<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาญจนบุรี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/community-tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 04 May 2021 08:26:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>กาญจนบุรี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/conclusion-26/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 May 2021 08:23:42 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=40206</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสของการทำเกษตรอินทรีย์แพร่หลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-26/">‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสของการทำเกษตรอินทรีย์แพร่หลาย และได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จึงเลือกที่จะบริโภคผักผลไม้ปลอดสารพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม </span></p>
<p><b>‘สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี จึงนำเรื่อง </span><b>‘เกษตรอินทรีย์’</b><span style="font-weight: 400;"> มาถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ให้ชาวบ้าน โดยมีเป้าหมายคือ ให้คนในชุมชนมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และได้องค์ความรู้ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์มาต่อยอดจากฐานทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานรากที่แฝงด้วยหลักธรรมจากพุทธศาสนา</span></p>
<p><b>พาฝัน ไพรเกษตร หนึ่งในสมาชิกของครอบครัวผู้ก่อตั้งสถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า หลังจากที่สถานธรรมแห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน จากทั้งอำเภอบ่อพลอยและอำเภอหนองปรือแล้ว เธอเริ่มสังเกตได้ว่า ญาติธรรม (คนที่เข้ามาปฏิบัติธรรม) ส่วนใหญ่จะเข้ามาด้วยความทุกข์ใจ จากปัญหาการขาดรายได้ ซึ่งเกิดขึ้นกับญาติธรรมหลายคน พวกเขาล้วนหวังพึ่งธรรมะเพื่อเยียวยาจิตใจ แต่กระนั้น ปัญหาการขาดรายได้ก็ยังคงอยู่ต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการมองเห็นปัญหาที่เหล่าญาติธรรมต่างๆ ต้องเผชิญ พาฝันจึงใช้ความรู้ความสามารถที่เคยทำงานกับองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่มีพันธกิจขับเคลื่อนประเด็นภาระหนี้ของชาวนา ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับพื้นที่แห่งนี้มาประยุกต์ จนเกิดเป็น </span><b>โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยพอใจในวิถีพอเพียง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเป้าหมายที่อยากยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายทั้ง 50 คน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองรีและตำบลหนองกร่าง อำเภอบ่อพลอย, และตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ โดยการเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรทั่วไปมาเป็นเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-40209" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-01-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่ประชุมและทำความเข้าใจหลักสูตรการฝึกอบรม และเลือกวิทยากรที่จะเข้ามาหนุนเสริมองค์ความรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายเสร็จแล้ว พาฝัน บอกว่า สิ่งหนึ่งที่คณะทำงานทุกคนเห็นพ้องต้องกัน คือการ </span><b>‘ใช้ชุมชนเป็นฐาน’</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งในที่นี้หมายถึง การเฟ้นหาผู้มีความรู้ความสามารถในชุมชน เพื่อให้เกิดสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกัน ระหว่างวิทยากรกับกลุ่มเป้าหมาย และยังสะท้อนถึงการทำงานแบบภาคีเครือข่ายร่วมกับชุมชน เช่น ให้</span><b>อาจารย์สุธรรม ใจอ่อน และคณะจากศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงปลักไม้ลาย </b><span style="font-weight: 400;">มาเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ </span><b>ยังมีการอบรมการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ยาไล่แมลงแบบอินทรีย์ รวมทั้งอบรมการเพาะต้นอ่อนแต่ละชนิด </b><span style="font-weight: 400;">เช่น ต้นกล้าอ่อนทานตะวัน ผักบุ้ง และถั่วงอก เนื่องจากเป็นพืชระยะสั้น มีต้นทุนต่ำ โดยโครงการจะมีเมล็ดพันธุ์ไว้แจกจ่ายให้กลุ่มเป้าหมายนำไปปลูก ซึ่งสามารถนำไปปลูกสำหรับบริโภคเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน หรือจำหน่ายก็ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ระหว่างที่กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์เรียบร้อยแล้ว</span><b> คณะทำงานจะแฝงหลักธรรมคำสอน เรื่องการไม่เบียดเบียนผู้อื่น และการค้าขายโดยสุจริต</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการไม่ใช้สารเคมีเพื่อทำร้ายสุขภาพผู้อื่น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายปฏิบัติตามหลักธรรมจากพุทธศาสนาอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้รับการหนุนเสริมองค์ความรู้ ตั้งแต่ ‘</span><b>ต้นน้ำ</b><span style="font-weight: 400;">’ และ ‘</span><b>กลางน้ำ</b><span style="font-weight: 400;">’ แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ความรู้เหล่านี้ </span><b>‘กินได้’ อย่างต่อเนื่องและมั่นคง</b><span style="font-weight: 400;"> ก็คือขั้นตอนที่ ‘</span><b>ปลายน้ำ</b><span style="font-weight: 400;">’ นั่นคือการสร้างช่องทางการขายหรือการตลาด ที่จะรองรับสินค้าที่เกิดจากการแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชุมชน เช่น กล้วยอบกรอบ ชาสมุนไพร ครีมนวดผมจากมะกรูด เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยกระแสของ e-commerce หรือ </span><b>การค้าออนไลน์</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทั้งยังส่งผลให้ผู้ขายสามารถขยายฐานลูกค้าของตนเองไปได้ไกลขึ้น ซึ่งนั่นอาจหมายถึง</span><b> การซื้อขายข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัด หรือแม้กระทั่ง ข้ามประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> พาฝัน จึงเลือกนำหลักสูตรการตลาดออนไลน์มาเติมความรู้ให้กลุ่มเป้าหมายด้วยตัวเอง </span><b>โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์</b><span style="font-weight: 400;"> จากความรู้และประสบการณ์ที่เคยทำเพจขายสินค้าออนไลน์ และยังจัดตั้งเพจเฟซบุ๊ก ไว้รองรับสินค้าของกลุ่มเป้าหมายทุกคน </span></p>
<p><b>ฐิญกานต์ รื่นบุตร หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย </b><span style="font-weight: 400;">เล่าว่า ความสำเร็จของโครงการทำให้เธอมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีรายได้เพียงวันละ 100-300 บาท แต่มันก็เข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุกครั้งที่เปิดดูยอดสั่งซื้อ ทำให้เธอมีรายได้ไว้ใช้จ่ายในครัวเรือน นอกจากนี้ เธอยังสามารถนำผลผลิตที่ได้มาบริโภคเองในครัวเรือน ซึ่งช่วยลดรายจ่ายได้จำนวนหนึ่ง ทำให้เธอสามารถสร้างรายได้จากถิ่นฐาน ไม่ต้องออกไปทำงานในพื้นที่อื่นๆ</span></p>
<p><b>“เมื่อก่อน เราเคยจากบ้านจากครอบครัวไปนานถึง 10 ปี เพื่อไปหางานทำ แต่พอแต่งงานเราก็ย้ายกลับมาอยู่บ้าน ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องรายได้ แต่พอโครงการนี้เข้ามา ก็เป็นเหมือนความหวังที่เกิดขึ้นในใจ เขาสอนวิธีการปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี และสอนให้ทำเกษตรอินทรีย์แทน ทั้งยังสอนเรื่องการแปรรูปอาหารจากผลผลิตที่เราปลูก จึงสร้างรายได้จากสิ่งเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่มาก แต่เราก็สามารถทำที่บ้านได้ กลายเป็นว่าเราไม่ต้องห่างจากครอบครัวอีกต่อไป ความสุขเพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว”</b></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40208" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02.jpg" alt="" width="1200" height="1200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-small15-02-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การคิดดี พูดดี คือพื้นฐานของการทำความดี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นธรรมะที่คณะทำงานไม่ลืมที่จะสอดแทรกให้กลุ่มเป้าหมายในทุกๆ ฐานการเรียนรู้ และทุกกิจกรรม จนสามารถดำเนินมาถึงเส้นชัย และทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถสร้างรายได้จากองค์ความรู้ที่ได้รับ </span><b>ล่าสุด สถานธรรมแห่งนี้ยัง</b><b>ต่อยอดโครงการขึ้นอีกขั้น ด้วยการจัดตั้งเป็น ‘วิสาหกิจชุมชนพอใจในวิถีพอเพียง’ ได้สำเร็จ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง พาฝัน เล่าว่า การได้รับการสนับสนุนจากทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน คือ </span><b>‘หัวใจสำคัญ’</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ทำให้เกิดการรวมตัว เกิดการขับเคลื่อนต่างๆ เหล่านี้ได้ และมุ่งหวังให้ผลสำเร็จนี้เป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นเรียนรู้เป็นแนวทางต่อไป </span><b>เพื่อที่คนในชุมชนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ควบคู่ไปกับหลักธรรมในหัวใจ</b></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อน เราเคยจากบ้านจากครอบครัวไปนานถึง 10 ปี เพื่อไปหางานทำ แต่พอแต่งงานเราก็ย้ายกลับมาอยู่บ้าน ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องรายได้ แต่พอโครงการนี้เข้ามา ก็เป็นเหมือนความหวังที่เกิดขึ้นในใจ เขาสอนวิธีการปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี และสอนให้ทำเกษตรอินทรีย์แทน ทั้งยังสอนเรื่องการแปรรูปอาหารจากผลผลิตที่เราปลูก จึงสร้างรายได้จากสิ่งเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่มาก แต่เราก็สามารถทำที่บ้านได้ กลายเป็นว่าเราไม่ต้องห่างจากครอบครัวอีกต่อไป ความสุขเพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว” </span><b>ฐิญกานต์ รื่นบุตร หนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย</b></p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="img-wide aligncenter wp-image-40207 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/blog-Large15-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/conclusion-26/">‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/ontheway-26/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2020 15:24:13 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=18594</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานปฏิบัติธรรมสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการพัฒนาทักษะอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-26/">‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากสถานปฏิบัติธรรมสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน จังหวัดกาญจนบุรี<br />
