<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สตูล | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 May 2021 14:28:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>สตูล | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนสตูล ริเริ่มโครงการสอนทักษะแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนด้อยโอกาสในชุมชน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกของ UNESCO</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-70/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 14:26:35 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40939</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชุมชนรอบ ‘อุทยานธรณีโลกสตูล’ ถูกเลือกเป็นพื้นที่เป้าหมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-70/">วิทยาลัยชุมชนสตูล ริเริ่มโครงการสอนทักษะแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนด้อยโอกาสในชุมชน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกของ UNESCO</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ชุมชนรอบ </span><b>‘อุทยานธรณีโลกสตูล’ </b><span style="font-weight: 400;">ถูกเลือกเป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับการดำเนินโครงการช่วยเหลือชุมชนของวิทยาลัยชุมชนสตูล ซึ่งอุทยานแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ประชาชนศึกษาเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลเมื่อ 500 ล้านปีก่อน ซึ่งเต็มไปด้วยซากสิ่งมีชีวิตยุคเก่าที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากคุณค่าและความสำคัญที่ควรอนุรักษ์ไว้เพื่อการศึกษาแล้ว ปัจจุบันอุทยานยังมีเป้าหมายยกระดับเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน จึงเกิดเป็น</span><b>โครงการการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงระบบ โดยใช้ทุนชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตู</b><span style="font-weight: 400;">ขึ้น </span></p>
<p><b>อาจารย์อุใบ หมัดหมุด ผู้รับผิดชอบโครงการ</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า “</span><b>โครงการนี้มีการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ หากชุมชนอยากมีรายได้ ก็ต้องไปดูว่าในพื้นที่นั้นมีต้นทุนอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นทุนทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงทุนที่เป็นความรู้ ทักษะ และความชำนาญที่สั่งสมผ่านประสบการณ์ของคนในชุมชน แทนการทำผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบที่จำเป็นต้องนำเข้าจากภายนอก</b><span style="font-weight: 400;">”</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย 120 คน จากพื้นที่ 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล (กลุ่มผลิตภัณฑ์และกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน)</span> <span style="font-weight: 400;">และชุมชนบ้านทุ่งพัก อำเภอควนกาหลง (กลุ่มผลิตภัณฑ์)</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-40941" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการจะเข้ามาต่อยอดด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากทรัพยากรในท้องถิ่น โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ด้าน </span><b>(1) คือการเสริมความรู้ด้วยการจัดอบรมเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารทะเล (2) คือปรับปรุงโรงเรือนการผลิตที่มีอยู่ให้ได้มาตรฐานอาหารและยา (อย.) และเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับการเก็บรักษา และ (3) มองหาช่องทางการตลาด เพื่อยกระดับของฝากในชุมชนให้เกิดการยอมรับมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยววิถีชุมชน</span></p>
<p><b>การแปรรูปผลิตภัณฑ์ของโครงการไม่ได้มีเพียงอาหารทะเล</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ปลากุเลาเค็มและปลาอินทรีเค็ม แต่ยังมีการนำเอาอาหารทะเลมาทำรูปแบบอื่น เช่น น้ำพริกหอยหวาน น้ำพริกปลาจัดจ้าน น้ำพริกกุ้งสามรส อีกทั้งยัง</span><b>พัฒนาของหวานไปพร้อมๆ กัน เช่น ขนมโกยเปต หรือรู้จักกันในชื่อขนมทองพับ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของจังหวัดสตูล ให้กลายเป็นขนมที่ถูกปากคนทุกวัย โดยเพิ่มกลิ่นชาไทย ใบเตย และโกโก้เข้าไป จากเดิมที่มีเพียงกลิ่นเดียว และ</span><b>ร่วมสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำแก่ผู้บริโภค</b> <b>ภายใต้แบรนด์ ‘ชาวเกาะ’</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งอาจารย์อุใบเสริมว่า</span><span style="font-weight: 400;"> “ในอนาคต ตั้งใจจะเปิดช่องทางการตลาดให้มากขึ้นกว่านี้ ด้วยการทำเพจและจัดอบรมเรื่องไอที จากนั้นจึงชักชวนให้กลุ่มเป้าหมายเปิดร้านค้าออนไลน์ผ่าน Shopee หรือ Lazada เพราะอยากให้เขามีโอกาสขายสินค้ามากขึ้น” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ใน</span><b>ด้านการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งเป็นทุนดั้งเดิมของชุมชนนั้น โครงการได้เข้าไปเป็นตัวกลาง เชื่อมประสานงานระหว่างภาคีเครือข่ายกับวิทยาลัยชุมชนสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> รวมถึงเข้าไปบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบอาชีพในธุรกิจท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มซาเล้งนำเที่ยว เรือนำเที่ยว กลุ่มที่พัก กลุ่มมัคคุเทศก์ กลุ่มเยาวชน เป็นต้น </span><b>ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดี และส่งเสริมให้แบรนด์ ‘ชาวเกาะ’ ประสบความสำเร็จอีกด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากผลิตภัณฑ์ด้านอาหารแล้ว </span><b>โครงการยังขยายขอบเขตไปถึงผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งประดิษฐ์จากวัสดุที่มีอยู่ในชุมชน นั่นคือผลิตภัณฑ์จากกาบหมาก</b><span style="font-weight: 400;"> โดยจะเริ่มต้นกระบวนการทำงานตั้งแต่การอบรมทักษะการสร้างผลิตภัณฑ์ ในเรื่องเทคนิคต่างๆ เช่น เทคนิคการสาน หรือการต่อกาบหมาก เป็นต้น </span><b>ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ </b><span style="font-weight: 400;">จากนั้นจึงค่อยต่อยอดสู่การตลาดและการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ ไปถึงการออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40942" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small70-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>คมเดช ศรีประสม</b> <b>ประธานกลุ่มกาบหมากบ้านทุ่งพัก</b> <b>หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าถึงปัญหาเคยประสบก่อนเข้าร่วมโครงการว่า แต่ก่อน องค์ความรู้ด้านการสานกาบหมากเป็นสิ่งที่ทำต่อๆ กันมา ไม่ได้มีแบบแผนที่ชัดเจน ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน สานแล้วแตกหักหมด </span><b>แต่เมื่อได้อบรมกับทางโครงการ ก็ทำให้รู้เลยว่า สิ่งที่เคยทำกันมาไม่มีความเป็นมาตรฐานเลย</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งตอนนี้ คมเดชเชี่ยวชาญเทคนิคการสาน การต่อกาบหมาก และการออกแบบผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ๆ จากกาบหมากมากขึ้น ไม่มีปัญหาจากการขึ้นรูปแล้วกาบหมากแตกหรือฉีกขาดเหมือนเคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน </span><b>ผลิตภัณฑ์จากกาบหมากของชุมชนถูกผลิตขึ้นภายใต้แบรนด์ ‘เตาะหมาก กาหลง’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีที่มาจากการรวมกันระหว่างคำว่า ‘เตาะหมาก’ คำที่ใช้เรียกกาบหมากในภาษาถิ่น และชื่ออำเภอ ‘ควนกาหลง’ ที่ตั้งของชุมชนบ้านทุ่งพัก </span><b>ผสานกับการเล่าเรื่องสินค้าภายในชุมชนสู่ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างผลิตภัณฑ์ทางเลือกให้กับผู้บริโภค </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับด้านรายได้ </span><b>กลุ่มเป้าหมายจะได้รับค่าแรงเป็นรายวัน วันละ 300 บาท โดยแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ จากค่าแรงไว้เป็นค่าบำรุงสาธารณประโยชน์ </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งในปัจจุบัน </span><b>กลุ่มเป้าหมายได้รับยอดสั่งซื้ออาหารทะเลแปรรูป ปลาเค็มปลอดสารพิษ ขนมโกยเปรต และผลิตภัณฑ์จากกาบหมากเกือบทุกวัน</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านช่องทางการขายทั้งแบบออฟไลน์ เช่น การวางจำหน่ายหน้าร้านค้า และออนไลน์ เช่น เพจมาตาฮารี เป็นต้น ซึ่งทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า การดำเนินโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงระบบ โดยใช้ทุนชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้ทำให้เห็นแล้วว่า </span><b>การใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างรู้คุณค่า ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชนเท่านั้น เพราะนอกเหนือจากเงินแล้ว สิ่งที่ได้ตามมาก็คือ ความพยายามในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ภายในชุมชนให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่งองค์ความรู้นี้จะกลายเป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาอาชีพ และช่วยเชื่อมโยงคนในชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเข้มแข็ง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว อัตลักษณ์ของชุมชนในรูปแบบนี้ จะเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนอุทยานธรณีโลกสตูลต่อไป ตามเป้าหมายที่โครงการได้คาดหวังไว้</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">โครงการนี้มีการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ หากชุมชนอยากมีรายได้ ก็ต้องไปดูว่าในพื้นที่นั้นมีต้นทุนอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นทุนทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงทุนที่เป็นความรู้ ทักษะ และความชำนาญที่สั่งสมผ่านประสบการณ์ของคนในชุมชน แทนการทำผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบที่จำเป็นต้องนำเข้าจากภายนอก</span><span style="font-weight: 400;">” </span><b>อาจารย์อุใบ หมัดหมุด ผู้รับผิดชอบโครงการ</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="img-wide aligncenter wp-image-40940 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large70-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-70/">วิทยาลัยชุมชนสตูล ริเริ่มโครงการสอนทักษะแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนด้อยโอกาสในชุมชน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกของ UNESCO</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-69/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2021 10:13:02 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=39990</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘มัคคุเทศก์หรือไกด์’ อาชีพนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวซึ่งส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-69/">วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>‘มัคคุเทศก์หรือไกด์’ </b><span style="font-weight: 400;">อาชีพนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวซึ่งสงวนไว้เป็น</span><b>อาชีพเฉพาะของคนไทย</b><span style="font-weight: 400;">สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้จำนวนไม่น้อย ไม่เพียงแต่รายได้จากนักท่องเที่ยวที่จ่ายให้กับบริษัทนำเที่ยวเท่านั้น แต่เม็ดเงินยังหลั่งไหลไปสู่ชุมชนและร้านค้าขนาดย่อมที่รายรอบอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งช่วยสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการเป็นมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องมีใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ จากเดิมกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ กำหนดให้มีใบอนุญาตมัคคุเทศก์ 2 ประเภทคือ มัคคุเทศก์ทั่วไป ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชนิด คือมัคคุเทศก์ที่นำเที่ยวได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และมัคคุเทศก์ที่นำเที่ยวได้เฉพาะชาวไทยเท่านั้น ส่วนมัคคุเทศก์ประเภทที่ 2 คือมัคคุเทศก์เฉพาะ แบ่งเป็น 8 ชนิด เช่นมัคคุเทศก์เฉพาะพื้นที่ มัคคุเทศก์เดินป่า มัคคุเทศก์ศิลปวัฒนธรรม หรือมัคคุเทศก์ทางทะเล เป็นต้น แต่ในระยะหลังพบปัญหาการจัดการดูแลใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะ ที่กำหนดขอบเขตการทำงานของมัคคุเทศก์ที่จำกัด โดย</span><b>ไม่ให้ทำงานนอกพื้นที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต</b></p>
<p><b>“โครงการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาคกรณีเปลี่ยนผ่านประเภทใบอนุญาตจากมัคคุเทศก์เฉพาะเป็นมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้ จ.สตูล) : วิทยาลัยชุมชนสตูล”</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจัดขึ้นโดย</span><b>วิทยาลัยชุมชนสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> สถาบันที่ผลิตมัคคุเทศก์ส่วนใหญ่ในจังหวัดสตูล โดยใช้หลักสูตรแกนกลางของกรมการท่องเที่ยวในการอบรม รวมถึงได้รับอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยวให้เป็นสถานที่ฝึกอบรมการเปลี่ยนผ่านใบอนุญาตได้เพิ่มเติมนอกเหนือไปจากจังหวัดภูเก็ต ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ</span><b>บรรเทาผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่ตามมาหลังการเปลี่ยนแปลงระบบ</b><span style="font-weight: 400;">การออกใบอนุญาตสำหรับมัคคุเทศก์ในจังหวัดสตูลและพื้นที่ใกล้เคียง</span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-39994 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-39995 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small69-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเป้าหมายในโครงการ ฯ นอกจากจะถูกคัดกรองจากใบอนุญาตที่ใกล้หมดอายุแล้ว ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจาก ‘</span><b>บัตรมัคคุเทศก์เฉพาะ’</b><span style="font-weight: 400;"> เป็น </span><b>‘บัตรมัคคุเทศก์ภูมิภาค’</b><span style="font-weight: 400;"> ยังต้องมีใบอนุญาตผ่านการอบรมจากกรมการท่องเที่ยวมาแล้ว จึงจะสามารถเปลี่ยนบัตรและประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ได้ ขั้นตอนภายหลังการคัดกรองคือ การสอบคัดเลือกโดยการทดสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวภาคใต้ จากนั้นจึงประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์ โดย</span><b>สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ</b><span