<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษา จังหวัดแม่ฮ่องสอน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 May 2021 12:00:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษา จังหวัดแม่ฮ่องสอน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-56/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 11:58:56 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40891</guid>

					<description><![CDATA[<p>พื้นที่สูงท่ามกลางสภาพป่าเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน คือสิ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-56/">‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">พื้นที่สูงท่ามกลางสภาพป่าเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน</span><b> คือสิ่งบ่งชี้ถึงความเป็นพื้นที่ ‘ต้นน้ำ’ </b><b> ซึ่งเป็นรากฐานทางทรัพยากรธรรมชาติอันสำคัญ  แต่ขณะเดียวกันพื้นที่ต้นน้ำเหล่านี้ยังคงเป็นพื้นที่ที่การพัฒนายังเข้าถึงได้ไม่สะดวกนัก ทำให้ชุมชนใกล้เคียงยังพบกับความขาดแคลนในหลายด้าน </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งนี่คือสาเหตุที่</span><b>นิติศักดิ์ โตนิติ</b><span style="font-weight: 400;"> ตัดสินใจเข้ามารับผิดชอบ</span><b>โครงการพัฒนาทักษะการประกอบการเพื่อชุมชนบนพื้นที่สูง จังหวัดแม่ฮ่องสอน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายหลักของโครงการคือการพัฒนาอาชีพทางเลือกให้เยาวชนและคนในชุมชนบ้านแม่ลาน้อย บ้านห้วยกระต่าย และบ้านปู่คำห้วยแห้ง ผ่าน</span><b>การสนับสนุนความรู้ด้านการเพาะปลูก การแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบในท้องถิ่น</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b>การส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีและการตลาดออนไลน์</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมี</span><b>ศูนย์การเรียนหญ้าแพรกสาละวิน</b><span style="font-weight: 400;">เป็นผู้ออกแบบหลักสูตร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิถีชีวิตของชาติพันธุ์ปกาเกอะญอในชุมชน ประกอบอาชีพเกษตรกร และมีพืชผลการเกษตรและพืชพันธุ์จากป่าเป็นทุนดั้งเดิม เช่น กล้วย พริก ถั่วเหลือง เห็ด บุก และหน่อไม้ เป็นต้น ซึ่งไม่มีการแปรรูปผลผลิต ทำให้รายได้ไม่มากสักเท่าไร ซึ่ง</span><b>อำภา ธวัชวิฑูรย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนหญ้าแพรกสาละวิน</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า </span><b>คนในชุมชนปลูกกล้วยกันแทบทุกครัวเรือน</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าไม่ขายกล้วยสดเป็นเครือ ก็นำมา แปรรูปเป็นกล้วยฉาบ ซึ่งไม่สร้างมูลค่าเพิ่มมากนัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยอำภาเสริมว่า “</span><b>ปกติแล้ว กล้วย 1 เครือ ขายได้ 20-30 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> เราก็เลยพยายามคิดว่าจะเพิ่มมูลค่ามันอย่างไรได้บ้าง ก็ไปเจอว่า ในตลาดมีผลิตภัณฑ์แคปซูลกล้วยที่มีสรรพคุณทางยา ช่วยแก้ท้องผูกและปรับสมดุลร่างกาย </span><b>ซึ่งเขาขายกันกระปุกละ 100 บาท หนึ่งกระปุกมี 20 เม็ด</b><span style="font-weight: 400;"> เราเลยเริ่มมองหาสินค้าชนิดอื่นที่ชาวบ้านน่าจะพอทำได้” </span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-40897" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจากการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต อำภาก็พบว่า กล้วยสามารถนำมา</span><b>แปรรูปเป็น ‘แป้งกล้วย’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งใช้แทนแป้งข้าวเจ้าได้ และมีกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน ทำให้แป้งกล้วยกลายเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่เธอนำมาถ่ายทอดสู่กลุ่มเป้าหมาย </span><b>เพื่อส่งขายเป็นวัตถุดิบให้ร้านเบเกอรี่ และนำแป้งกล้วยมาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบแป้งกล้วยขาย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับกระบวนการเรียนรู้และการจัดการเรื่องกล้วยๆ </span><b>คณะทำงานจะดึงเยาวชนมาเรียนรู้ร่วมกับผู้ใหญ่ </b><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่วิธีการปลูกกล้วย เช่น การแผ้วถางดิน การขุดหลุม และการปลูกหน่อกล้วย ไปจนถึงการแปรรูปกล้วยเป็นแป้งกล้วยสำหรับทำคุกกี้และข้าวเกรียบแป้งกล้วย </span><b>โดยจากการทดลองพบว่า กล้วย 100 ลูก (ประมาณ 1 เครือ) สามารถนำมาผลิตแป้งกล้วยได้ 1 กิโลกรัม ซึ่งมีราคารับซื้ออยู่ที่ 500 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นิติศักดิ์ ขยายความว่า การเรียนรู้ผ่านหลักสูตรพัฒนาทักษะประกอบการ สามารถช่วยสนับสนุนชุมชนได้ในระดับหนึ่ง นิติศักดิ์จึง</span><b>ต้องแต่งตั้งแกนนำในชุมชนมาช่วยขับเคลื่อนงาน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต</b><span style="font-weight: 400;"> โดยนิติศักดิ์ระบุว่า </span><b>การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกล้วย เป็นแค่จุดเริ่มต้นของระบบการผลิตของชุมชนเท่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากในชุมชนยังมีพืชเศรษฐกิจอีกหลายชนิด</span></p>
<p><b>นอกจากการสร้างอาชีพให้เกิดขึ้นในชุมชน จะช่วยพัฒนาให้ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้นแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอีกด้วย </b><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากแต่เดิม ลูกหลานจะต้องออกไปรับจ้างทำงานนอกชุมชน แต่โครงการนี้ก็ช่วยสร้างอาชีพทางเลือกให้กลุ่มเป้าหมายได้ทำงานสอดคล้องกับวิถีชีวิต และสร้างรายได้จากการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรที่เป็นทุนดั้งเดิมของชุมชน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านอำภา เสริมว่า “กว่าชาวบ้านจะเชื่อเราว่าอาชีพที่เราส่งเสริมให้ทำมันเป็นไปได้ เราก็ต้องทำให้เขาดูก่อน ให้เขาเห็นกับตา เพราะถ้าเราเอาแต่ไปพูดให้ชาวบ้านฟัง เขาจะไม่เข้าใจว่าเอากล้วย เอาบุกมาสร้างมูลค่าเพิ่มคืออะไร เพราะฉะนั้น </span><b>เราเลยต้องชวนชาวบ้านมาลงมือด้วยกัน ซึ่งทำให้เขามีความมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวโครงการ และตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม</b><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><b>วศิกา พิมานกระสินธุ์ หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าถึงประสบการณ์ในช่วงที่ร่วมโครงการว่า ก่อนหน้านี้ ทักษะการตลาดออนไลน์เป็นเรื่องที่เธอนึกไม่ถึง ว่าชีวิตคนบนดอยอย่างเธอต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่ง</span><b>การเข้าร่วมโครงการทำให้เธอสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้คนภายนอกเห็นได้ อีกทั้งยังได้เรียนรู้วิธีการหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น แป้งกล้วยทำอย่างไร เอาไปทำอะไรได้บ้าง ซึ่งถ้าไม่มีโครงการเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้เหล่านี้ ก็คงทำแค่กล้วยฉาบขายต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><b>ตอนทำงานในเมือง เราต้องไปอยู่กับคนอื่น เขาเป็นคนจ่ายค่าจ้างให้เรา เขาจะพูดจะว่าอะไร เราก็ต้องยอม </b><span style="font-weight: 400;">มันทำให้ต้องเก็บกดและเสียสุขภาพจิตมาก</span><span style="font-weight: 400;"> สู้ไม่ได้กับการกลับมาอยู่บ้านแล้วทำงานกับเพื่อนๆ ที่เข้าขากันดีกว่า</span> <b>การได้กลับบ้านทุกวัน ได้เจอหน้าพ่อแม่ทุกวันทำให้มีพลังใจ ทำให้อยากพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองให้ดีกว่าที่เราเคยอยู่ เคยเจอ และเคยเห็นมา</b><span style="font-weight: 400;">” วศิกา กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสอดคล้องกับที่นิติศักดิ์ย้ำตลอดโครงการว่า การสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้ด้านการตลาดผ่านสื่อออนไลน์เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นมาก ในโลกที่ผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ได้ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40896" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small56-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยุคนี้เป็นยุคที่โลกออนไลน์มีบทบาทสำคัญ ทั้งการเรียนรู้ การซื้อขาย การดูแลสุขภาพ การเพาะกล้าไม้ การผลิต และการเกษตรล้วนมีอยู่ในโลกออนไลน์ </span><b>ถ้าเราจะเผยแพร่สินค้าจากกลุ่มหญ้าแพรกสาละวินไปยังผู้บริโภค แต่ไม่ใช้ช่องทางการตลาดออนไลน์ ก็เท่ากับว่าเราตกเทรนด์ โอกาสเราก็จะน้อยลง</b><span style="font-weight: 400;">” นิติศักดิ์เสริม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><b>แอปพลิเคชั่น ‘หญ้าแพรกสาละวิน’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีให้ดาวน์โหลดแล้วในระบบแอนดรอยด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลผลิตของโครงการที่ช่วยนำเสนอผลิตภัณฑ์และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้ถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> โดยนอกจากแป้งกล้วยแล้ว ชุมชนยังมีน้ำผึ้งป่าสาละวิน สมุดทำมือย้อมสีด้วยธรรมชาติ และข้าวหอมนิลที่ใช้การตำวิถีดั้งเดิมเพื่อรักษาจมูกข้าวจัดจำหน่ายควบคู่อีกด้วย</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“กว่าชาวบ้านจะเชื่อเราว่าอาชีพที่เราส่งเสริมให้ทำมันเป็นไปได้ เราก็ต้องทำให้เขาดูก่อน ให้เขาเห็นกับตา เพราะถ้าเราเอาแต่ไปพูดให้ชาวบ้านฟัง เขาจะไม่เข้าใจว่าเอากล้วย เอาบุกมาสร้างมูลค่าเพิ่มคืออะไร เพราะฉะนั้น เราเลยต้องชวนชาวบ้านมาลงมือด้วยกัน ซึ่งทำให้เขามีความมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวโครงการ และตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม” </span><b>อำภา ธวัชวิฑูรย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนหญ้าแพรกสาละวิน</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="img-wide aligncenter wp-image-40895 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large56-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-56/">‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/ontheway-56/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Nov 2020 12:35:34 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=24031</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชุมชนบ้านแม่ลามาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่บริเวณปล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-56/">‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>ชุมชนบ้านแม่ลามาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งอยู่บริเวณปลายน้ำของหุบเขาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำลามาน้อย </span><b>มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ</b><span style="font-weight: 400;">ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่าง ป่าช้า ป่าสะดือ และป่าต้นน้ำ หรือพื้นที่ป่าใช้สอยสำหรับประกอบการทำไร่และพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านเอง เช่น การทำไร่หมุนเวียน ระหว่าง กล้วย บุก งาขาว และงาดำเป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความสมบูรณ์ทางธรรมชาติประกอบกับพื้นที่ชุมชนบ้านแม่ลามาน้อยอยู่ติดกับลุ่มแม่น้ำ ส่งผลให้ชุมชนมีทรัพยากรทางอาหารเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านมีการดำเนินวิถีชีวิตเชิงนิเวศวัฒนธรรม ผูกพันกับธรรมชาติและตระหนักรู้ถึงคุณค่าของชุมชนเป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี ชุมชนยั</span><b>งขาดความรู้ในการพัฒนาผลผลิตแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม</b><span style="font-weight: 400;">ให้เพียงพอต่อทั้งชุมชนและตลาดที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์เชิงเกษตรของชุมชน </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-24039 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-01-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-01-1.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-01-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-01-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-01-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-01-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>“ป่าดี น้ำดี มีอยู่ มีกิน มีรายได้ สุขภาพดี”</b><span style="font-weight: 400;"> จึงกลายเป็นเป้าหมายของชุมชนบ้านแม่ลามาน้อย โดยได้รับความช่วยเหลือจาก</span><b>โครงการพัฒนาทักษะการประกอบการเพื่อชุมชนบนพื้นที่สูง จังหวัดแม่ฮ่องสอน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีทีม</span><b>ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษา จังหวัดแม่ฮ่องสอน</b><span style="font-weight: 400;">มาเป็นผู้มอบองค์ความรู้และช่วยสนับสนุนให้ชาวบ้านแม่ลามาน้อยมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าวให้สำเร็จ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความตั้งใจที่จะ</span><b>พัฒนาทักษะอาชีพจากศักยภาพทุนเดิมของชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนบ้านลามาน้อยสามารถสร้างรายได้จากทุนทางธรรมชาติที่ตนมี ส่งผลให้โครงการฯ มีผู้สนใจเข้าร่วมมาเป็น</span><b>กลุ่มเป้าหมายมากถึง 150 คน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีตั้งแต่ผู้สูงอายุ ผู้ว่างงาน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แรงงานนอกรัฐ และเด็กและเยาวชน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษา จ.