ได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรขึ้น เพื่อยกระดับองค์ความรู้ให้กับกลุ่มเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง โดยหวังว่าโครงการนี้จะช่วยพัฒนาระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p>
<p>จากความตั้งใจนี้สถานปฏิบัติธรรมจึงได้ทำการสำรวจกลุ่มเกษตรกรที่เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสถานธรรมจำนวน 50 คน และพบว่าคนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ขาดโอกาสทางการศึกษา บางส่วนเป็นแรงงานพลัดถิ่น และประสบปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกิน ทำให้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ไม่มีความมั่นคง</p>
<div class="img-2col"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-18600 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo_Small_26_1-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo_Small_26_1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo_Small_26_1-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo_Small_26_1-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo_Small_26_1-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo_Small_26_1-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/05.Blog-Photo_Small_26_1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-18601 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo_Small_26_2-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo_Small_26_2-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo_Small_26_2-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo_Small_26_2-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo_Small_26_2-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo_Small_26_2-750x750.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/06.Blog-Photo_Small_26_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></div>
<p>สถานธรรมฯ จึงได้ออกแบบแนวทางพัฒนาทักษะเป็น 3 ส่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้คือ</p>
<ol>
<li>หลักสูตรความรู้พื้นฐานการเกษตรอินทรีย์</li>
<li>หลักสูตรการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากธรรมชาติ</li>
<li>หลักสูตรการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยมีเป้าหมายในอนาคตคือการพัฒนาชุมชนสู่การเป็นพื้นที่ ‘ตลาดสีเขียว’ ศูนย์กลางการซื้อ-ขายสินค้าอินทรีย์ ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์</li>
</ol>
<p>นอกจากการที่สถานธรรมได้สรรหาวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญเข้ามาฝึกอบรมสมาชิกในทั้ง 3 หลักสูตรแล้ว ยังมีการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างคุณสุธรรม จันทร์อ่อน ซึ่งเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง โดยคุณสุธรรมได้เข้ามาช่วยเหลือตลอดกระบวนการอบรม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มสมาชิก รวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์และทิศทางการดำเนินงานให้กับโครงการได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายในช่วงเวลาที่ผ่านมานับว่ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยจากคำบอกเล่าของหนึ่งในเจ้าหน้าที่โครงการคือ “ก่อนเข้าร่วมอบรมในโครงการ กลุ่มชาวบ้านไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการปลูกผักไว้กินเอง แต่ต่อมาเมื่อได้มีการเรียนรู้ถึงโทษของการใช้สารเคมีจากผักในตลาด เขาก็เริ่มตระหนักถึงเรื่องสุขภาพ จึงหันมาปลูกพืชผักไว้กินเองในครอบครัวมากขึ้น”</p>
<p>“นอกจากนี้หลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องการแปรรูปสินค้า สมาชิกก็ได้นำไปปฏิบัติต่อด้วยตัวเอง เช่น จากที่เคยปล่อยให้มะม่วงในสวนหล่นร่วงจนเน่าเสียเพราะขายไม่ได้ราคา ก็นำมากวนและช่วยกันนำมาขายในช่องทางออนไลน์กัน ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกในโครงการได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์”</p>
<p>ขณะเดียวกัน ในด้านของสมาชิกที่ได้รับการอบรมก็มีความเห็นในแง่บวกต่อโครงการ โดยหนึ่งในสมาชิกได้เล่าให้ฟังว่า “รู้สึกประทับใจในโครงการอย่างมาก เพราะสามารถทำให้คนที่ทำอะไรไม่สำเร็จ ประสบความสำเร็จได้จากความพอเพียงในสิ่งที่เรามีอยู่ และทักษะต่างๆ ที่ได้รับการอบรมก็ช่วยให้พึ่งพาตัวเองได้ดีกว่าเดิม มีชีวิตที่มั่นคงขึ้น”</p>
