<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 Jan 2021 06:34:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เติมความสร้างสรรค์ให้กับ ‘ข้าวขุนยวม’ ผลิตภัณฑ์แห่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-30/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=2563-beginning-30</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Jan 2021 06:34:32 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://eef-backup.todsorb.dev/?post_type=communities&#038;p=26587</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้าวขุนยวม เป็นผลผลิตข้าวอินทรีย์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-30/">เติมความสร้างสรรค์ให้กับ ‘ข้าวขุนยวม’ ผลิตภัณฑ์แห่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>ข้าวขุนยวม เป็นผลผลิตข้าวอินทรีย์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมทางเลือก อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน </b><span style="font-weight: 400;">ซึ่งประกอบไปด้วยเกษตรกรที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทั้งชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ม้ง ไทใหญ่ และคนเมือง โดยเอกลักษณ์ของข้าวขุนยวมอยู่ที่การเป็นผลผลิตจากเกษตรกรรมทางเลือก โดยวิธีธรรมชาติและไม่ใช้สารเคมี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีพื้นที่ร้อยละ 90.5 เป็นภูเขาและป่าไม้ และพื้นที่ร้อยละ 9.5 เป็นพื้นที่ราบริมฝั่งแม่น้ำและที่ราบบนหุบเขา ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกข้าวนาสวน ซึ่งเป็นข้าวที่ขึ้นได้ดีบริเวณนาที่มีน้ำขังและระดับน้ำลึกไม่เกิน 50 เซนติเมตร และการปลูกข้าวไร่ ซึ่งเป็นข้าวที่ขึ้นได้ดีบริเวณที่ดอนหรือที่ราบสูงตามไหล่เขา โดยอาศัยเพียงน้ำค้าง น้ำฝน และความชื้นในดินเพื่อเจริญเติบโต และกลายเป็นผลผลิตข้าวอินทรีย์ ภายใต้เครื่องหมายการค้าของชุมชนที่เรียกกันว่า ข้าวขุนยวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมทางเลือก จะมีการรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจและมีความเข้มแข็งมาเป็นระยะเวลานาน แต่สมาชิกในกลุ่มกลับยัง</span><b>ไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพเท่าที่ควร</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะทักษะการพัฒนาเพื่อเป็นผู้ประกอบการข้าวขุนยวม ทั้งที่มีศักยภาพด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรมอินทรีย์ และต้นทุนทางสังคมวัฒนธรรมเป็นฐานราก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งทาง</span><b>ศูนย์ศึกษานวัตกรรมสังคมและสันติภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ดำเนินงานภายใต้</span><b>คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> มองว่า หาก</span><b>เพิ่มโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ</b><span style="font-weight: 400;">ของสมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมทางเลือก ในฐานะทุนมนุษย์ในด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนทักษะที่จำเป็นและทันสมัยตามโลกสมัยใหม่ได้ ก็จะช่วยยกระดับของกลุ่มวิสาหกิจฯ และ</span><b>เสริมสร้างเสถียรภาพในฐานะผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จึงเป็นสาเหตุที่ผลักดันให้เกิด </span><b>โครงการ “พัฒนาการเป็นผู้ประกอบการ ‘ข้าวขุนยวม’ เพื่อการสร้างมูลค่าอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน”</b><span style="font-weight: 400;"> ขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 55 คน ซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมทางเลือก ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน 5 หมู่บ้าน ในพื้นที่อำเภอขุนยวม ได้แก่ บ้านหัวแม่สุรินทร์ บ้านหัวปอน บ้านต่อแพ บ้านขุนยวม และบ้านหลวง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการได้จัดทำหลักสูตรและรวบรวมมีเนื้อหาของการอบรมให้มุ่งเน้นไปที่การสร้าง ‘มูลค่าเพิ่ม’ ให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วอย่างข้าวขุนยวม ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการสร้างมูลค่าก็คือการอบรมเรื่อง </span><b>‘การสร้างแบรนด์’ </b><span style="font-weight: 400;">ให้มีอัตลักษณ์แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในท้องตลาด รวมถึงโครงการจะทำการการอบรมการ</span><b>สร้างสรรค์ ‘ตราสินค้า’</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจวิธีคิดการสร้างโลโก้ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์  ทั้งยังมีการอบรมเพื่อ</span><b>พัฒนาบรรจุภัณฑ์</b><span style="font-weight: 400;">สำหรับการจัดจำหน่าย และการ</span><b>มองหาตลาด</b><span style="font-weight: 400;">เพื่อเป็นแนวทางในการ</span><b>ต่อยอดการแปรรูป</b><span style="font-weight: 400;">ข้าวสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ศูนย์ศึกษานวัตกรรมสังคมและสันติภาพ ยังจับมือกับเครือข่ายอีกหลายหน่วยงาน เพื่อให้การ</span><b>พัฒนาศักยภาพของสมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมทางเลือก</b><span style="font-weight: 400;">เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การสนับสนุนองค์ความรู้และวิทยากรด้านการประกอบการทางธุรกิจและการตลาด จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้, การสนับสนุนการพัฒนาทักษะภาษาเพื่อการประกอบการ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้, การสนับสนุนพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ จากตลาดเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่ เช่น ตลาดเจเจ มาร์เก็ต และธุรกิจโฮมเสตย์ในหมู่บ้านอำเภอขุนยวม เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นอกจากผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ในฐานะข้าวขุนยวมแล้ว หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่</span><b>การพัฒนาและแปรรูปข้าวอินทรีย์ในรูปแบบอื่น ๆ</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น น้ำไซเดอร์ข้าว (การหมักข้าวให้เป็นยา), ขนมพื้นบ้าน, ข้าวปองต่อ, ข้าวแต๋น หรือแม้กระทั่ง สบู่หรือครีมทาผิวที่มีส่วนผสมจากข้าวอินทรีย์ก็เป็นได้</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">โครงการได้จัดทำหลักสูตรที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วอย่างข้าวขุนยวม โดยมุ่งไปในเรื่องของ</span><b> ‘การสร้างแบรนด์’ </b><span style="font-weight: 400;">ให้มีอัตลักษณ์แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ</span></p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/2563-beginning-30/">เติมความสร้างสรรค์ให้กับ ‘ข้าวขุนยวม’ ผลิตภัณฑ์แห่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
