<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%8F%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 Jan 2021 07:05:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถ่านเชื้อเพลิงอัดแท่งโฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรมเหง้ามันสำปะหลัง จากภูมิปัญญาชาวคำแคน จังหวัดขอนแก่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-17/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2021 07:05:16 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=26493</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งของบางอย่าง หากเราสามารถพลิกมุมมองเกี่ยวกับมันได้ เ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-17/">ถ่านเชื้อเพลิงอัดแท่งโฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรมเหง้ามันสำปะหลัง จากภูมิปัญญาชาวคำแคน จังหวัดขอนแก่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งของบางอย่าง หากเราสามารถพลิกมุมมองเกี่ยวกับมันได้ เราจะเห็นแง่มุมใหม่ๆ ที่อาจจะเป็นช่องทางพัฒนาต่อยอดสิ่งของเหล่านั้นให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับข้าวของเหลือใช้ในชีวิตประจำวัน ที่คนในยุคสมัยนี้ต่างช่วยกันรณรงค์ให้เห็นคุณประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น ขยะก็สามารถเป็นปุ๋ย ขวดพลาสติกสามารถเป็นกระถางหรือเครื่องใช้ต่อได้ การทำเช่นนี้นอกจากจะช่วยลดมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยเราประหยัดไปในตัวอีกด้วย</span></p>
<p><b>แนวคิดการต่อยอดของเหลือใช้ ไม่ได้เพียงแต่ &#8216;เวิร์ก’ กับคนเมืองเท่านั้น แต่ยังดีงามสำหรับคนอาชีพอื่นๆ ด้วย อย่างเช่นอาชีพเกษตรกร เป็นต้น ในตำบลคำแคน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นพื้นที่ที่มีประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกร โดยมักจะนิยมปลูกอ้อยและมันสำปะหลังเป็นหลัก ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกๆ ปีในชุมชนแห่งนี้คือมีปริมาณขยะอย่างใบอ้อยและเหง้ามันสำปะหลังจำนวนมากหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งโดยปกติเกษตรกรจะใช้วิธีการเผาทำลายในการจัดการวัสดุเจ้าปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อมาเป็นสร้างปัญหาหมอกควันที่เป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีปัญหาเช่นนี้ หน่วยงานในชุมชนจึงร่วมมือกันหาทางออก โดยในปี 2560 องค์การบริหารส่วนตำบลคำแคน  วิสาหกิจชุมชนพออินคำแคน ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดทำโครงการ</span><b>ถ่านเชื้อเพลิงอัดแท่งด้วยการนำ ใบอ้อย และเหง้ามันสำปะหลัง มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูปเป็นถ่านชีวภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบถ่านเชื้อเพลิงอัดแท่งสำหรับการหุงต้ม แต่เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน เช่นเรื่องความชื้นเป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในความเป็นจริงแล้ว กระบวนการทำให้แห้งนั้นประสบปัญหาจาก</span><b>สภาพอากาศฝนตกและฝุ่น</b><span style="font-weight: 400;">ที่เกิดจากการเผาวัสดุทางการเกษตร ซึ่งไม่สามารถทำให้ถ่านแห้งสนิทและเกิดเชื้อรา จึงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ ซึ่งกลาย</span><b>เป็นปัญหาในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน</b><span style="font-weight: 400;">ในเวลานั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้</span><b> วิสาหกิจชุมชนพออินคำแคน</b><span style="font-weight: 400;"> จึงได้ริเริ่มโครงการ </span><b>การพัฒนาผลิตภัณฑ์ถ่านชีวภาพจากเหง้ามันสำปะหลังเพื่อเข้าสู่ธุรกิจของวิสาหกิจชุมชนพออินคำแคนด้วยนวัตกรรมชุมชน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาการผลิตถ่านชีวภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถ่านดังนี้ </span></p>