แม่ฮ่องสอน ในฐานะที่เป็นหน่วยพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐานของโครงการดังกล่าวจึงได้ออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ในลักษณะ</span><b>เน้นพัฒนาคุณภาพผู้เรียนแบบมีส่วนร่วมโดยอาศัยฐานครอบครัวและชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> ระหว่างผู้เรียน ผู้ปกครอง ผู้รู้ในท้องถิ่น ผู้จัดการเรียนรู้ และองค์ความรู้สมัยใหม่ต่าง ๆ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถก่อให้เกิดการผลิตได้จริง เช่น การแปรรูปผลผลิตจากกล้วย มาเป็นแป้งกล้วย และพัฒนาต่อมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเรียนรู้การจัดตลาดทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เป็นต้น</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-24041 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-03.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-03-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากหลักสูตรดังกล่าว ศูนย์วิจัยนวัตกรรมระบุว่า กลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 15 – 30 ปีให้ความสนใจเรียนรู้และสามารถพัฒนาฐานความรู้เดิมและต่อยอดความคิดผ่านความรู้ใหม่ ๆ ในกระบวนการแปรรูปผลผลิตจากวัตถุดิบเดิมของชุมชนได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นแล้ว กลุ่มเป้าหมายช่วงวัยอื่น ๆ เช่น กลุ่มผู้ปกครองหรือกลุ่มผู้สูงวัย ก็ให้ความสนใจไม่แพ้กัน ทั้งยังช่วยสนับสนุนและส่งเสริมโครงการฯ จนกลายมาเป็นกำลังสำคัญในการผลิตและจัดการผลผลิตร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับอนาคต หลังจากโครงการสิ้นสุดลง หน่วยพัฒนาฯ คาดหวังว่าจะสามารถผลักดันให้ชาวบ้านในชุมชนกลายเป็นผู้ประกอบการได้สำเร็จ สู่การสรรสร้าง</span><b>นวัตกรรมการจัดการคุณภาพชีวิตของชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ </span><b>“ป่าดี น้ำดี มีอยู่ มีกิน มีรายได้ สุขภาพดี”</b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-24040 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-02-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/blog56-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-56/">‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/beginning-56/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2020 08:14:44 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=12400</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษา จังหวัดแม่ฮ่องสอน คือหน่วยงา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-56/">‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษา จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong> คือหน่วยงานที่มีประสบการณ์การทำงานกับชุมชนบนพื้นที่สูง มาอย่างยาวนาน ทั้งมีการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น และการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยใช้วิถีชีวิตของชุมชนเป็นฐาน</p>
<p>แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา <strong>ความเปลี่ยนแปลงก็ได้มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิต</strong>ดั่งเดิมของกลุ่มชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงจากโลกภายนอกที่ทำให้คนกลุ่มนี้ก้าวไม่ทันเทคโนโลยี หรือความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เองเช่น ป่าที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ น้ำในลำห้วยที่น้อยลง สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้รายได้ของครัวเรือนลดลง อาหารการกินที่เคยมีก็ร่อยหรอ คนรุ่นใหม่ในชุมชนจึงต้องเดินออกจากบ้านของตัวเอง เพื่อไปเป็นแรงงานรายได้น้อยในตัวเมือง ในที่สุดชุมชนก็ขาดกำลังคนในการผลิต การจัดการทรัพยากรดิน-น้ำ-ป่า เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เท่าทันกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงทำให้ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษา จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดแนวคิดที่จะสร้าง <strong>‘ผู้ประกอบการรุ่นใหม่’</strong> ขึ้นมาในชุมชน เพราะพื้นที่แห่งนี้แท้จริงก็ยังมีต้นทุนทางธรรมชาติอีกมากมายหากเกิดการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งหากคนในชุมชนมีทักษะความรู้ที่เพียงพอ ก็จะสามารถดึงเอาต้นทุนเหล่านี้มาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้</p>
