<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู้ผู้ประกอบการสีเขียว | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Apr 2021 08:57:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู้ผู้ประกอบการสีเขียว | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-68/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=conclusion-68</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2021 08:55:20 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=39873</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบัน มนุษย์ใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ สิ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>ปัจจุบัน มนุษย์ใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะการผลิตอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่กลายเป็นมา </span><b>‘จุดขาย’</b><span style="font-weight: 400;"> ให้กับผลิตภัณฑ์นานาชนิด เช่น สินค้าเกษตรของกลุ่มเกษตรกรจากเครือข่ายเพื่อนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดสตูล ที่มีการนำวิถีชีวิตและคุณค่าของเกษตรกรมาเป็นจุดขาย และส่งต่อสินค้าคุณภาพให้ถึงมือผู้บริโภค </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กระแสการทำเกษตรอินทรีย์จะมาแรง แต่การจะทำให้รอดและอยู่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย </span><b>ดังตัวอย่างจากเกษตรกรในจังหวัดสตูล ที่รวมตัวกันเป็นเครือข่าย แต่ก็ยังล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้</span><b>สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เห็น</span><b> ‘โอกาส’ </b><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>‘ความสำคัญ’ </b><span style="font-weight: 400;">ของการทำเกษตรอินทรีย์ จึงร่วมมือกับ</span><b>โครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส กองทุนเพื่อความเสมอภาค (กสศ.) </b><span style="font-weight: 400;">ดำเนิน</span><b>โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เพื่อยกระดับสู่ผู้ประกอบการสีเขียว </b></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="alignnone wp-image-39876 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> <img decoding="async" class="alignnone wp-image-39877 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-small68-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อยกระดับและเปลี่ยนเกษตรกรทั่วไปให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการสีเขียว ควบคู่ไปกับภารกิจหลักของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นั่นคือการฟื้นฟูอาชีพและจัดการหนี้ให้เกษตรกร โดย </span><b>นิธิมา บินตำมะหงง หัวหน้าโครงการ</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบายว่า กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้คือกลุ่มผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาส จำนวน 150 คน จากพื้นที่ 7 อำเภอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ซึ่งการทำงานจะประสบผลสำเร็จหรือไม่นั้น </span><b>ต้องเริ่มต้นคิดตั้งแต่แรกว่า เราจะเป็นผู้ประกอบการสีเขียวได้อย่างไร </b><span style="font-weight: 400;">เลยออกแบบให้เขาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ฝึกคิดเรื่องการบริหารจัดการวงประชุมตั้งแต่ครั้งแรก ว่าจะจัดการประชุมแบบไหน ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการสีเขียว เราจัดการประชุมอย่างไร ใช้อาหารที่ไหน ใช้เวทีการประชุมแบบไหน เรื่องเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ประกอบการสีเขียวต้องคำนึงถึง”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยการประชุมระหว่างกลุ่มเป้าหมาย จุดประกายความคิดเรื่องการสร้าง</span><b> ‘เครือข่ายรวบรวมผลผลิตของเกษตรกร’</b><span style="font-weight: 400;"> และจากข้อมูลที่นำมาแลกเปลี่ยนกัน </span><b>ก็พบปัญหาว่า ผลผลิตการเกษตรในแต่ละพื้นที่ มีราคาขายแตกต่างกัน</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น ฟักเขียวจากไร่ ขายกิโลกรัมละ 1 บาท แต่ที่ร้านค้าขายกิโลกรัมละ 25 บาท เมื่อสืบข้อมูลดูจึงรู้ว่าสาเหตุมาจาก</span><b>การที่เกษตรกรไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน บางรายแค่รับจ้างปลูกอีกทอดหนึ่ง จึงไม่มีโอกาสกำหนดราคาผลผลิตได้เอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยสาเหตุนี้ ประกอบกับความต้องการที่จะผลักดันให้การทำเกษตรอินทรีย์ได้มาตรฐาน คณะทำงานจึงหารือกับนักวิชาการด้านอาหาร และเกษตรอินทรีย์ จนเกิดเป็นข้อตกลงร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ </span><b>นั่นคือ การปรับเปลี่ยนวิธีคิดและทำงานของกลุ่มเป้าหมายใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายมีความหลากหลาย คือมีทั้งชาวนา ชาวประมง และชาวสวน เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน </span><b>ด้วยการสร้างความตระหนักเรื่องสารพิษว่ามีผลกระทบต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมอย่างไร ซึ่งต้องเชื่อมโยงทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคที่อยู่ในสภาพแวดล้อมอันหลากหลายของจังหวัดสตูล ได้แก่ ภูเขา นา และทะเล</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น สังเกตว่าในชุมชนที่อยู่ติดทะเล สมาชิกในเครือข่ายมีเรืออยู่กี่ลำ ใครมีเรือ ใครไม่มีเรือ ใครแปรรูป และต้องศึกษาปฏิทินฤดูกาลวางอวนปู อวนกุ้ง และเส้นทางผลผลิต เพราะแต่ละพื้นที่มีราคาต้นทุนสัตว์น้ำไม่เท่ากัน ส่วนพื้นที่นา ก็ต้องมีข้อมูลประมาณการพื้นที่ปลูกข้าว การทำความเข้าใจเรื่องนาเกษตรอินทรีย์ว่าต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง </span><b>เพราะบางคนเข้าใจว่าเพียงใช้ปุ๋ยจากขี้วัวขี้ไก่ ก็คือเกษตรอินทรีย์แล้ว โดยไม่สนใจเรื่องของยาฆ่าหญ้า</b><span style="font-weight: 400;"> และไม่สนใจขั้นตอนเพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน สินค้าจากพื้นที่ภูเขา นา และทะเล ของกลุ่มเป้าหมาย มีสติกเกอร์</span><b> ‘เมนูสีเขียว’ </b><span style="font-weight: 400;">ติดอยู่ </span><b>เพื่อเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการเป็นผู้ประกอบการสีเขียว</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความรับผิดชอบต่อตัวเองและผู้บริโภค โดยผลผลิตจากโครงการจะมี</span><b>ตลาดนัดสีเขียวในห้างสรรพสินค้าไดอาน่า</b><span style="font-weight: 400;">เป็นจุดจำหน่าย รวมทั้งช่องทางออนไลน์ จากเพจเฟซบุ๊ก</span><b>หุ่นไล่กากรุ๊ป</b><span style="font-weight: 400;">, </span><b>สตูลกรีนเอาท์เลต, และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมอีกหลายเพจ</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นอกจากกระบวนการเรียนรู้ในโครงการจะสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้คนในชุมชนได้แล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ อีกมากมายระหว่างการอบรม เช่น การคิดค้นพันธุกรรมทุเรียนพื้นบ้าน นั่นคือ</span><b> ‘พันธุ์ไข่เขียว’</b><span style="font-weight: 400;"> ส่งผลให้นอกจากกลุ่มเป้าหมายจะก้าวเข้าสู่เส้นทางของการเป็นผู้ประกอบการสีเขียวที่มีความรู้ด้านการตลาดแล้ว ยังใส่ใจเรื่องพันธุกรรมพืชพื้นบ้านของแต่ละท้องถิ่น เพื่อให้รู้จักของดีในชุมชนตัวเอง และเพื่ออนุรักษ์สืบต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>สมาน มรรคาเขต หรือ ‘บังหมาน’ อายุ 52 ปี หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าว่า “ในฐานะที่เป็นแกนนำชุมชน หากมีโครงการดีๆ ที่มีประโยชน์กับชุมชนเข้ามาอีก ก็พร้อมจะแนะนำให้ทุกคน ชวนกันเข้ามา อย่างน้อยๆ ก็มีเพื่อน ซึ่งนี่คือกำไรที่ได้จากการอบรม นอกจากนี้ ยังได้ความรู้เรื่องพิษภัยของสารเคมี การทำปุ๋ย การทำเกษตรแบบจีพีเอส แล้วยังนำความรู้ไปส่งต่อให้คนอื่นได้ด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง สมาน ย้ำว่า หลังจากที่เข้าร่วมโครงการ</span><b> เขาสามารถขายลองกองและจำปาดะได้ในราคาแพงขึ้น ทั้งๆ ที่ผลผลิตก็มาจากลองกองต้นเดิม จำปาดะก็ต้นเดิม</b><span style="font-weight: 400;"> แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือการเปลี่ยนสถานที่ขาย จากเดิมที่ขายตามหมู่บ้าน ก็เปลี่ยนเป็นขายในห้าง และตลาดนอกพื้นที่ที่ต้องการพืชผักผลไม้จากเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้ </span><b>ผมมีตู้เย็นจากธรรมชาติ ก็คือสวน ที่เก็บกินได้ตลอดทั้งปี </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าหากเราปลูกทุกอย่าง อย่างน้อยๆ เราก็มีเงินเหลือให้ลูกหลานไปโรงเรียน และเมื่อทุกคนในหมู่บ้านมีตู้เย็นธรรมชาติ ชาวบ้านก็จะขายของได้ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> แม้จะยังบอกไม่ได้ชัดเจนว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไร แต่สิ่งหนึ่งที่โครงการการันตีได้แน่นอนก็คือ </span><b>เกษตรกรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทั้ง 150 คน สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง และก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นผู้ประกอบการสีเขียวได้ทั้งหมด</b> <b>ซึ่งจะเป็นการกำหนดทิศทางใหม่ให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภูเขา นา และทะเล ของจังหวัดสตูล ได้ลองปฏิบัติตามต่อไปอย่างแน่นอน</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้ ผมมีตู้เย็นจากธรรมชาติ ก็คือสวน ที่เก็บกินได้ตลอดทั้งปี ถ้าหากเราปลูกทุกอย่าง อย่างน้อยๆ เราก็มีเงินเหลือให้ลูกหลานไปโรงเรียน และเมื่อทุกคนในหมู่บ้านมีตู้เย็นธรรมชาติ ชาวบ้านก็จะขายของได้ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป” </span><b>สมาน มรรคาเขต หรือ ‘บังหมาน’ อายุ 52 ปี หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="img-wide aligncenter wp-image-39878 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/blog-Large68-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/ontheway-68/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=ontheway-68</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Nov 2020 11:28:16 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=23569</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสรักษ์โลกและรักสุขภาพกำลังมาแรงในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>กระแสรักษ์โลกและรักสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;">กำลังมาแรงในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา สังเกตได้ง่าย ๆ หากเดินเข้าไปในตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าบนโลกออนไลน์ เราจะพบเจอคำว่า</span><b>ออร์แกนิกส์</b><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><b>อินทรีย์</b><span style="font-weight: 400;">อยู่ทั่วไป จากความนิยมที่ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ผู้ผลิตหันมาสนใจตลาดดังกล่าวมากขึ้น อย่างไรก็ดี การจะปลูกพืชผักผลไม้ออร์แกนิกส์นั้น จำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรและมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น กลายเป็นเกษตรกรบางรายไม่สามารถวิ่งเข้าสู่ตลาดดังกล่าวได้ </span></p>
<p><b>สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> จึงได้จัด</span><b>โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู้ผู้ประกอบการสีเขียว</b><span style="font-weight: 400;"> ให้กับชาวเกษตรกรที่มีความสนใจในตลาดดังกล่าว ผ่านการจัดอบรมหลักสูตรเพื่อฟื้นฟูอาชีพและผลักดันให้ชาวเกษตรในสตูลกลายเป็น</span><b>กลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่แข็งแรง</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื้องต้นโครงการฯ ได้รวบร่วม</span><b>กลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น 150 คนในจังหวัดสตูล</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็น แรงงานนอกระบบ ผู้ถือบัตรสวัสดิการ ผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ก่อนจะเปิดอบรม</span><b>แผนพัฒนาทักษะอาชีพสู่การเป็นผู้ประกอบการสีเขียว</b><span style="font-weight: 400;">ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย การผลิตสินค้าภายใต้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนรวม (PGS Organic) กระบวนการในการรวบรวมผลผลิตที่ไม่ปนเปื้อนสารเคมีในระหว่างการขนส่ง การแปรรูปผลผลิต การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาตลาดเพื่อให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งหมดเป็นหลักสูตรที่คิดอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</span></p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-23570 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-23571 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></div>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้นแล้ว