<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมาคมเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดลำพูน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Mar 2021 05:13:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สมาคมเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดลำพูน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สมาคมเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดลำพูน เร่งส่งเสริมความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อย ให้มีความแข็งแรง มั่นคง และยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-93/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 05:13:26 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=28184</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดลำพูนมีเนื้อที่ถือครองเพื่อการเกษตรคิดเป็นร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-93/">สมาคมเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดลำพูน เร่งส่งเสริมความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อย ให้มีความแข็งแรง มั่นคง และยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จังหวัดลำพูนมีเนื้อที่ถือครองเพื่อการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 23.79 ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด แต่เดิม เกษตรกรนิยม</span><span style="font-weight: 400;">ปลูก</span><span style="font-weight: 400;">พืชล้มลุกระยะสั้น เช่น กระเทียม หอมแดง และกะหล่ำปลี ควบคู่กับการทำเกษตรเชิงเดี่ยวอย่างการปลูกไม้ผล </span><b>โดยเฉพาะลำไย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การทำการเกษตรส่วนใหญ่</span><b>นิยมใช้สารเคมี</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเร่งการเจริญเติบโต และกำจัดศัตรูพืช ทำให้</span><b>มีต้นทุนสูง </b><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่บางฤดูกาล ราคาผลผลิตกลับตกต่ำอย่างน่าใจหาย ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะหนี้สิน และทำให้ตัวเกษตรกรมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาด้านสุขภาพ จากการสัมผัสสารเคมีอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การใช้สารเคมียังกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้</span><b> สมาคมเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดลำพูน</b><span style="font-weight: 400;"> จึงต้องการผลักดัน</span><b>โครงการส่งเสริมการเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรรายย่อย</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายจำนวน 87 คน ซึ่งเป็นเกษตรกรรายย่อยจากพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลำพูน อำเภอแม่ทา อำเภอบ้านธิ และอำเภอทุ่งหัวช้าง ปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรมาเป็นเกษตรอินทรีย์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ล้วนมีต้นทุนและศักยภาพในด้านการเกษตรเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ทว่า </span><b>ที่ผ่านมายังขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านความรู้ </b><b>เทคนิควิธีการ การเชื่อมโยงเครือข่ายในการจัดการด้านการตลาด และการแปรรูปต่างๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้พวกเขามองว่า การทำเกษตรอินทรีย์เป็นเรื่องยากและสิ้นเปลือง ทั้งที่ความจริงแล้ว เป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะทำงานจะเริ่มจากการ</span><span style="font-weight: 400;">จัดการประชุม เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการขับเคลื่อนโครงการ และหาข้อสรุปร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้พวกเขาเห็นภาพองค์รวมว่า วิถีเกษตรอินทรีย์มีข้อดีและมีประโยชน์มากกว่าวิถีเกษตรรูปแบบเดิมอย่างไร จากนั้นจึง</span><b>จัดกิจกรรมการอบรมเรื่องความรู้พื้นฐานด้านการทำเกษตรอินทรีย์ เทคนิคการจัดการผลิต การใช้วัตถุอินทรีย์ทดแทนสารเคมีในการเกษตร และการจัดทำบัญชีครัวเรือน </b><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถบริหารกิจการได้อย่างครบวงจร  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์แล้ว </span><b>โครงการยังมุ่งเน้นให้กลุ่มเป้าหมายมีทักษะการบริหารจัดการในฐานะของผู้ประกอบการในศตวรรษที่ 21</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งต้องมีความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้เท่าทันนวัตกรรมต่างๆ </span><b>เช่น การพัฒนาระบบการจัดการน้ำในแปลงเกษตร การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายที่เหมาะสมและทันสมัย เช่น การตลาด หรือการใช้ระบบ QR Code</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น</span></p>
<p><b>ทั้งนี้ การอบรมทักษะต่างๆ ข้างต้น จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นที่สำคัญๆ</b><span style="font-weight: 400;"> อาทิ</span><b> เทศบาลเมืองลำพูน</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยสนับสนุนการจัดทำตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ริมกวง เพื่อทำเป็นศูนย์กลางของตลาดเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดลำพูน, </span><b>มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยเปิดตลาด </span><b>‘กาดก้อมหริภุญชัย’</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นที่รองรับผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวก, </span><b>เทศบาลตำบลบ้านธิ </b><span style="font-weight: 400;">ที่ช่วยสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรในชุมชนบ้านป่าเหียง, </span><b>และโรงเรียนเทศบาลตำบลบ้านธิ</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ช่วยรับซื้อผลผลิตเกษตรอินทรีย์ไปเป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ นอกจากเกษตรกรรายย่อยจะสามารถเข้าถึงความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์แล้ว ยังจะสามารถช่วยลดปัญหาที่เรื้อรังอยู่ภายในชุมชน เช่น ปัญหาเรื่องภาวะหนี้สิน ได้อีกด้วย เพราะเมื่อกลุ่มเป้าหมายสามารถลดต้นทุนด้านการทำเกษตรลงได้ ก็หมายความว่าพวกเขาจะมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น อีกทั้งผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์ ยังสามารถเก็บไว้บริโภคในครัวเรือนได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ </span><b>ซึ่งการรู้จักพึ่งพาตัวเองเช่นนี้ จะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายก้าวเข้าไปสู่ชีวิตที่แข็งแรง มั่นคง และยั่งยืนต่อไป</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์แล้ว โครงการยังมุ่งเน้นให้กลุ่มเป้าหมายมีทักษะการบริหารจัดการในฐานะของผู้ประกอบการในศตวรรษที่ 21 ซึ่งต้องมีความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้เท่าทันนวัตกรรมต่างๆ </span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-93/">สมาคมเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดลำพูน เร่งส่งเสริมความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อย ให้มีความแข็งแรง มั่นคง และยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