style="font-weight: 400;">เป็นผู้สัมภาษณ์ร่วมกับพี่เลี้ยงของโครงการ ฯ เพื่อพิจารณาความรู้เดิมและความเดือดร้อนของกลุ่มเป้าหมาย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมการอบรมทุกคนจะได้รับความรู้ตาม</span><b>หลักสูตรแกนกลางของกรมการท่องเที่ยว</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งกำหนดไว้ 2 โมดูล คือ (1) </span><b>ความรู้วิชาการทั่วไป </b><span style="font-weight: 400;">โดยวิทยากรของกรมการท่องเที่ยว เนื้อหาเน้นไปที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐ และกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ (2) </span><b>ความรู้ในภาพกว้าง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งตรงกับแนวทางของวิทยาลัยชุมชนและทีมพี่เลี้ยง ที่ต้องการเสริมความรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ภาคใต้ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวรรณกรรมท้องถิ่น ที่จะต้องรู้ประวัติศาสตร์อาณาจักรภาคใต้ นอกจากนี้ยังถ่ายทอดเทคนิคการนำเสนอความรู้ให้กับนักท่องเที่ยว และวิธีการพูดให้เป็นกลางมากที่สุด รวมถึงการออกแบบโปรแกรมทัวร์ร่วมกับบริษัททัวร์ หรือการทำโปรแกรมทัวร์ในท้องถิ่น เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจแบบเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นแล้ว โครงการฯ ยังส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มอีกด้วย เนื่องจากที่ผ่านมามัคคุเทศก์ในพื้นที่ยังคงทำงานแบบกระจัดกระจาย ไม่ได้มีการรวมกลุ่ม ซึ่งก่อให้เกิดให้เกิดความยากลำบากในการแก้ไขปัญหา ด้วยเหตุนี้สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพและเครือข่ายการท่องเที่ยวจึงได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มขึ้นภายหลังการอบรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า โครงการ ฯ เป็นตัวช่วย</span><b>หนึ่งในการปลดล็อคขอบเขตการทำงานของมัคคุเทศก์</b><span style="font-weight: 400;"> อันหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมการอบรมยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ด้วยวิธีการพัฒนาทักษะและมองหาช่องทางสร้างรายได้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในระดับปัจเจกบุคคลเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการพยายาม</span><b>พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตในระดับชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> ไปจนถึงระดับจังหวัด เพื่อสร้างมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่เข้าใจวิถีการท่องเที่ยวภายในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-39993 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large69-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-69/">วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-68/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2021 08:55:20 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=39873</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบัน มนุษย์ใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ สิ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>ปัจจุบัน มนุษย์ใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะการผลิตอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่กลายเป็นมา </span><b>‘จุดขาย’</b><span style="font-weight: 400;"> ให้กับผลิตภัณฑ์นานาชนิด เช่น สินค้าเกษตรของกลุ่มเกษตรกรจากเครือข่ายเพื่อนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดสตูล ที่มีการนำวิถีชีวิตและคุณค่าของเกษตรกรมาเป็นจุดขาย และส่งต่อสินค้าคุณภาพให้ถึงมือผู้บริโภค </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กระแสการทำเกษตรอินทรีย์จะมาแรง แต่การจะทำให้รอดและอยู่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย </span><b>ดังตัวอย่างจากเกษตรกรในจังหวัดสตูล ที่รวมตัวกันเป็นเครือข่าย แต่ก็ยังล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้</span><b>สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เห็น</span><b> ‘โอกาส’ </b><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>‘ความสำคัญ’ </b><span style="font-weight: 400;">ของการทำเกษตรอินทรีย์ จึงร่วมมือกับ</span><b>โครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส กองทุนเพื่อความเสมอภาค (กสศ.) </b><span style="font-weight: 400;">ดำเนิน</span><b>โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เพื่อยกระดับสู่ผู้ประกอบการสีเขียว </b></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-39876 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-39877 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อยกระดับและเปลี่ยนเกษตรกรทั่วไปให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการสีเขียว ควบคู่ไปกับภารกิจหลักของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นั่นคือการฟื้นฟูอาชีพและจัดการหนี้ให้เกษตรกร โดย </span><b>นิธิมา บินตำมะหงง หัวหน้าโครงการ</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้คือกลุ่มผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาส จำนวน 150 คน จากพื้นที่ 7 อำเภอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ซึ่งการทำงานจะประสบผลสำเร็จหรือไม่นั้น </span><b>ต้องเริ่มต้นคิดตั้งแต่แรกว่า เราจะเป็นผู้ประกอบการสีเขียวได้อย่างไร </b><span style="font-weight: 400;">เลยออกแบบให้เขาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ฝึกคิดเรื่องการบริหารจัดการวงประชุมตั้งแต่ครั้งแรก ว่าจะจัดการประชุมแบบไหน ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการสีเขียว เราจัดการประชุมอย่างไร ใช้อาหารที่ไหน ใช้เวทีการประชุมแบบไหน เรื่องเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ประกอบการสีเขียวต้องคำนึงถึง”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยการประชุมระหว่างกลุ่มเป้าหมาย จุดประกายความคิดเรื่องการสร้าง</span><b> ‘เครือข่ายรวบรวมผลผลิตของเกษตรกร’</b><span style="font-weight: 400;"> และจากข้อมูลที่นำมาแลกเปลี่ยนกัน </span><b>ก็พบปัญหาว่า ผลผลิตการเกษตรในแต่ละพื้นที่ มีราคาขายแตกต่างกัน</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ฟักเขียวจากไร่ ขายกิโลกรัมละ 1 บาท แต่ที่ร้านค้าขายกิโลกรัมละ 25 บาท เมื่อสืบข้อมูลดูจึงรู้ว่าสาเหตุมาจาก</span><b>การที่เกษตรกรไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน บางรายแค่รับจ้างปลูกอีกทอดหนึ่ง จึงไม่มีโอกาสกำหนดราคาผลผลิตได้เอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยสาเหตุนี้ ประกอบกับความต้องการที่จะผลักดันให้การทำเกษตรอินทรีย์ได้มาตรฐาน คณะทำงานจึงหารือกับนักวิชาการด้านอาหาร และเกษตรอินทรีย์ จนเกิดเป็นข้อตกลงร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ </span><b>นั่นคือ การปรับเปลี่ยนวิธีคิดและทำงานของกลุ่มเป้าหมายใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายมีความหลากหลาย คือมีทั้งชาวนา ชาวประมง และชาวสวน เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน </span><b>ด้วยการสร้างความตระหนักเรื่องสารพิษว่ามีผลกระทบต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมอย่างไร