสบการณ์ และบุคลากรในชุมชน มาต่อยอดเพื่อสร้างอาชีพที่ไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีของชนเผ่าอ่าข่า’ สำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตชนเผ่าอ่าข่าต่อไป</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“เราต้องมีสถานที่ที่ทำให้ชาวบ้านในเครือข่ายเห็นว่า ภูมิปัญญาที่ทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น งานจักสาน ผ้าทอ หรือแม้แต่อาหารการกิน มีพื้นที่ขายและมีคนให้ความสนใจ โดยไม่ต้องอาศัยพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป” </span><b>‘อาทู่’ ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก ผู้ก่อตั้ง Athu Akha Home</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="img-wide aligncenter wp-image-40172 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large21.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large21.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large21-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large21-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large21-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large21-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-21/">เครือข่ายวัฒนธรรมฯ บูรณาการวิถีชุมชนอาข่ากับความรู้สากล เพื่อติดเครื่องมืออาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว ‘อาข่า’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครือข่ายวัฒนธรรมฯ บูรณาการวิถีชุมชนอาข่ากับความรู้สากล เพื่อติดเครื่องมืออาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว ‘อาข่า’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/ontheway-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2020 14:42:54 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=18579</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการพัฒนาอาชีพจากภูมิปัญญาวิถีชีวิตชนเผ่าอาข่า คือโค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-21/">เครือข่ายวัฒนธรรมฯ บูรณาการวิถีชุมชนอาข่ากับความรู้สากล เพื่อติดเครื่องมืออาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว ‘อาข่า’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการพัฒนาอาชีพจากภูมิปัญญาวิถีชีวิตชนเผ่าอาข่า คือโครงการที่จัดขึ้นโดยเครือข่ายวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยชนเผ่าอาข่า มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาของชาวเผ่าอาข่า และนำองค์ความรู้เหล่านั้นไปผลิตเป็นสินค้าที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการสร้างระบบจัดจำหน่ายที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์ในชุมชน</p>
<p>กลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าอาข่าเป็นกลุ่มประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและเป็นภูเขา ส่งผลให้หน่วยงานจากภาครัฐไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือพัฒนาได้อย่างทั่วถึง คนในชุมชนส่วนใหญ่จึงขาดอาชีพและมีรายได้ที่ไม่มั่นคง โครงการพัฒนาอาชีพฯ จึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือ โดยรับสมัครกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์ในชุมชนเข้ามาเป็นสมาชิก</p>
<p>หลังจากที่รวบรวมสมาชิกได้ครบตามเป้า 115 คน เจ้าหน้าที่ในโครงการก็ได้ลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของสมาชิกในโครงการ และพบว่ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรและรับจ้างเสริมควบคู่ไปด้วย แต่หลายคนยังประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางรายได้ โดยมีบางส่วนเป็นผู้สูงอายุที่เลยวัยแรงงาน ทำให้ไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเอง และสมาชิกส่วนมากยังไม่ได้รับสัญชาติไทย</p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-18584 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo-Small1_21-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo-Small1_21-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo-Small1_21-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo-Small1_21-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo-Small1_21-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo-Small1_21-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo-Small1_21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-18585 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo-Small2_21-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo-Small2_21-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo-Small2_21-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo-Small2_21-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo-Small2_21-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo-Small2_21-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo-Small2_21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></div>