โครงการยังได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกหลานของกลุ่มเป้าหมาย </span><b>อะห์บาร์ อุเส็น</b><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในทีมงานของหน่วยพัฒนาอาชีพของโครงการบอกเล่าว่า เยาวชนกลุ่มนี้มีต้นทุนที่เป็นนักกิจกรรมอยู่แล้ว อีกทั้งบางคนยังเป็นลูกหลานของเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายในโครงการฯ จึงทำให้</span><b>การเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ร่วมกับกลุ่มเป้าหมายและเยาวชนในพื้นที่</b><span style="font-weight: 400;">นั้นง่ายมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามีเป้าหมายจะเชื่อมเยาวชนกลุ่มนี้เข้ากับกิจกรรมตามแผนการดำเนินงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมสันทนาการ บางกิจกรรมได้มีการปรับให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กับชาวบ้านและเกษตรกรในชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องอาชีพ ที่มีความเชื่อมโยงไปถึงวิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชน” </span><b>อะห์บาร์ อุเส็น</b><span style="font-weight: 400;"> อธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากกระบวนการอบรมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากระบวนกรและพี่เลี้ยงทำหน้าที่เป็นรอยต่อระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ โดยได้พยายามเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ แสดงศักยภาพของตัวเอง เปิดเวทีให้เด็กได้เฉิดฉายพลังของตัวเองออกมา ซึ่ง</span><b>อะห์บาร์ อุเส็น</b><span style="font-weight: 400;">  ระบุว่า วิธีดังกล่าวเหมาะที่จะไปปรับใช้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้พวกเขามีโอกาสที่จะค้นหาศักยภาพของตัวเองและแสดงมันออกมา กล่าวคือ เป็นการเรียนรู้และเดินไปข้างหน้าได้ด้วยความสามารถของตัวเอง ซึ่งถือเป็นขั้นสูงสุดของความต้องการของหน่วยพัฒนาอาชีพในการพัฒนาคนและสร้างอาชีพอย่างยั่งยืนที่แท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราหวังว่าอย่างน้อยที่สุดกระบวนการนี้จะเป็นการลดช่องว่างระหว่างวัยภายในครอบครัว ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อให้ทั้งเยาวชนและผู้ปกครองเข้ามาเชื่อมโยงกันและเข้าใจความคิดของกันและกัน  โดยเด็ก ๆ จะได้มีพื้นที่ในการแสดงออกถึงความรู้ที่ตนเองมี ส่วนผู้ใหญ่จะมีพื้นที่สำหรับแบ่งปันประสบการณ์ บางทีคนละวัยที่มีมุมมองแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน แม้วิธีการอาจจะแตกต่างกัน แต่หากเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันก็สามารถหาจุดร่วมเพื่อช่วยกันทำให้บรรลุเป้าหมายได้” </span><b>อะห์บาร์ อุเส็น</b><span style="font-weight: 400;"> ทิ้งท้ายถึงบทเรียนที่ค้นพบในระหว่างทางจากโครงการครั้งนี้</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เรามีเป้าหมายจะเชื่อมเยาวชนกลุ่มนี้เข้ากับกิจกรรมตามแผนการดำเนินงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมสันทนาการ บางกิจกรรมได้มีการปรับให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กับชาวบ้านและเกษตรกรในชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องอาชีพ ที่มีความเชื่อมโยงไปถึงวิถีชีวิตของสมาชิกในชุมชน</span></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="img-wide aligncenter wp-image-23572 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/03.Blog-Photo_Small_68_4-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/beginning-68/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=beginning-68</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Apr 2020 10:06:02 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=13094</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคนี้หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ‘อินทรีย์’ บ่อยครั้งขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคนี้หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า <strong>‘อินทรีย์’</strong> บ่อยครั้งขึ้น หากคุณไปเดินตามท้องตลาดในเมืองใหญ่ๆ แผงขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร พืชผัก หรือผลไม้ ที่ติดป้ายอินทรีย์ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ความอินทรีย์หรือ<strong>ออร์แกนิกส์</strong>นั้นกำลังเป็น<strong>เทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก</strong> เพราะผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและเลือกกินอย่างปราณีตขึ้น</p>