ซึ่งต้องเชื่อมโยงทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคที่อยู่ในสภาพแวดล้อมอันหลากหลายของจังหวัดสตูล ได้แก่ ภูเขา นา และทะเล</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น สังเกตว่าในชุมชนที่อยู่ติดทะเล สมาชิกในเครือข่ายมีเรืออยู่กี่ลำ ใครมีเรือ ใครไม่มีเรือ ใครแปรรูป และต้องศึกษาปฏิทินฤดูกาลวางอวนปู อวนกุ้ง และเส้นทางผลผลิต เพราะแต่ละพื้นที่มีราคาต้นทุนสัตว์น้ำไม่เท่ากัน ส่วนพื้นที่นา ก็ต้องมีข้อมูลประมาณการพื้นที่ปลูกข้าว การทำความเข้าใจเรื่องนาเกษตรอินทรีย์ว่าต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง </span><b>เพราะบางคนเข้าใจว่าเพียงใช้ปุ๋ยจากขี้วัวขี้ไก่ ก็คือเกษตรอินทรีย์แล้ว โดยไม่สนใจเรื่องของยาฆ่าหญ้า</b><span style="font-weight: 400;"> และไม่สนใจขั้นตอนเพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน สินค้าจากพื้นที่ภูเขา นา และทะเล ของกลุ่มเป้าหมาย มีสติกเกอร์</span><b> ‘เมนูสีเขียว’ </b><span style="font-weight: 400;">ติดอยู่ </span><b>เพื่อเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการเป็นผู้ประกอบการสีเขียว</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความรับผิดชอบต่อตัวเองและผู้บริโภค โดยผลผลิตจากโครงการจะมี</span><b>ตลาดนัดสีเขียวในห้างสรรพสินค้าไดอาน่า</b><span style="font-weight: 400;">เป็นจุดจำหน่าย รวมทั้งช่องทางออนไลน์ จากเพจเฟซบุ๊ก</span><b>หุ่นไล่กากรุ๊ป</b><span style="font-weight: 400;">, </span><b>สตูลกรีนเอาท์เลต, และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมอีกหลายเพจ</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นอกจากกระบวนการเรียนรู้ในโครงการจะสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้แล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ อีกมากมายระหว่างการอบรม เช่น การคิดค้นพันธุกรรมทุเรียนพื้นบ้าน นั่นคือ</span><b> ‘พันธุ์ไข่เขียว’</b><span style="font-weight: 400;"> ส่งผลให้นอกจากกลุ่มเป้าหมายจะก้าวเข้าสู่เส้นทางของการเป็นผู้ประกอบการสีเขียวที่มีความรู้ด้านการตลาดแล้ว ยังใส่ใจเรื่องพันธุกรรมพืชพื้นบ้านของแต่ละท้องถิ่น เพื่อให้รู้จักของดีในชุมชนตัวเอง และเพื่ออนุรักษ์สืบต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>สมาน มรรคาเขต หรือ ‘บังหมาน’ อายุ 52 ปี หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า “ในฐานะที่เป็นแกนนำชุมชน หากมีโครงการดีๆ ที่มีประโยชน์กับชุมชนเข้ามาอีก ก็พร้อมจะแนะนำให้ทุกคน ชวนกันเข้ามา อย่างน้อยๆ ก็มีเพื่อน ซึ่งนี่คือกำไรที่ได้จากการอบรม นอกจากนี้ ยังได้ความรู้เรื่องพิษภัยของสารเคมี การทำปุ๋ย การทำเกษตรแบบจีพีเอส แล้วยังนำความรู้ไปส่งต่อให้คนอื่นได้ด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง สมาน ย้ำว่า หลังจากที่เข้าร่วมโครงการ</span><b> เขาสามารถขายลองกองและจำปาดะได้ในราคาแพงขึ้น ทั้งๆ ที่ผลผลิตก็มาจากลองกองต้นเดิม จำปาดะก็ต้นเดิม</b><span style="font-weight: 400;"> แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือการเปลี่ยนสถานที่ขาย จากเดิมที่ขายตามหมู่บ้าน ก็เปลี่ยนเป็นขายในห้าง และตลาดนอกพื้นที่ที่ต้องการพืชผักผลไม้จากเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้ </span><b>ผมมีตู้เย็นจากธรรมชาติ ก็คือสวน ที่เก็บกินได้ตลอดทั้งปี </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าหากเราปลูกทุกอย่าง อย่างน้อยๆ เราก็มีเงินเหลือให้ลูกหลานไปโรงเรียน และเมื่อทุกคนในหมู่บ้านมีตู้เย็นธรรมชาติ ชาวบ้านก็จะขายของได้ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> แม้จะยังบอกไม่ได้ชัดเจนว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไร แต่สิ่งหนึ่งที่โครงการการันตีได้แน่นอนก็คือ </span><b>เกษตรกรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทั้ง 150 คน สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง และก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นผู้ประกอบการสีเขียวได้ทั้งหมด</b> <b>ซึ่งจะเป็นการกำหนดทิศทางใหม่ให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภูเขา นา และทะเล ของจังหวัดสตูล ได้ลองปฏิบัติตามต่อไปอย่างแน่นอน</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้ ผมมีตู้เย็นจากธรรมชาติ ก็คือสวน ที่เก็บกินได้ตลอดทั้งปี ถ้าหากเราปลูกทุกอย่าง อย่างน้อยๆ เราก็มีเงินเหลือให้ลูกหลานไปโรงเรียน และเมื่อทุกคนในหมู่บ้านมีตู้เย็นธรรมชาติ ชาวบ้านก็จะขายของได้ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป” </span><b>สมาน มรรคาเขต หรือ ‘บังหมาน’ อายุ 52 ปี หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-39878 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/ontheway-68/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Nov 2020 11:28:16 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=23569</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสรักษ์โลกและรักสุขภาพกำลังมาแรงในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>กระแสรักษ์โลกและรักสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;">กำลังมาแรงในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา สังเกตได้ง่าย ๆ หากเดินเข้าไปในตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าบนโลกออนไลน์ เราจะพบเจอคำว่า</span><b>ออร์แกนิกส์</b><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><b>อินทรีย์</b><span style="font-weight: 400;">อยู่ทั่วไป จากความนิยมที่ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ผู้ผลิตหันมาสนใจตลาดดังกล่าวมากขึ้น อย่างไรก็ดี การจะปลูกพืชผักผลไม้ออร์แกนิกส์นั้น จำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรและมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น กลายเป็นเกษตรกรบางรายไม่สามารถวิ่งเข้าสู่ตลาดดังกล่าวได้ </span></p>
<p><b>สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> จึงได้จัด</span><b>โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู้ผู้ประกอบการสีเขียว</b><span style="font-weight: 400;"> ให้กับชาวเกษตรกรที่มีความสนใจในตลาดดังกล่าว ผ่านการจัดอบรมหลักสูตรเพื่อฟื้นฟูอาชีพและผลักดันให้ชาวเกษตรในสตูลกลายเป็น</span><b>กลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่แข็งแรง</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื้องต้นโครงการฯ ได้รวบร่วม</span><b>กลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น 150 คนในจังหวัดสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็น แรงงานนอกระบบ ผู้ถือบัตรสวัสดิการ ผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ก่อนจะเปิดอบรม</span><b>แผนพัฒนาทักษะอาชีพสู่การเป็นผู้ประกอบการสีเขียว</b><span style="font-weight: 400;">ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย การผลิตสินค้าภายใต้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนรวม (PGS Organic) กระบวนการในการรวบรวมผลผลิตที่ไม่ปนเปื้อนสารเคมีในระหว่างการขนส่ง การแปรรูปผลผลิต การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาตลาดเพื่อให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งหมดเป็นหลักสูตรที่คิดอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-23570 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-23571 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นแล้ว โครงการยังได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกหลานของกลุ่มเป้าหมาย </span><b>อะห์บาร์ อุเส็น</b><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในทีมงานของหน่วยพัฒนาอาชีพของโครงการบอกเล่าว่า เยาวชนกลุ่มนี้มีต้นทุนที่เป็นนักกิจกรรมอยู่แล้ว อีกทั้งบางคนยังเป็นลูกหลานของเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายในโครงการฯ จึงทำให้</span><b>การเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ร่วมกับกลุ่มเป้าหมายและเยาวชนในพื้นที่</b><span style="font-weight: 400;">นั้นง่ายมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามีเป้าหมายจะเชื่อมเยาวชนกลุ่มนี้เข้ากับกิจกรรมตามแผนการดำเนินงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมสันทนาการ บางกิจกรรมได้มีการปรับให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กับชาวบ้านและเกษตรกรในชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องอาชีพ ที่มีความเชื่อมโยงไปถึงวิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชน” </span><b>อะห์บาร์ อุเส็น</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากกระบวนการอบรมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากระบวนกรและพี่เลี้ยงทำหน้าที่เป็นรอยต่อระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ โดยได้พยายามเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ แสดงศักยภาพของตัวเอง เปิดเวทีให้เด็กได้เฉิดฉายพลังของตัวเองออกมา ซึ่ง</span><b>อะห์บาร์ อุเส็น</b><span style="font-weight: 400;">  ระบุว่า วิธีดังกล่าวเหมาะที่จะไปปรับใช้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้พวกเขามีโอกาสที่จะค้นหาศักยภาพของตัวเองและแสดงมันออกมา กล่าวคือ เป็นการเรียนรู้และเดินไปข้างหน้าได้ด้วยความสามารถของตัวเอง ซึ่งถือเป็นขั้นสูงสุดของความต้องการของหน่วยพัฒนาอาชีพในการพัฒนาคนและสร้างอาชีพอย่างยั่งยืนที่แท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราหวังว่าอย่างน้อยที่สุดกระบวนการนี้จะเป็นการลดช่องว่างระหว่างวัยภายในครอบครัว ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อให้ทั้งเยาวชนและผู้ปกครองเข้ามาเชื่อมโยงกันและเข้าใจความคิดของกันและกัน  โดยเด็ก ๆ จะได้มีพื้นที่ในการแสดงออกถึงความรู้ที่ตนเองมี ส่วนผู้ใหญ่จะมีพื้นที่สำหรับแบ่งปันประสบการณ์ บางทีคนละวัยที่มีมุมมองแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน แม้วิธีการอาจจะแตกต่างกัน แต่หากเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันก็สามารถหาจุดร่วมเพื่อช่วยกันทำให้บรรลุเป้าหมายได้” </span><b>อะห์บาร์ อุเส็น</b><span style="font-weight: 400;"> ทิ้งท้ายถึงบทเรียนที่ค้นพบในระหว่างทางจากโครงการครั้งนี้</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เรามีเป้าหมายจะเชื่อมเยาวชนกลุ่มนี้เข้ากับกิจกรรมตามแผนการดำเนินงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมสันทนาการ บางกิจกรรมได้มีการปรับให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กับชาวบ้านและเกษตรกรในชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องอาชีพ ที่มีความเชื่อมโยงไปถึงวิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชน</span></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-23572 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/ontheway-69/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2020 08:56:58 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=18723</guid>

					<description><![CDATA[<p>จุดเริ่มต้นของโครงการนี้มีที่มาจากการที่วิทยาลัยชุมชนสต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-69/">วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของโครงการนี้มีที่มาจากการที่</span><b>วิทยาลัยชุมชนสตูล</b><span style="font-weight: 400;">ต้องการจะสร้างโอกาสที่เสมอภาคให้กับ</span><b>กลุ่มมัคคุเทศก์เฉพาะ</b><span style="font-weight: 400;">ที่ต้องการ</span><b>เปลี่ยนใบอนุญาต</b><span style="font-weight: 400;">เป็นมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการ</span><b>เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เรื่องใบอนุญาต</b><span style="font-weight: 400;">การนำเที่ยวในต่างพื้นที่ ทำให้มัคคุเทศก์จำนวนหนึ่งหรือที่เรียกกันว่ามัคคุเทศก์เฉพาะ ไม่สามารถนำนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามเขตพื้นที่หรือข้ามจังหวัดได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทยาลัยชุมชนจึงได้หาทางช่วยเหลือและสนับสนุน โดยการจัดทำแผนการพัฒนาทักษะขึ้นมา เพื่อฝึกฝนอบรมเหล่ามัคคุเทศก์ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการเปลี่ยนรูปแบบของใบอนุญาตนำเที่ยว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเป้าหมายของโครงการจึงเป็นมัคคุเทศก์เฉพาะที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสตูลและจังหวัดใกล้เคียงที่</span><b>พลาดโอกาสการฝึกอบรมที่จัดโดยกรมการท่องเที่ยว</b><span style="font-weight: 400;"> โดยหลังจากที่ได้เปิดรับสมัครแล้ว ก็มีกลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจและมาเข้าร่วมจำนวน </span><b>53 คน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่ได้สมาชิกครบแล้ว โครงการก็ได้จัดอบรมตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ และเมื่อผ่านการฝึกอบรมเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พบว่ากลุ่มมัคคุเทศก์เฉพาะมีความก้าวหน้าเกิดขึ้นใน 3 ด้านคือ </span></p>
<p><b>1.องค์ความรู้</b><span style="font-weight: 400;"> ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสตูล เช่นอุทยานธรณีโลกสตูล ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์  โบราณคดี  และวรรณกรรมท้องถิ่น ความรู้เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น ความรู้เกี่ยวกับสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกท้องถิ่น เป็นต้น </span><b>2.