<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>All About EEF | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/category/all-about-eef/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 13 Jul 2026 08:33:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>All About EEF | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ผนึกกำลัง สปสช. เชื่อมข้อมูลเด็กเปราะบางทั่วประเทศ นำบริการสุขภาพไปถึงเด็กในและนอกระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-130726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jul 2026 08:33:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไม่ระบุ]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สปสช.]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout PLUS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103848</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสำนักงานหลั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130726/">กสศ. ผนึกกำลัง สปสช. เชื่อมข้อมูลเด็กเปราะบางทั่วประเทศ นำบริการสุขภาพไปถึงเด็กในและนอกระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงนามความร่วมมือเชื่อมโยงฐานข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษและเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา เพื่อเปลี่ยนการทำงานจาก <strong>“รอให้เด็กไปหาบริการ”</strong> เป็น <strong>“นำบริการสุขภาพไปถึงเด็ก”</strong> ลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย <strong>Thailand Zero Dropout Plus</strong> ผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลและการทำงานร่วมกันของภาคการศึกษาและสาธารณสุขในระดับพื้นที่</p>



<p>เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 กสศ. และ สปสช. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและการดำเนินงานร่วมกัน ณ โดมลานกีฬาชุมชนคลองเตย ล็อก 4-5-6 กรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูล ค้นหา และส่งต่อเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางทั้งในและนอกระบบการศึกษาเข้าสู่บริการสุขภาพที่จำเป็น โดยมี <strong>ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ</strong> รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรองประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ และประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการจัดการศึกษาฯ เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา เป็นประธานในพิธี</p>



<p>ภายในงาน เด็กและเยาวชนในชุมชนคลองเตยกว่า 200 คน ได้รับบริการตรวจสุขภาพจากหน่วยบริการในเครือข่าย สปสช. สะท้อนภาพการทำงานที่ต้องการให้เกิดขึ้นจริง คือ <strong>เมื่อระบบรู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน ระบบบริการต้องสามารถเข้าถึงเด็กได้</strong> เพื่อไม่ให้ปัญหาสุขภาพกลายเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-1.jpg" alt="" class="wp-image-103849" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/01-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใช้ข้อมูลชี้เป้า นำเด็กเข้าสู่บริการสุขภาพที่จำเป็นทั่วถึง</strong></h3>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ความไม่พร้อมทางสุขภาพเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนโอกาสทางการเรียนรู้ และเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กกลุ่มเปราะบางหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p><em>“เด็กบางคนไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่กำลังเผชิญข้อจำกัดที่ปิดกั้นการเรียนรู้ เช่น มองกระดานไม่ชัด มีภาวะสุขภาพที่ไม่ได้รับการดูแล หรือมีข้อจำกัดด้านร่างกายและจิตใจ จนค่อย ๆ ถอยห่างจากห้องเรียนโดยที่เราไม่ทันมองเห็น”</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-1.jpg" alt="" class="wp-image-103850" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/02-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>จากฐานข้อมูลของ กสศ. พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 1,392,323 คน เข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค จำนวน 92,761 ครั้ง โดยที่ร้อยละ 49.8 ของการเข้าถึงบริการทั้งหมด เป็นบริการฉีดวัคซีนพื้นฐาน (EPI) ซึ่งเป็นวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสำหรับเด็กไทยตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 14 ปี เพื่อป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง รองลงมาคือ บริการยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก ร้อยละ 25.5 และบริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีสายตาผิดปกติ ร้อยละ 12.2 ของการเข้าถึงบริการทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาปี 2568 (TZD68) จำนวน 603,095 คน เข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&amp;P) จำนวน 35,531 ครั้ง โดยที่ร้อยละ 44.6 ของการเข้าถึงบริการเป็นบริการคัดกรองโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก รองลงมาคือบริการยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก ร้อยละ 26 และบริการฉีดวัคซีนพื้นฐาน (EPI) ร้อยละ 18.1 ของการเข้าถึงบริการทั้งหมด มีเพียงร้อยละ 0.4 เท่านั้นที่เข้าถึงบริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีสายตาผิดปกติ เด็กกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว สุขภาพ และการเข้าถึงบริการพื้นฐาน&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลสะท้อนชัดว่า แม้ประเทศไทยจะมีระบบหลักประกันสุขภาพรองรับ แต่ยังมีเด็กกลุ่มเปราะบางจำนวนหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึงบริการที่จำเป็น เช่น การรับวัคซีนพื้นฐาน การได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก การตรวจคัดกรองปัญหาสุขภาพ และการได้รับแว่นตาเมื่อมีปัญหาทางสายตา <strong>“โจทย์วันนี้ไม่ใช่เพียงทำให้เด็กมีสิทธิ แต่ต้องทำให้สิทธิและบริการเดินทางไปถึงเด็ก”</strong> ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-1.jpg" alt="" class="wp-image-103851" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/03-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ กสศ. จะใช้ฐานข้อมูลรายบุคคลเป็นเครื่องมือชี้เป้าเด็กที่ต้องได้รับการดูแล ครอบคลุมกว่า 7,000 ตำบลทั่วประเทศ ก่อนเชื่อมโยงข้อมูลกับ สปสช. เขต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการสุขภาพ โรงเรียน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่</p>