<p>ความพอเพียงคือหลักปรัชญาที่สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยนได้ส่งต่อให้กับกลุ่มสมาชิกโครงการอยู่เสมอ เพราะนอกจากการพัฒนาทักษะฝีมือในการประกอบอาชีพแล้ว การพัฒนาหลักคิดควบคู่ไปด้วยย่อมจะทำให้คนผู้นั้นสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตตัวเองได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นเรื่องน่าติดตามต่อไปว่า ภายหลังจากที่เหล่าสมาชิกได้รับการอบรมครบทุกหลักสูตรแล้ว พวกเขาจะสามารถนำหลักปฏิบัติเหล่านั้นไปต่อยอดกับวิถีชีวิตของตัวเองในรูปแบบใดบ้าง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18597" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_026.png" alt="" width="1201" height="1201" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_026.png 1201w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_026-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_026-1024x1024.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_026-150x150.png 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_026-768x768.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_Infographic_026-750x750.png 750w" sizes="(max-width: 1201px) 100vw, 1201px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/ontheway-26/">‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/communities/beginning-26/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2020 06:36:55 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?post_type=communities&#038;p=12380</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรนักพัฒนา ก็สามารถมีส่วนร่วมในกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-26/">‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรนักพัฒนา ก็สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนได้” <strong>สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน</strong> แห่งอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของขององค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนโดยตรง แต่กลับสามารถสร้างผลกระทบที่ช่วยยกระดับชีวิตให้กับชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบ่อพลอยได้</p>
<p>สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน เป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อศึกษาธรรม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 โดยมีวัตถุประสงค์แรกเริ่มคือการเป็นศูนย์รวมและแหล่งพักพิงด้านจิตใจให้แก่ชุมชน รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ประสบปัญหาในชีวิต ซึ่งทางสถานธรรมแห่งนี้ก็ได้มีการจัดอบรมด้านธรรมะอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ครอบครัวที่เข้ามาร่วมกิจกรรมมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งกายและใจ</p>
<p>แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบสิบปี สถานธรรมก็ได้พบเจอปัญหาบางรูปแบบที่หยั่งรากลึกลงในชุมชน เช่น <strong>การขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา</strong> ปัญหาราคาสินค้าการเกษตร ปัญหาการขาดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการอบรมด้านธรรมมะแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการดำเนินการเพื่อฝึกฝนอบรมอย่างจริงจัง</p>
<p>สถานธรรมฯ จึงได้ร่วมมือกับคนในท้องถิ่นที่มีองค์ความรู้ เช่น <strong>ครู ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานจากภาครัฐ</strong> จัดทำ <strong>‘โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย พอใจในวิถีพอเพียง’ </strong>ซึ่งเป็นโครงการที่จะฝึกฝนอบรมให้เกษตรกรในชุมชนได้มีทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ รวมถึงปลูกฝังแนวคิดในการทำเกษตยั่งยืน เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าและความยั่งยืนของชุมชน</p>
<p>กลุ่มเป้าหมายของโครงการคือ<strong>กลุ่มผู้ด้อยโอกาส </strong>ซึ่งประกอบไปด้วย <strong>แรงงานนอกระบบ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ผู้ว่างงาน ผู้สูงอายุ</strong> และกลุ่มญาติธรรมของสถานธรรมที่เป็นเกษตรกร จำนวนทั้งสิ้น 150 คน โดยโครงการจะทำการคัดเลือกสมาชิกมาจาก 3 พื้นที่ คือ ตำบลหนองกร่าง ตำบลหนองรี และ ตำบลหนองปรือ</p>
<p>เมื่อได้สมาชิกมาแล้ว โครงการก็จะเริ่มต้นอบรมใน 3 เรื่องหลัก คือ <strong>1.ให้ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ 2.เพิ่มทักษะด้านเทคนิคการแปรรูป3.ปลูกฝั่งคุณธรรมและจริยธรรม</strong> ซึ่งตลอดโครงการจะใช้เวลาในการอบรมทั้งสิ้นถึง 6 เดือนเต็มเพื่อให้มั่นใจว่าสมาชิกทุกคนจะสามารถทำตามเป้าประสงค์ได้ครบถ้วน</p>
<p><strong>การขับเคลื่อนชุมชนเพื่อให้เกิดการพัฒนา ไม่จำเป็นจะต้องเริ่มจากนโยบายใหญ่ๆ</strong> <strong>จากภาครัฐ</strong>แต่เพียงอย่างเดียว เพราะสถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยนแห่งนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันสามารถเริ่มต้นจากคนในชุมชนเองได้ ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ประชากรในอำเภอบ่อพลอยอีกอย่างน้อย 150 คน จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากทักษะอาชีพที่และทัศนคติที่จะเป็นรากฐานให้พวกเขาสามารถสร้างรายได้และใช้ชีวิตอย่างพอเพียงต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12381" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-026-100.jpg" alt="" width="1200" height="631" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-026-100.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-026-100-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-026-100-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-026-100-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/CommuBlog-026-100-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/communities/beginning-26/">‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