<div>โครงการพัฒนาจึงได้วางแผนการพัฒนาทักษะหลายๆ ด้านให้กับกลุ่มสมาชิกกลุ่มนี้ เริ่มจากการให้ผู้เข้าร่วมสำรวจความถนัดในการสร้างอาชีพของตัวเอง สร้างความเข้าใจในวิถีและภูมิปัญญาของชุมชน จากนั้นโครงการก็ได้จัดทำสื่อส่งต่อความรู้ขึ้นมา 8 ชุด คือ</div>
<ol>
<li>คู่มือสมุนไพรและหมอพื้นบ้านอาข่า</li>
<li>คู่มือการจักสานพื้นบ้านอาข่า</li>
<li>คู่มือการตีมีดพื้นบ้านอาข่า</li>
<li>การอาหารและการถนอมอาหารพื้นบ้านอาข่า</li>
<li>ข้าวซ้อมมืออาข่า</li>
<li>คู่มือเครื่องเล่นและบทเพลงพื้นบ้านอาข่า</li>
<li>คู่มืองานผ้าอ่าข่า</li>
<li>คู่มือการทำสบู่ น้ำยาล้างจาน และยาสระผม จากสมุนไพรพื้นบ้านอ่าข่า</li>
</ol>
<p>นอกจากจัดทำเอกสารขึ้นมาเป็นแบบเรียนแล้ว โครงการยังจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะที่ให้สมาชิกได้ลงมือฝึกฝนผ่านการปฏิบัติจริงด้วย เพื่อให้พวกเขาสามารถนำเอาความรู้ไปผลิตสินค้าได้ด้วยตนเองและเผยแพร่ให้กับคนอื่นต่อไป</p>
<p>หลังจากที่ฝึกฝนอบรมกลุ่มเป้าหมายมาได้ระยะหนึ่ง โครงการร่วมกับกลุ่มสมาชิกก็ได้มีผลงานการออกแบบสินค้าที่มาจากภูมิปัญญาของชาวอาข่าถึง 15 รายการ อาทิ ‘ค้าหล่อ’ หรือ ถ้วยไผ่ใส่อาหาร ‘ขะชี้’ หรือ กล่องใส่ดอกไม้แห้ง ‘ส่าผ้า’ หรือ ผ้าทอของชาวอาข่า เป็นต้น</p>
<p>ความก้าวหน้าของการเรียนรู้และจัดทำผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ช่วยให้โครงการดำเนินเป้าหมายไปยังจุดประสงค์สุดท้ายได้คือการจัดทำตลาดเพื่อจำหน่ายสินค้า โดยมีการเตรียมพื้นขายเป็นสองส่วนคือตลาดชุมชนและตลาดกลางเมือง ซึ่งปัจจุบันโครงการมีความก้าวหน้าคือสามารถนำเอาสินค้าเข้าไปเปิดขายในพื้นที่ตลาดชุมชนได้ถึง 6 แห่ง</p>
<p>หนึ่งในสมาชิกโครงการได้เล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าและความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ภายหลังจากที่เข้าร่วมโครงการว่า “โครงการได้สอนเราในหลายๆ ทักษะ แต่สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดคือกิจกรรมการแปรรูปสินค้าจากธรรมชาติ เนื่องจากได้เห็นกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและน่าสนใจ เพราะเป็นการนำทรัพยากรที่มีในชุมชนมาต่อยอดและสร้างรายได้”</p>
<p>ในมุมของผู้ดูแลโครงการก็ได้มองไปถึงอนาคตว่า ถ้าหากโครงการนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มสมาชิกมากขึ้น ก็อาจจะมีการทำระบบ ‘ตลาดความรู้ชุมชน’ ขึ้นมา เพื่อให้ใครก็ตามที่สนใจสามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้ในภูมิปัญญาของชาวอาข่าได้ นอกจากนี้ยังมองไปถึงการสร้างระบบบริหารแบบง่าย ที่สมาชิกสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรได้ด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความยั่งยืนทางรายได้ให้เกิดขึ้นในกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-18587 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_021.png" alt="" width="1201" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_021.png 1201w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_021-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_021-1025x1024.png 1025w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_021-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_021-768x767.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_021-750x749.png 750w" sizes="(max-width: 1201px) 100vw, 1201px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-21/">เครือข่ายวัฒนธรรมฯ บูรณาการวิถีชุมชนอาข่ากับความรู้สากล เพื่อติดเครื่องมืออาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว ‘อาข่า’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครือข่ายวัฒนธรรมฯ บูรณาการวิถีชุมชนอาข่ากับความรู้สากล เพื่อติดเครื่องมืออาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว ‘อาข่า’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/beginning-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2020 15:16:23 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=11953</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชื่อว่าคนไทยแทบทุกคนต้องเคยได้ยินถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-21/">เครือข่ายวัฒนธรรมฯ บูรณาการวิถีชุมชนอาข่ากับความรู้สากล เพื่อติดเครื่องมืออาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว ‘อาข่า’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เชื่อว่าคนไทยแทบทุกคนต้องเคยได้ยินถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่ชื่อว่า<strong> ‘อาข่า’</strong> มาบ้าง ไม่มาก็น้อย แต่หลายคนคงไม่รู้ว่ากลุ่มชาติพันธุ์นี้ไม่ได้อาศัยอยู่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่กระจายอยู่ในทวีปเอเชียถึง 5 ประเทศ คือ จีน ลาว พม่า เวียดนาม และประเทศไทย โดยมีจำนวนประชากรทั้งหมด 2.3 ล้านคนเลยทีเดียว จากจำนวนนี้ราว<strong> 110,000 คนพำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย</strong> ในแถบจังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง</p>