<p>จากนั้นจะร่วมกันสร้างระบบค้นหาเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ เชื่อมเข้าสู่สิทธิและบริการสุขภาพ และส่งต่อการดูแลอย่างต่อเนื่องใกล้บ้าน เพื่อลดช่องว่างระหว่าง <strong>“สิทธิสุขภาพที่มีอยู่”</strong> กับ <strong>“การเข้าถึงบริการจริง”</strong> โดยเฉพาะเด็กในครอบครัวเปราะบาง เด็กในพื้นที่ห่างไกล หรือเด็กที่ไม่มีผู้ดูแลช่วยประสานเข้าสู่ระบบบริการ รวมถึงการคัดกรองเชิงรุกในเด็กระดับประถมศึกษาที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ในระยะยาว</p>



<p><em>“กิจกรรมที่เด็กและเยาวชนกว่า 200 คนในชุมชนคลองเตยได้รับการตรวจสุขภาพในวันนี้ คือภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมที่สุดของความร่วมมือครั้งนี้ เมื่อเรารู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน เราต้องสามารถนำบริการสุขภาพและโอกาสทางการเรียนรู้ไปถึงเด็กได้ เพราะการพาเด็กกลับเข้าสู่การเรียนรู้ อาจไม่ได้เริ่มต้นที่ห้องเรียน แต่อาจเริ่มต้นจากการทำให้เด็กคนหนึ่งมีสุขภาพและชีวิตที่พร้อมสำหรับการเรียนรู้” ดร.ไกรยส กล่าว</em></p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103853" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-1.jpg" alt="" class="wp-image-103853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/05-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103852" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-1.jpg" alt="" class="wp-image-103852" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/04-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103854" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-1.jpg" alt="" class="wp-image-103854" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/06-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-1.jpg" alt="" class="wp-image-103855" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/07-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เชื่อมสุขภาพกับการศึกษา เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสจากปัญหาที่ป้องกันได้</strong></h3>



<p><strong>นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช.</strong> กล่าวว่า หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการเชื่อมโยง <strong>“สุขภาพ”</strong> และ <strong>“การศึกษา”</strong> เข้าด้วยกัน เพราะเด็กคนหนึ่งจะเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ จำเป็นต้องมีทั้งสุขภาพที่ดีและโอกาสทางการเรียนรู้ควบคู่กัน</p>



<p>หากเด็กมีปัญหาสุขภาพ เช่น ปัญหาสายตา สุขภาพช่องปาก ภาวะโภชนาการ หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ แต่ไม่ได้รับการค้นหาและดูแลอย่างทันท่วงที ย่อมส่งผลต่อการเรียน การใช้ชีวิต และความมั่นใจของเด็ก</p>