ทักษะ</b><span style="font-weight: 400;"> ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทักษะของมัคคุเทศก์ในศตวรรษที่ 21 คือทักษะการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลที่ทันสมัยขึ้นในการนำเที่ยว รวมถึงทักษะการประเมินตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ </span><b>3. เจตคติ </b><span style="font-weight: 400;">สมาชิกที่เข้าอบรมได้เรียนรู้หลักคุณธรรมและจริยธรรมในอาชีพมัคคุเทศก์ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้มีความเข้มแข็งกันในกลุ่มมัคคุเทศก์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความก้าวหน้าของสมาชิกทั้ง 50 คน เป็นหมุดหมายที่ดีว่าวิทยาลัยชุมชนสตูลมีคุณภาพและสามารถเป็นหน่วยงานที่ประชาชนในพื้นที่สามารถพึ่งพิงได้ ซึ่งหลังจากนี้มัคคุเทศก์ทั้ง 50 คน จะ</span><b>ได้รับหนังสือรับรองจากโครงการ</b><span style="font-weight: 400;">เพื่อนำไปเปลี่ยนประเภทของในอนุญาตจากมัคคุเทศก์เฉพาะเป็นมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) ต่อไป</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-13101 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100.jpg" alt="" width="1200" height="631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-69/">วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนสตูล ริเริ่มโครงการสอนทักษะแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนด้อยโอกาสในชุมชน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกของ UNESCO</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/beginning-70/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Apr 2020 13:42:18 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=13105</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยรู้ว่าจังหวัดสตูลคือจังหวัดที่มีพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-70/">วิทยาลัยชุมชนสตูล ริเริ่มโครงการสอนทักษะแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนด้อยโอกาสในชุมชน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกของ UNESCO</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยรู้ว่า<strong>จังหวัดสตูล</strong>คือจังหวัดที่มีพื้นที่ที่มีความสำคัญระดับโลกอย่าง<strong> ‘อุทยานธรณีโลกสตูล’ </strong>ที่ว่าเป็นระดับโลกก็เพราะอุทยานแห่งนี้เป็นเพิ่งได้รับการรับรองจาก<strong>องค์กร UNESCO</strong> ให้เป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก เมื่อวันที่ 17 เมษายน ปี 2561 ที่ผ่านมานี้เอง</p>
<p>ทางจังหวัดสตูลได้เห็นความสำคัญและโอกาสในการเผยแพร่แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกให้กับนักท่องเที่ยวเดินทางทั้งหลาย จึงได้มีการวางวิสัยทัศน์ของจังหวัดไว้ภายใต้มอตโต้ <strong>“เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อุทยานธรณีโลก เศรษฐกิจมั่นคง สังคมน่าอยู่สันติสุขยั่งยืน ประตูสู่อาเซียน”</strong></p>
<p>เมื่อทางจังหวัดได้วางแผนพัฒนาไว้อย่างชัดเจนว่าจะมีการสนับสนุนด้านท่องเที่ยวในจังหวัดโดยมุ่งเน้นหมุดหมายไว้ที่อุทยานธรณีโลก ทีมของ<strong>วิทยาลัยชุมชนสตูล</strong> ซึ่งเป็นหนึ่งใจหน่วยงานที่ช่วยพัฒนาสนับสนุนงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวศิลปวัฒนธรรมให้กับอุทยานธรณีโลกสตูล จึงได้เห็นโอกาสในการ<strong> ‘เตรียมความพร้อม’ </strong>ชุมชนและประชากรในพื้นที่อำภอใกล้เคียง เพื่อให้พวกเขาสามารถพร้อมที่จะคว้าโอกาสในการเติบโตไปพร้อมๆ กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของจังหวัด</p>
<p>โครงการ <strong>‘การแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงระบบโดยใช้ทุนชุมชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน พื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูล’ </strong>จึงได้เกิดขึ้นมาภายใต้จุดประสงค์นี้ โดยมีเป้าหมายเป็นการพัฒนาทักษะและความสามารถในการแปรรูปและต่อยอดผลิตภัณฑ์ของคนในชุมชนจากรากฐานที่เป็นต้นทุนของชุมชนอยู่แล้ว</p>
<p>โครงการนี้จะเข้าไป<strong>ดำเนินงานในพื้นที่ 4 ชุมชน</strong>ที่มีการส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน คือ 1.ชุมชนเกาะสาหร่าย 2.ชุมชนโคกพยอม 3.ชุมชนคีรีวง และ 4 ชุมชนบ้านทุ่งพัก โดยโครงการจะทำการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 120 คน ซึ่ง ทั้งหมดจะมีเกณฑ์ในการคัดเลือกคือทุกคนจะต้องเป็น<strong>กลุ่มผู้ด้อยโอกาส</strong>ในชุมชน เช่น <strong>แรงงานนอกระบบ ผู้ถือบัตรสวัสดิการ ผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ</strong></p>
<p>การดำเนินงานของโครงการนี้จะใช้แนวทางพัฒนาแบบที่มีชุมชนเป็นฐาน เพราะฉะนั้นวิทยาลัยชุมชนจะออกแบบแนวทางในการพัฒนาชุมชนทั้ง 4 แห่งแตกต่างกันออกไปดังนี้</p>
<p><strong>1.ชุมชนเกาะสาหร่าย</strong> จะมีการฝึกอบรมและสนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว เช่น อาหารทะเลแปรรูป การผลิตผ้ามัดย้อม และผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ</p>
<p><strong>2.ชุมชนโคกพยอม</strong> จะมีการนำหลักสูตรการผลิตผ้ามัดย้อมไปฝึกสอนและจะมีการอบรมด้านการออกแบบของที่ระลึกจากชุมชน เช่น เสื้อ พวงกุญแจ และกระเป๋า เป็นต้น</p>
<p><strong>3.ชุมชนคีรีวง</strong> ในส่วนของชุมชนนี้โครงการจะเข้าไปช่วยสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการสร้างผลิตภัณฑ์จากยางพาราออกมาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ก็จะมีการอบรมการออกแบบของที่ระลึกจากชุมชนด้วย เช่น เสื้อ พวงกุญแจ และกระเป๋า เป็นต้น</p>
<p><strong>4.ชุมชนบ้านทุ่งพัก<br />
</strong>ชุมชนบ้านทุ่งพักเน้นการนำทุนทางธรรมชาติที่ไม่มีค่ากลับมาสร้างมูลค่าด้วยการใช้กาบหมากขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์จานกาบหมาก ถ้วยกาบหมาก ชามกาบหมาก และอื่นๆ ถือเป็นผลิตภัณฑ์เข้ากับเทรนด์ “ภาชนะรักษ์โลก”</p>
<p>โครงการนี้ถึงแม้จะวางเป้าหมายไว้ในชุมชน 4 แห่งที่อยู่คนละอำเภอกัน ทว่ามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือสร้างงาน สร้างคน สร้างอาชีพ</p>
<p><strong>สร้างอาชีพและรายได้ให้กับผู้คนในชุมชน</strong> ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ทั้งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการ เพื่อให้พวกเขาสามารถหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองได้อย่างราบรื่น ซึ่งแน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้วโครงการก็หวังจะได้เห็นการดำเนินงานที่มีคุณภาพ <strong>การต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์</strong> เพื่อการสร้างรายได้ที่จะช่วย<strong>ยกระดับชีวิตของตัวแรงงานในชุมชนเอง</strong>ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13106" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-070-100.jpg" alt="" width="1201" height="631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-070-100.jpg 1201w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-070-100-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-070-100-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-070-100-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-070-100-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 1201px) 100vw, 1201px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-70/">วิทยาลัยชุมชนสตูล ริเริ่มโครงการสอนทักษะแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนด้อยโอกาสในชุมชน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกของ UNESCO</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/beginning-69/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Apr 2020 13:37:25 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=13100</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอันดับต้นๆ ของภาคใต้  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-69/">วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอันดับต้นๆ ของภาคใต้ แต่<strong>สตูล</strong>คือจังหวัดที่<strong>มีความน่าสนใจหลากหลายประการ</strong>ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เช่น น้ำตก ทะเลและชายหาด หรือแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น<strong>พื้นที่สำคัญระดับโลก</strong>อย่าง<strong>อุทยานธรณีสตูล </strong>ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้การรับรองความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์จาก<strong>องค์กรยูเนสโก</strong></p>