<p>ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษา จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้ไปหาพันธมิตรในการก่อร่างโครงการอย่างองค์การบริหารส่วนตำบล วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน สถาบันคลังสมองของชาติ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยใช้สังคม อีกหลากหลายสถาบัน เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มให้เกิดความแข็งแรง ในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะและเครือข่ายในการสร้างอาชีพจนเกิดเป็นโครงการ <strong>‘พัฒนาทักษะการประกอบการเพื่อชุมชนบนพื้นที่สูง จ</strong><strong>.แม่ฮ่องสอน</strong>’ โดยในช่วงแรกของโครงการจะเน้นการอบรม<strong> ‘การผลิตคุกกี้จากแป้งกล้วย’ </strong>เนื่องจากเป็นต้นทุนทางวัตถุดิบที่ชุมชนมีอยู่แล้ว</p>
<p>พื้นที่การดำเนินงานของโครงการครอบคลุมถึง 3 พื้นที่ ได้แก่ บ้านโตแฮ บ้านห้วยกระต่าย และบ้านแม่ลามาน้อย โดยโครงการจะทำการคัดเลือกกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่เป็นเยาวชนจำนวน 15 คน และสมาชิกในครอบครัวเยาวชนนั้นอีกครอบครัวละ 10 คน รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 150 คน ซึ่งเกณฑ์ในการคัดเลือกคือทุกคนจะต้องเป็น<strong>กลุ่มแรงงานนอกระบบ</strong> หรือเป็น<strong>กลุ่มผู้ถือสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น</strong></p>
<p>สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการฝึกฝนอบรมตั้งแต่ขั้นพื้นฐานคือการเตรียมวัตดุดิบที่เกี่ยวข้อง เช่น <strong>การผลิตแป้งจากกล้วย</strong> ผลิตวัตถุดิบจากพืชไร่ ไปจนถึง<strong>การทำขนมคุกกี้จากวัตถุดิบในชุมชน</strong> มีการอบรมการผลิตห่อบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ และการทำตลาดเพื่อจัดจำหน่ายสินค้าออกไปในหลายๆ ช่องทาง</p>
<p>นอกจากการอบรมเชิงทักษะอาชีพแล้ว โครงการยังมีการส่งเสริมทัศนคติที่เข้มข้น เพื่อขับเคลื่อนชุมชนไปพร้อมๆ กัน ภายใต้คำขวัญ ‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ซึ่งโครงการจะมีการสร้าง<strong>ระบบสวัสดิการ</strong>จากผลประกอบการของกลุ่ม เพื่อสนับสนุนความต้องการของแต่ละครอบครัวให้มี<strong>เพียงพอและแข็งแรง </strong>เช่น <strong>การรักษาพยาบาล เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ</strong>เพื่อปลดหนี้ หรือร<strong>ถยนต์สวัสดิ</strong>การที่ใช้สำหรับสัญจร</p>
<p>โครงการพัฒนาทักษะการประกอบการเพื่อชุมชนบนพื้นที่สูงจังหวัดแม่ฮ่องสอนนี้ สะท้อนให้เราได้เห็นว่าสิ่งที่ต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กับทักษะอาชีพของคนในชุมชน คือ สำนึกร่วมที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง เพราะเมื่อชุมชนเกิดความสามัคคีกันในกลุ่ม ปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ก็จะถูกฝ่าฟันไปได้อย่างไม่ยากเย็น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12401" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-056-100.jpg" alt="" width="1200" height="630" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-056-100.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-056-100-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-056-100-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-056-100-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-056-100-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-56/">‘อยู่ร่วม เพื่อ อยู่รอด’ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมการศึกษาแม่ฮ่องสอนจัดโครงการสอนทำขนมจากวัตถุดิบในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนรายได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