<p>ภายใต้ความร่วมมือนี้ สปสช. จะร่วมกับ กสศ. เชื่อมโยงฐานข้อมูลรายบุคคล เพื่อค้นหาเด็กที่ควรได้รับการดูแลเชิงรุก พร้อมประสานหน่วยบริการและเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดการดูแลตั้งแต่การสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค คัดกรองปัญหาสุขภาพ ไปจนถึงการส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-1.jpg" alt="" class="wp-image-103856" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/08-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>นายแพทย์จเด็จ ยกตัวอย่างโครงการ “แว่นตาสำหรับเด็กไทย” ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงเมษายน 2569 มีเด็กนักเรียน 42,539 คน เข้าถึงบริการคัดกรองสายตาผ่าน 117 โครงการ พบเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ 14,025 คน และได้รับการสนับสนุนแว่นตาที่เหมาะสมผ่าน 88 โครงการ</p>



<p><em>“ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อเราค้นหาได้เร็วและดูแลได้ทันเวลา ปัญหาสุขภาพที่สามารถแก้ไขได้ จะไม่กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้เด็กสูญเสียโอกาสทางการเรียนรู้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14.jpg" alt="" class="wp-image-103857" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/14-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(กลาง) ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ยกระดับ Thailand Zero Dropout Plus ด้วยระบบข้อมูลและการทำงานเชิงพื้นที่</strong></h3>



<p><strong>ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือของ กสศ. และ สปสช. ในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายสำคัญของการยกระดับการทำงานร่วมกันเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพและการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพเดินทางไปถึงเด็กทุกคน</p>



<p><em>“เด็กและเยาวชนไทยทุกคนมีสิทธิด้านสุขภาพอยู่แล้ว แต่ความท้าทายคือการทำให้สิทธิเข้าถึงเด็กทุกคน นี่คือเหตุผลที่เราต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน จากการรอให้เด็กเข้ามาหาระบบ เป็นการใช้ข้อมูลค้นหาเด็ก เชื่อมโยงหน่วยงาน และนำบริการลงไปถึงระดับพื้นที่”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-1.jpg" alt="" class="wp-image-103858" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/12-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ดร.สิริพงศ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบาย <strong>Thailand Zero Dropout Plus</strong> จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด <strong>All for Education</strong> โดยใช้ระบบข้อมูลร่วมกันเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมการทำงานของหน่วยงานด้านการศึกษา สาธารณสุข และท้องถิ่น เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง</p>



<p>“ความร่วมมือระหว่าง กสศ. และ สปสช. จะเป็นกุญแจสำคัญในการปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำตั้งแต่ต้นทาง ช่วยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ครู และหน่วยงานในพื้นที่ สามารถใช้ข้อมูลเดียวกันในการค้นหาและดูแลเด็กได้อย่างแม่นยำ”</p>



<p>ดร.สิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายสูงสุดของความร่วมมือครั้งนี้ คือการทำให้เด็กทุกคนมีทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และโอกาสทางการศึกษาที่ดี เพราะเมื่อระบบสามารถค้นหาเด็กได้ตั้งแต่ต้นทาง และนำบริการสุขภาพไปถึงพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที สุขภาพก็จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ และเด็กทุกคนจะมีโอกาสเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103859" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13.jpg" alt="" class="wp-image-103859" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/13-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103860" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-1.jpg" alt="" class="wp-image-103860" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/11-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-7 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103862" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-1.jpg" alt="" class="wp-image-103862" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/10-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103861" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-1.jpg" alt="" class="wp-image-103861" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/09-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130726/">กสศ. ผนึกกำลัง สปสช. เชื่อมข้อมูลเด็กเปราะบางทั่วประเทศ นำบริการสุขภาพไปถึงเด็กในและนอกระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เปิดเวที “The Competency Forum” ขยายผล TSQM ยกระดับสมรรถนะผู้เรียน สู่การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-110726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2026 11:02:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[TSQM]]></category>
		<category><![CDATA[The Competency Forum]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103821</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับภาคีเคร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110726/">กสศ. เปิดเวที “The Competency Forum” ขยายผล TSQM ยกระดับสมรรถนะผู้เรียน สู่การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน <strong>“The Competency Forum : โรงเรียนต้นแบบสู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน”</strong> ระหว่างวันที่ 11–12 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบทเรียนจากโรงเรียนต้นแบบทั่วประเทศ พร้อมขยายผลการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนผ่านการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ Teacher and School Quality Movement (TSQM)</p>