<p><b>ถ่านหุงต้มและถ่านดูดกลิ่นชีวภาพ </b><span style="font-weight: 400;">&#8211; ปรับปรุงขั้นตอนการผลิตภัณฑ์ถ่าน จากการทำให้แห้งด้วยแสงจากธรรมชาติพัฒนาด้วยการนำเทคโนโลยีตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อควบคุมคุณภาพของถ่านและยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกำลังการผลิตได้อีกด้วย โดยบริษัท ปทต. ได้มีการให้ความรู้รูปแบบของโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์กับชุมชนจนเกิดเป็นนวัตกรรมร่วมกัน</span></p>
<p><b>ปุ๋ยหมักจากถ่านชีวภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; จากการร่วมมือระหว่างชุมชนและ</span><b>มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร</b><span style="font-weight: 400;">  ทำให้ค้นพบว่าถ่านชีวภาพเหง้ามันสำปะหลังสามารถเป็นส่วนผสมในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้เพราะมีปริมาณธาตุอาหารที่เหมาะสมในการเกษตร จึงเกิดการนำมาพัฒนาร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ที่สูตรเดิมใช้กากตะกอนมูลหมูเพียงอย่างเดียวจึงทำให้เกิดยกระดับมูลค่าของปุ๋ยอินทรีย์ในชุมชน </span></p>
<p><b>เครื่องสำอางจากถ่านชีวภาพเหง้ามัน</b><span style="font-weight: 400;"> &#8211; นอกจากถ่านจะมีคุณสมบัติในการเป็นเชื้อเพลิงและมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการเกษตร ถ่านยังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษและพื้นผิวของถ่านยังเหมาะสมในการขจัดสิ่งสกปรกโดยไม่สร้างความระคายเคืองต่อผิวหนังมนุษย์ ที่สำคัญยังผลิตในระบบชีวภาพ จึงเหมาะสมในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ทางชุมชนได้รับความช่วยเหลือจากทาง</span><b>มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร </b><span style="font-weight: 400;">ในการพัฒนาถ่านชีวภาพให้เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span> <span style="font-weight: 400;">นอกจากการผลิตและการแปรรูปถ่านชีวภาพที่กลุ่มเป้าหมายจะได้รับการอบรมแล้ว ทางวิสาหกิจชุมชนพออินคำแคน ยังได้มีการอบรม เรื่อง ‘</span><b>การทำธุรกิจสู่การตลาด</b><span style="font-weight: 400;">’ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้กลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการมีช่องทางการจำหน่ายสินค้า มีวิธีการสร้างอัตลักษณ์ในกับสินค้า นอกจากนี้ยังได้มีการติดต่อกับภาคีเครือข่ายทั้ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)    และ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สำหรับการนำผลิตภัณฑ์ของชุมชนไปวางจำหน่ายในหน่วยงานเป็นช่องทางเบื้องต้นในการขาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากการดำเนินงานสามารถสำเร็จลุล่วงไปตามแผนงาน วิสาหกิจชุมชนพออินคำแคน ประเมินผลลัพธ์ไว้ว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 10% ทางชุมชนจะมีผลิตภัณฑ์แปรรูปถ่านชีวภาพมากกว่า 3 ชนิด ซึ่งจะนำไปสู่</span><b>คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การจ้างงานภายในชุมชนมากขึ้น และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ล้วนมีจากจุดเริ่มต้นจากวัสดุเหลือใช้ไร้ประโยชน์จากการปลุกมันสำปะหลังและอ้อย </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดการต่อยอดของเหลือใช้ ไม่ได้เพียงแต่ &#8216;เวิร์ก’ กับคนเมืองเท่านั้น แต่ยังดีงามสำหรับคนอาชีพอื่นๆ ด้วย อย่างเช่นอาชีพเกษตรกร</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-17/">ถ่านเชื้อเพลิงอัดแท่งโฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรมเหง้ามันสำปะหลัง จากภูมิปัญญาชาวคำแคน จังหวัดขอนแก่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