<p>นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา จังหวัดสตูลมีการเติบโตในภาคท่องเที่ยวเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี โดยในปี 2551 จังหวัดมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวถึง <strong>1,700 ล้านบาท</strong>เลยทีเดียว เมื่อวิเคราะห์จากตัวเลขที่เกี่ยวข้อง คงสรุปได้อย่างชัดเจนว่าจังหวัดสตูล<strong>มีศักยภาพในการพัฒนา</strong>อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกมาก แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงซึ่งมักจะมาพร้อมกับการเติบโตอย่างรวดเร็วคือการ<strong>ขาดโครงการพื้นฐาน</strong>อย่างสถานที่และบุคคลากรที่มีคุณภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากขึ้น</p>
<p>บุคคลากรหรือแรงงานที่ว่าเหล่านั้น ย่อมรวมไปถึงแรงงานฝีมืออย่างพนักงานต้อนรับ ไกด์ หรือ <strong>มัคคุเทศก์</strong>ด้วย ซึ่งคนกลุ่มนี้คือคนกลุ่มสำคัญที่จะเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัด ซึ่งหากพวกเขามีจำนวนไม่พอ นักท่องเที่ยวอาจจะไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกเท่าที่ควร หรือมากไปกว่านั้นคือการเกิด <strong>‘ไกด์เถื่อน’</strong>ที่อาจจะมีการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งจะทำให้จังหวัดต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง</p>
<p><strong>วิทยาล</strong><strong>ัย</strong><strong>ชุมชนสตูล</strong>ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับคนในพื้นที่ ได้เห็นความสำคัญของการผลิตบุคคลากรคุณภาพป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในจังหวัด โดยที่ผ่านมามีการผลิตมัคคุเทศก์ออกมาอย่างต่อเนื่องกว่า<strong>1,500 คน</strong>แต่ในปัจจุบันได้มีการ<strong>เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เรื่องใบอนุญาต</strong>การนำเที่ยวในต่างพื้นที่ ทำให้มัคคุเทศก์จำนวนหนึ่งหรือที่เรียกกันว่ามัคคุเทศก์เฉพาะ ไม่สามารถนำนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามเขตพื้นที่หรือข้ามจังหวัด</p>
<p>ปัญหานี้สร้างความเดือดร้อนให้กับอาชีพมัคคุเทศจำนวนมาก วิทยาลัยชุมชนจึงได้หาทางบรรเทาปัญหาโดยการจัดทำโครงการ <strong>‘การอบรมหลักสูตรฝึกอบรมวิชามัคคุเทศก์เฉพาะ เป็นมัคคุเทศน์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้)’ </strong>ขึ้นมาเพื่อสอดรับกับความต้องการของเหล่ามัคคุเทศก์ในพื้นที่</p>
<p>กลุ่มเป้าหมายของโครงการคือกลุ่มมัคคุเทศก์ที่ต้องการเปลี่ยนใบอนุญาตจากมัคคุเทศเฉพาะเป็นมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) เพื่อให้สามารถ<strong>นำเที่ยวข้ามจังหวัดได้</strong>อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 53 คน โดยแนวทางการพัฒนาวิชาชีพจะเป็นการนำสมาชิกโครงการทุกคนมาเข้าฝึกอบรมตลอด<strong>หลักสูตร</strong>ตามที่กรมการทางเที่ยวได้กำหนดไว้ จากนั้นก็จะมีการ<strong>ทดสอบ</strong>เพื่อวัดผลการเรียนรู้ จนผู้เข้ารับการอบรมสามารถ<strong>ได้รับใบอนุญาต</strong>อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<p>โครงการนี้นอกจากจะเป็นการ<strong>แก้ปัญหาความเดือดร้อน</strong>ของมัคคุเทศก์ในพื้นที่อย่างตรงจุดแล้ว ยังมีการวางแผนเพื่อบรรเทาปัญหาในระยะยาวอีกด้วย โดยมีการวางแนวทางการ<strong>จัดทำกลุ่มให้เป็นรูปแบบชมรม</strong>หรือสมาคม เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือกันระหว่าง<strong>รุ่นพี่และรุ่นน้อง</strong>ภายในกลุ่มต่อไป รวมถึงมีการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เป็นสถานประกอบการกว่า 20 แห่ง ที่พร้อม<strong>สนับสนุนการทำงานและการเรียนรู้</strong>ของเหล่ามัคคุเทศก์ภายในจังหวัดให้มีอาชีพที่มั่นคง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-13101 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100.jpg" alt="" width="1200" height="631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-069-100-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-69/">วิทยาลัยชุมชนสตูลเปิดโครงการอบรมมัคคุเทศให้ได้ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เฉพาะภูมิภาค (ภาคใต้) แก้ปัญหานำเที่ยวข้ามจังหวัดไม่ได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/beginning-68/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Apr 2020 10:06:02 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=13094</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคนี้หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ‘อินทรีย์’ บ่อยครั้งขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคนี้หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า <strong>‘อินทรีย์’</strong> บ่อยครั้งขึ้น หากคุณไปเดินตามท้องตลาดในเมืองใหญ่ๆ แผงขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร พืชผัก หรือผลไม้ ที่ติดป้ายอินทรีย์ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ความอินทรีย์หรือ<strong>ออร์แกนิกส์</strong>นั้นกำลังเป็น<strong>เทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก</strong> เพราะผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและเลือกกินอย่างปราณีตขึ้น</p>
<p>เมื่อตลาดมีความข้องการในสินค้าประภทนี้ เหล่าผู้ผลิตอย่างเกษตรกรก็เริ่มหันหน้ามาสนใจวิถีแบบอินทรีย์กันมากขึ้น แต่ด้วยความที่เกษตรอินทรีย์นั้นเป็นวิถีที่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกอย่างสภาพดินฟ้าอากาศมาก ทำให้หลายครั้งก็กลายเป็น<strong>ข้อจำกัด</strong>ที่ส่งผลให้ไม่สามารถ<strong>แข่งขันด้านราคา</strong>กับเกษตรที่ใช่สารเคมีได้</p>
<p><strong>จังหวัดสตูล</strong>เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ต้นทุนของชุมชนในจังหวัดสตูลนั้นนับว่ามีข้อได้เปรียบในด้านสภาพภูมิประเทศที่มีทั้งป่าต้นน้ำ ที่ราบลุ่ม และชายฝั่ง แต่ขณะเดียวกันความสลับซับซ้อนของภูมินิเวศก็ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการรวมกลุ่มอาชีพ</p>
<p><strong>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดสตูล</strong> ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ ได้เห็นทั้งโอกาสในการผลักดันให้สตูลเกิดกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่แข็งแรง รวมถึงปัญหาที่ทำให้การรวมกลุ่มทำได้ยาก พวกเขาจึงได้จัดทำโครงการ ‘<strong>พัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู้ผู้ประกอบการสีเขียว</strong>’ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์</p>
<p>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล จึงได้ร่วมมือกับเครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดสตูล และ หุ่นไล่กา กรุ๊ป ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาความรู้ให้แก่เกษตรกร และสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมจากการใช้สารเคมีมาเป็นเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน</p>