<p>TSQM มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะรอบด้าน ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น การใช้เทคโนโลยี การจัดการตนเอง และการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต</p>



<p>ปัจจุบัน TSQM ขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพโรงเรียนผ่าน 3 รูปแบบ ได้แก่ <strong>TSQM-A (Area-based)</strong> การพัฒนาโรงเรียนเชิงพื้นที่โดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่ <strong>TSQM-N (Network-based)</strong> การสร้างเครือข่ายโรงเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลนวัตกรรมระหว่างกัน และ <strong>TSQM-I (Issue-based)</strong> การพัฒนาโรงเรียนเชิงประเด็น เพื่อแก้ปัญหาและตอบโจทย์การเรียนรู้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่</p>



<p>ทั้ง 3 รูปแบบมีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และดูแลผู้เรียนแต่ละคนได้อย่างมีคุณภาพ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/1.jpg" alt="" class="wp-image-103822" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/1.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p><strong>ผศ.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์</strong> ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ <strong>“การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนกับการพัฒนาประเทศไทย”</strong> โดยระบุว่า การศึกษาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนาประเทศ เด็กไทยในศตวรรษที่ 21 จึงต้องก้าวข้ามการเรียนแบบท่องจำ ไปสู่การเป็นผู้คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ และแก้ปัญหาได้จริง</p>



<p>กระทรวงศึกษาธิการจึงขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การคืนเวลาให้ครูได้กลับไปจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ การลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสและทรัพยากรตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ การยกระดับการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับโลกจริง การทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ และการปรับโครงสร้างระบบการศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน</p>



<p>ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับ กสศ. ในการขับเคลื่อน TSQM จะช่วยยกระดับโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่เพิ่มภาระงานให้ครู แต่ช่วยเสริมศักยภาพให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองและก้าวสู่การเป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลง พร้อมเชื่อมโยงกับการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาตามแนวทาง Thailand Zero Dropout Plus</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2.jpg" alt="" class="wp-image-103823" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง</strong> รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวบรรยายพิเศษเรื่องการสร้างผู้เรียนคุณภาพว่า การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนไม่ได้เกิดจากนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการลงมือปฏิบัติของโรงเรียน ครู ผู้บริหาร เขตพื้นที่การศึกษา และภาคีเครือข่าย</p>



<p>โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM) แสดงให้เห็นว่า เมื่อโรงเรียนมีเป้าหมาย เครื่องมือ และระบบสนับสนุนที่เหมาะสม ก็สามารถพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนและผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานใน 4 มิติ ได้แก่ ความปลอดภัยของผู้เรียน การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา และการดูแลสวัสดิการครู พร้อมส่งเสริมให้โรงเรียนใช้ข้อมูลในการติดตามและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อป้องกันเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบ และออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับศักยภาพของเด็กแต่ละคน</p>