<p>เมื่อตลาดมีความข้องการในสินค้าประภทนี้ เหล่าผู้ผลิตอย่างเกษตรกรก็เริ่มหันหน้ามาสนใจวิถีแบบอินทรีย์กันมากขึ้น แต่ด้วยความที่เกษตรอินทรีย์นั้นเป็นวิถีที่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกอย่างสภาพดินฟ้าอากาศมาก ทำให้หลายครั้งก็กลายเป็น<strong>ข้อจำกัด</strong>ที่ส่งผลให้ไม่สามารถ<strong>แข่งขันด้านราคา</strong>กับเกษตรที่ใช่สารเคมีได้</p>
<p><strong>จังหวัดสตูล</strong>เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ต้นทุนของชุมชนในจังหวัดสตูลนั้นนับว่ามีข้อได้เปรียบในด้านสภาพภูมิประเทศที่มีทั้งป่าต้นน้ำ ที่ราบลุ่ม และชายฝั่ง แต่ขณะเดียวกันความสลับซับซ้อนของภูมินิเวศก็ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการรวมกลุ่มอาชีพ</p>
<p><strong>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดสตูล</strong> ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ ได้เห็นทั้งโอกาสในการผลักดันให้สตูลเกิดกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่แข็งแรง รวมถึงปัญหาที่ทำให้การรวมกลุ่มทำได้ยาก พวกเขาจึงได้จัดทำโครงการ ‘<strong>พัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู้ผู้ประกอบการสีเขียว</strong>’ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์</p>
<p>สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล จึงได้ร่วมมือกับเครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดสตูล และ หุ่นไล่กา กรุ๊ป ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาความรู้ให้แก่เกษตรกร และสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมจากการใช้สารเคมีมาเป็นเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน</p>
<p>โดยวางกลุ่มเป้าหมายของโครงการเป็นกลุ่มสมาชิกที่อยู่ในเครือข่าย <strong>‘เขา นา และทะเล’</strong> ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ขับเคลื่อนงานเกษตรอินทรีย์มาแด่เดิม โดยวางเกณฑ์ในการคัดเลือกไว้ว่าผู้สมัครเข้าโครงการจะต้องเป็นกลุ่ม<strong>คนด้อยโอกาสในชุมชน</strong> เช่น <strong>แรงงานนอกระบบ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ</strong> รวมทั้งสิ้นจำนวน 150 คน</p>
<p>แผนพัฒนาทักษะอาชีพของโครงการจะมีตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเริ่มจากการผลิตสินค้าทางการเกษตรภายใต้หลักการและมาตรฐาน <strong>‘เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม’</strong> (PGS Organic) และมีกระบวนการในการรวบรวมผลผลิตที่ไม่ปนเปื้อนสารเคมีในระหว่างการขนส่ง มีการพัฒนาเรื่องการแปรรูปผลผลิต การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน จนสุดท้ายจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์  การพัฒนาตลาดสีเขียว และตลาดในหลากหลายรูปแบบเพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต และผู้บริโภค</p>
<p>สรุปได้ว่าโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู้ผู้ประกอบการสีเขียวนี้ จะช่วยยกระดับองค์ความรู้ของเกษตรกรในกลุ่มให้มีมาตรฐานเดียวกัน รวมไปถึงช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรอินทรีย์สามารถรวมกลุ่มกันได้อย่างแข็งแรงมากขึ้น</p>
<p>ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในด้านอำนาจต่อรองและ<strong>ความสามารถในการแข่งขัน</strong>ในตลาดสินค้าเกษตร ส่งผลต่อมาคือรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกรที่ใช้<strong>วิถีธรรมชาติ</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-13095 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100.jpg" alt="" width="1200" height="631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-068-100-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-68/">สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดสตูล ทำโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ให้กับเครือข่าย ‘เขา นา และทะเล’ เพื่อวิถีสีเขียวที่มั่นคง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