<p>โดยวางกลุ่มเป้าหมายของโครงการเป็นกลุ่มสมาชิกที่อยู่ในเครือข่าย <strong>‘เขา นา และทะเล’</strong> ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ขับเคลื่อนงานเกษตรอินทรีย์มาแด่เดิม โดยวางเกณฑ์ในการคัดเลือกไว้ว่าผู้สมัครเข้าโครงการจะต้องเป็นกลุ่ม<strong>คนด้อยโอกาสในชุมชน</strong> เช่น <strong>แรงงานนอกระบบ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ</strong> รวมทั้งสิ้นจำนวน 150 คน</p>
<p>แผนพัฒนาทักษะอาชีพของโครงการจะมีตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเริ่มจากการผลิตสินค้าทางการเกษตรภายใต้หลักการและมาตรฐาน <strong>‘เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม’</strong> (PGS Organic) และมีกระบวนการในการรวบรวมผลผลิตที่ไม่ปนเปื้อนสารเคมีในระหว่างการขนส่ง มีการพัฒนาเรื่องการแปรรูปผลผลิต การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน จนสุดท้ายจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์  การพัฒนาตลาดสีเขียว และตลาดในหลากหลายรูปแบบเพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต และผู้บริโภค</p>
<p>สรุปได้ว่าโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู้ผู้ประกอบการสีเขียวนี้ จะช่วยยกระดับองค์ความรู้ของเกษตรกรในกลุ่มให้มีมาตรฐานเดียวกัน รวมไปถึงช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรอินทรีย์สามารถรวมกลุ่มกันได้อย่างแข็งแรงมากขึ้น</p>
<p>ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในด้านอำนาจต่อรองและ<strong>ความสามารถในการแข่งขัน</strong>ในตลาดสินค้าเกษตร ส่งผลต่อมาคือรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกรที่ใช้<strong>วิถีธรรมชาติ</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-13095 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100.jpg" alt="" width="1200" height="631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานพินิจฯ สตูล เปิดสอนหลักสูตรช่างปูกระเบื้องให้กับเยาวชนในศูนย์ เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างอาชีพตามความสนใจ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/beginning-67/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Apr 2020 09:37:08 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=13080</guid>

					<description><![CDATA[<p>การกระทำผิด ‘ซ้ำสอง’ คือปัญหาสำคัญที่สถานพินิจและคุ้มคร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-67/">สถานพินิจฯ สตูล เปิดสอนหลักสูตรช่างปูกระเบื้องให้กับเยาวชนในศูนย์ เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างอาชีพตามความสนใจ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การกระทำผิด<strong> ‘ซ้ำสอง’ </strong>คือปัญหาสำคัญที่<strong>สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสตูล </strong>พยายามแก้ไขมาโดยตลอด เพราะนั่นหมายความว่าเด็กและเยาวชนที่พ้นโทษออกไปอาจประสบปัญหาบางอย่างที่บีบคั้นให้ต้องกลายมาเป็นผู้ต้องโทษอีกครั้ง โดยเฉพาะปัญหาด้านการสร้างรายได้เพื่อดำรงชีวิตในสังคม</p>
<p>ในสถานพินิจฯ หลายแห่ง จึงมุ่ง<strong>เปิดหลักสูตรทักษะอาชีพ</strong>ที่จะสามารถสร้างงานให้กับเด็กและเยาวชนในศูนย์ ภายหลังการพ้นโทษออกไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ช่างตัดผม การจัดดอกไม้แห้ง การทำไม้กวาด การประดิษฐ์ว่าว เป็นต้น ซึ่งเป็นทักษะที่ใช้ต้นทุนต่ำในการประกอบอาชีพ แต่ในระยะหลังอาชีพเหล่านี้ได้รับความนิยมจากเยาวชนในศูนย์น้อยลง ทำให้สถานพินิจฯ จังหวัดสตูล<strong>มองหาทักษะอาชีพใหม่ๆ</strong> ที่ตรงกับความต้องการของพวกเขาในปัจจุบัน</p>
<p>สถานพินิจฯ สตูลจึงได้ทำการ<strong>สำรวจความต้องการ</strong>ของเด็กและเยาวชนในศูนย์ฯ และได้พบว่าวิชาชีพ<strong>ช่างปูกระเบื้อง</strong> เป็นวิชาชีพที่ได้รับความนิยมในหมู่เยาวชน ซึ่งสอดคล้องกับข้อได้เปรียบหลายด้านที่เป็นคุณสมบัติของวิชาชีพนี้ นั่นคือเป็น<strong>อาชีพอิสระ</strong>ที่สามารถนำไปประกอบเป็นงานหลักหรืองานรองก็ได้ รวมถึงเรียนรู้ง่าย และไม่มีต้นทุน</p>
<p><strong>‘โครงการยกระดับฝีมือช่างปูกระเบื้อง’</strong> จึงได้เกิดขึ้นภายใต้การดูแลของสถานพินิจฯ จังหวัดสตูล ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการร่วมมือกับองค์กรภายนอกด้านการศึกษา เช่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่าง ฯลฯ ในการ<strong>สร้างหลักสูตรที่มีมาตรฐาน</strong> และสามารถนำไปใช้ประกอบการสมัครงานหรือศึกษาต่อในสถานศึกษาภายหลังการพ้นโทษ</p>
<p>กลุ่มเป้าหมายในการดำเนินโครงการคือ<strong>เด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ</strong> จำนวน 40 คน ซึ่งจะมีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมการอบรม<strong>ที่มีความสนใจในวิชาชีพ</strong>และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่าแท้จริง เพราะแผนการพัฒนาทักษะนี้จะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนถึง 30 ชั่วโมง ตลอดทั้งภาคทฤษฎีจนถึงการปฏิบัติงานจริง</p>
<p>การฝึกทักษะทางอาชีพจะเริ่มจากการ<strong>ปูพื้นฐาน</strong>เรื่องคุณสมบัติและลักษณะการใช้งานของกระเบื้อง การเลือกวัสดุปูกระเบื้องในรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงวิธีการอ่านแบบ การเก็บรักษาและบำรุงเครื่องมือที่ใช้ในงานทุกชนิด ซึ่งขณะที่อยู่ในโครงการฝึกฝนวิชาชีพ กลุ่มสมาชิก<strong>สามารถออกไปปฏิบัติงานจริง</strong>ในพื้นที่ของหน่วยได้ เช่น การซ่อมแซมพื้นกระเบื้องที่ชำรุดในสถานพินิจฯ นอกจากนี้ยังมีการ<strong>ปลูกฝังทัศนคติการดำเนินชีวิต</strong> อาทิ เรื่องการทำบัญชี การออม การจัดการรายรับและรายจ่าย เพื่อให้พวกเขาสามารถจัดการกับชีวิตของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>การมีอาชีพที่สร้างรายได้อย่างมั่นคงคือปัจจัยสำคัญที่<strong>ช่วยป้องกันการกลับไปกระทำความผิดซ้ำ</strong> โครงการยกระดับฝีมือช่างปูกระเบื้องนี้ จึงมีแนวโน้มที่จะช่วย<strong>ลดอัตราการกลับเข้าสถานพินิจฯ</strong> ของเยาวชนได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการฝึกฝนอาชีพจากความต้องการของเยาวชนเองจริงๆ รวมถึงเป็นวิชาชีพที่มีความต้องการในตลาดแรงงานอยู่เสมอ ทำให้อดีตผู้กระทำผิดได้มีโอกาสในการ<strong>สร้างรายได้ </strong>สร้างชีวิตที่มีคุณภาพขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-13081 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-067-100.jpg" alt="" width="1201" height="630" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-067-100.jpg 1201w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-067-100-300x157.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-067-100-1024x537.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-067-100-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-067-100-750x393.jpg 750w" sizes="(max-width: 1201px) 100vw, 1201px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-67/">สถานพินิจฯ สตูล เปิดสอนหลักสูตรช่างปูกระเบื้องให้กับเยาวชนในศูนย์ เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างอาชีพตามความสนใจ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