<p>ดร.ภูธร กล่าวว่า การขยายผลจากโรงเรียนต้นแบบไม่ได้หมายความว่าทุกโรงเรียนต้องดำเนินงานเหมือนกัน แต่ควรนำบทเรียนไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทและความพร้อมของแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้เด็กทุกคนได้รับการเรียนรู้ ได้รับการดูแล ค้นพบศักยภาพของตนเอง และไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3.jpg" alt="" class="wp-image-103824" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ความสำเร็จของโรงเรียนพัฒนาตนเองเกิดจากความร่วมมือของ สพฐ. หน่วยงานต้นสังกัด ครู ผู้บริหาร นักเรียน และภาคีทุกภาคส่วน สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงการศึกษาสามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อโรงเรียนได้รับความเชื่อมั่น มีพื้นที่ในการเรียนรู้ และมีระบบสนับสนุนที่เข้าใจความแตกต่างของผู้เรียน</p>



<p>กสศ. เริ่มขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองในปี 2562 ภายใต้ชื่อ TSQP หรือ Teacher and School Quality Program ด้วยแนวคิดการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ หรือ Whole School Approach ก่อนต่อยอดสู่ Teacher and School Quality Movement (TSQM) เพื่อผลักดันการยกระดับคุณภาพโรงเรียนให้เป็นขบวนการที่ขยายผลได้ในวงกว้าง</p>



<p>ทั้งนี้ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่อาจอาศัยเพียงการเพิ่มทรัพยากร แต่ต้องทำให้โรงเรียนสามารถดูแลและพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนให้เหมาะกับความแตกต่างและบริบทชีวิตของผู้เรียน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="1176" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-744x1024.jpg" alt="" class="wp-image-103825" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-744x1024.jpg 744w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-218x300.jpg 218w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4-768x1056.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/4.jpg 855w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ปัจจุบันเครือข่าย TSQM ครอบคลุมโรงเรียนกว่า <strong>1,500 แห่งใน 49 จังหวัด</strong> มีนักเรียนได้รับประโยชน์กว่า <strong>385,000 คน</strong> และมีโรงเรียนอีกกว่า <strong>3,600 แห่ง</strong> นำระบบสารสนเทศ Q-Info ไปใช้ติดตามและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล</p>



<p>กสศ. จึงทำหน้าที่เป็น “ลมใต้ปีก” เชื่อมโยงองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และสนับสนุนให้โรงเรียนออกแบบการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง</p>



<p>งาน The Competency Forum จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนต้นแบบได้แลกเปลี่ยนบทเรียนและผลลัพธ์ ขยายผลนวัตกรรมการเรียนรู้ไปสู่พื้นที่อื่น และร่วมกันถอดบทเรียนเชิงระบบ เพื่อพัฒนากลไกสนับสนุนการสร้างสมรรถนะผู้เรียน พร้อมเชื่อมโยงพลังของโรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่ายในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/5.jpg" alt="" class="wp-image-103826" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช</strong> ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง สู่ผลลัพธ์การเรียนรู้คุณภาพสูง” โดยเสนอแนวคิด “การขับเคลื่อนยกกำลังสาม” เพื่อสร้างความร่วมมือในการพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง</p>



<p>ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ยุคการศึกษา” หรือ Education Age สู่ “ยุคแห่งการเรียนรู้” หรือ Learning Age ซึ่งความรู้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เด็กจึงต้องมีมากกว่าทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน และการคำนวณ โดยก้าวไปสู่การเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง หรือ Deep Learning</p>



<p>การเรียนรู้ดังกล่าวมุ่งพัฒนาสมรรถนะ 6Cs ได้แก่ อุปนิสัย ความเป็นพลเมือง การทำงานร่วมกัน การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และการคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อให้เด็กสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในสถานการณ์จริงได้</p>



<p>โรงเรียนจึงควรเป็นระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงนักเรียน ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างทั้งทุนปัญญาและทุนทางสังคม ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การสะท้อนคิด และการถ่ายทอดเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลง โดยโครงการ TSQP และ TSQM จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากไปสู่ระดับนโยบาย และพัฒนาพลเมืองไทยให้มีคุณภาพในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/6.jpg" alt="" class="wp-image-103827" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่า หัวใจสำคัญของ TSQM คือการเชื่อมการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากของโรงเรียน หรือ Bottom-up เข้ากับการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัดและระดับนโยบาย หรือ Top-down</p>