<p>ชาวอาข่าที่อยู่ในประเทศไทยนั้น <strong>มีวิถีชีวิต ความเชื่อ และภาษาเป็นของตัวเอง </strong>ซึ่งเป็นสิ่งที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน ทำให้พวกเขาอุดมไปด้วยองค์ความรู้ในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร การรักษาโรคด้วยสมุนไพร และงานหัตถกรรมต่างๆ เช่น การประดิษฐ์ของใช้ในครัวเรือน เครื่องประดับตามร่างกาย เป็นต้น</p>
<p>แต่สิ่งที่สืบสานต่อกันมาของชาวอาข่า ไม่ได้มีแค่ด้านวิถีชีวิตที่งดงามเท่านั้น แต่ยังมีด้านของปัญหาคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีสาเหตุมาจากถิ่นฐานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้พวกเขา<strong>ขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน</strong>ต่างๆ เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล การงานอาชีพ หรือแม้แต่สถานะบุคคลตามกฎหมาย</p>
<p>เครือข่ายวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยชนเผ่าอ่าข่า ที่ทำงานร่วมกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ชาวอาข่ามาเป็นระยะเวลานาน จึงได้จัดทำ <strong>‘โครงการพัฒนาอาชีพจากภูมิปัญญาวิถีชีวิตชนเผ่าอ่าข่า จังหวัดเชียงราย’ </strong>โดยมีเป้าหมายเป็นการ<strong>ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานรากให้กับผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์</strong>เพื่อเพิ่มคุณชีวิตชีวิตของคนในชุมชน ผ่านการ <strong>‘ติดเครื่องมืออาชีพ’ </strong>ที่จะสร้างทักษะให้พวกเขานำไปใช้สร้างอาชีพต่อไป</p>
<p>เมื่อเป็นการติดเครื่องมืออาชีพ กลุ่มเป้าหมายที่เครือข่ายวัฒนธรรมฯ กำหนดไว้จึงมีความกว้างหลากหลาย ตั้งแต่<strong>แรงงานนอกระบบ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ </strong>และ<strong>ผู้พิการ </strong>กล่าวคือครอบคลุมประชากรด้อยโอกาสทุกรูปแบบในชุมชน โดยจะทำการเปิดคัดเลือกผู้เข้าอบรมจากพื้นที่ในอำเภอเมือง อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอแม่จัน</p>
<p>คนที่เข้าอบรมในโครงการพัฒนาอาชีพฯ นี้จะได้ร่ำเรียนการ<strong>ปูพื้นฐานด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นจากบุคลากรผู้รู้ </strong>ไม่ว่าจะเป็นด้านหัตถกรรม เช่น จักสาน ตีมีด และงานผ้า รวมไปถึงการผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการถนอมอาหารพื้นบ้าน จากนั้นก็จะมีกลุ่มเครือข่ายจากภายนอกเข้ามาช่วยเสริมองค์ความรู้ที่เป็นสากลมากขึ้น เช่น เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ศูนย์สมุนไพรจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เครือข่ายหมอพื้นบ้าน เป็นต้น</p>
<p>โครงการพัฒนาอาชีพจากภูมิปัญญาวิถีชีวิตชนเผ่าอ่าข่า จึงเป็นโครงการที่พยายามบูรณาการองค์ความรู้ท้องถิ่นในชุมชนกับความรู้ที่เป็นสากล เพื่อทำให้คนในชุมชนเองสามารถ<strong>ผลิตสินค้าและบริการออกมาได้ตามความต้องการของตลาด แต่ไม่ทิ้งอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม</strong>ของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้คนในชุมชนมี<strong>คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น </strong>แก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้คนในชุมชนกลายเป็นศูนย์กลางขององค์ความรู้ที่สามารถส่งต่อความรู้เหล่านี้ให้กับลูกหลานได้ต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11954" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-021@2x.png" alt="" width="1200" height="631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-021@2x.png 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-021@2x-300x158.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-021@2x-1024x538.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-021@2x-768x404.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/CommuBlog-021@2x-750x394.png 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-21/">เครือข่ายวัฒนธรรมฯ บูรณาการวิถีชุมชนอาข่ากับความรู้สากล เพื่อติดเครื่องมืออาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว ‘อาข่า’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