<p>เมื่อทั้งสองส่วนทำงานสอดประสานกัน โรงเรียนจะไม่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามนโยบายจากส่วนกลาง แต่จะมีบทบาทเป็นผู้ร่วมออกแบบนวัตกรรมและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์บริบทของตนเอง</p>



<p>กสศ. เชื่อว่าโรงเรียนทุกแห่งมีศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดจากพลังภายในของโรงเรียนเอง</p>



<p>ดร.อุดม ย้ำว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณภาพของโรงเรียนไม่อาจวัดจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากความสามารถในการพัฒนาเด็กแต่ละคนให้ค้นพบศักยภาพของตนเอง รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชุมชนและสังคม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/7.jpg" alt="" class="wp-image-103828" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวที Deep Talk ในหัวข้อ “ปลดล็อกระบบเพื่อสร้างสมรรถนะผู้เรียน” พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเวิร์กชอปใน 6 ห้องย่อย ครอบคลุมทั้งการพัฒนาทักษะภาษาและการอ่านออกเขียนได้ การเรียนรู้คณิตศาสตร์และการคิดขั้นสูง การพัฒนาทักษะการจัดการตนเองและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียน การสร้างพลเมืองผ่านการเรียนรู้ฐานชุมชน การประยุกต์ใช้ Generative AI และระบบข้อมูลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ตลอดจนการพัฒนาผู้นำและการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียน</p>



<p>กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ครู และผู้บริหารจากโรงเรียนต้นแบบ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และนวัตกรรมจากการทำงานจริงในพื้นที่</p>



<p>ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานจากโรงเรียนในเครือข่าย TSQM ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรมการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้จากการเข้าใจปัญหาและบริบทของผู้เรียนในแต่ละพื้นที่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="744" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/9-744x1024.jpg" alt="" class="wp-image-103829" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/9-744x1024.jpg 744w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/9-218x300.jpg 218w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/9-768x1056.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/9.jpg 855w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></figure>



<p></p>



<p>ตัวอย่างเช่น <strong>โรงเรียนอนุบาลมัชฌิมา จังหวัดสุโขทัย</strong> ใช้นวัตกรรม “คณิต Pro-Active” และบอร์ดเกม เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงจำนวน ควบคู่กับการพัฒนาความฉลาดรู้ทางการเงิน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ออกแบบกติกา คำนวณต้นทุน วางแผนงบประมาณ และเรียนรู้จากการลงมือทำ</p>



<p><strong>โรงเรียนยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี</strong> ใช้กระบวนการ Problem-based Learning (PBL) พัฒนาผลิตภัณฑ์ “ข้าวยำกรอบ” จากภูมิปัญญาและวัตถุดิบในท้องถิ่น เชื่อมโยงการเรียนรู้กับทักษะอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่นักเรียนและครอบครัวในชุมชน</p>



<p>ขณะที่<strong>โรงเรียนวัดโตนดเตี้ย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong> พัฒนานวัตกรรม “บันไดทักษะ 4 ขั้น” เพื่อแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ผ่านกระบวนการฝึกสะกดคำ อ่านซ้ำ คัดลายมือ และเขียนตามคำบอก ควบคู่กับการสอนซ่อมเสริมเป็นรายบุคคลอย่างเป็นระบบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1755" height="1176" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/8-1400x938.jpg" alt="" class="wp-image-103830" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/8-1400x938.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/8-300x201.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/8-768x515.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/8-1536x1029.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/8-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/8.jpg 1755w" sizes="(max-width: 1755px) 100vw, 1755px" /></figure>



<p></p>



<p>เวที The Competency Forum จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่เผยแพร่นวัตกรรมจากโรงเรียนต้นแบบ แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงโรงเรียน หน่วยงานต้นสังกัด ชุมชน และภาคีเครือข่าย ให้ร่วมกันขยายผล TSQM สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนและการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในระยะยาว ภายใต้แนวคิด <strong>All for Education</strong> ที่ทุกภาคส่วนร่วมเป็นเจ้าของวาระการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110726/">กสศ. เปิดเวที “The Competency Forum” ขยายผล TSQM ยกระดับสมรรถนะผู้เรียน สู่การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ร่วมมือ กสศ.       เร่งเครื่องปฏิรูป &#8220;ทุนมนุษย์&#8221; พลิกโฉมการศึกษาไทยสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-040726-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2026 06:12:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ALL FOR EDUCATION ร่วมลงทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและอนาคตทุนมนุษย์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103667</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวทีเสวนา &#8220;ALL FOR EDUCATION ร่วมลงทุนเพื่อความเส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040726-3/">4 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ร่วมมือ กสศ.       เร่งเครื่องปฏิรูป “ทุนมนุษย์” พลิกโฉมการศึกษาไทยสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p></p>



<p><strong>เวทีเสวนา &#8220;ALL FOR EDUCATION ร่วมลงทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและอนาคตทุนมนุษย์ไทย&#8221; เผยทางรอดประเทศในยุคสังคมสูงวัยและเทคโนโลยีดิสรัปชัน ชี้ชัดการลงทุนในคนคือ &#8220;วาระแห่งชาติ&#8221; ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่แค่หน้าที่รัฐฝ่ายเดียว</strong></p>



<p>เวทีเสวนาครั้งนี้เป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากภาคตลาดทุน ภาคธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาศักยภาพคนไทย โดยมีคุณวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ&nbsp; รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยน &#8220;CSR&#8221; เป็น &#8220;การลงทุนเพื่ออนาคต&#8221;</strong></h3>



<p><strong>นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)</strong> ได้สะท้อนมุมมองว่า ในยุคที่จำนวนคนวัยทำงานลดลง การลงทุนเพื่อพัฒนาคนไม่ใช่เพียงกิจกรรม CSR แต่เป็นความยั่งยืน (Sustainability) ที่ธุรกิจจะได้บุคลากรคุณภาพรองรับการเติบโต โดย ตลท. ได้ริเริ่มโครงการส่งต่อโอกาสผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสื่อ e-Learning ไปยังโรงเรียนขาดแคลน&nbsp;</p>



<p><strong>“ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ต้องการเพียงส่งมอบอุปกรณ์ แต่ต้องการส่งมอบ &#8220;โอกาสในการเรียนรู้&#8221;</strong> เพราะคอมพิวเตอร์ที่มีเนื้อหาการเรียนรู้พร้อมใช้งานจะเกิดประโยชน์มากกว่าการส่งเครื่องเปล่าๆ ไปให้โรงเรียน พร้อมทั้งเชิญชวนบริษัทจดทะเบียนและองค์กรต่างๆ ร่วมบริจาคอุปกรณ์ โดยตั้งเป้ารวบรวม 5,000 เครื่องภายใน 5 ปี ซึ่งปัจจุบันสามารถดำเนินการได้เกินครึ่งของเป้าหมายภายในเวลาเพียงปีเดียว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-05.jpg" alt="" class="wp-image-103671" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย จำนวนคนวัยทำงานที่เข้ามาทดแทนลดลง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ และเชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาคนและศักยภาพของบุคลากรในอนาคต&nbsp; ปัจจุบันเรามีบริษัทจดทะเบียนกว่า 800 แห่ง มีพนักงานรวมกันเกือบ 2 ล้านคน ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เองก็เผชิญความท้าทายเช่นเดียวกัน เพราะในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีผู้บริหารและพนักงานจำนวนมากทยอยเกษียณ จึงต้องเตรียมคนรุ่นใหม่เข้ามาทดแทน<strong>&nbsp; หลายคนอาจตีความคำว่า Sustainability ว่าเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม พลังงาน หรือทรัพยากรธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริง ความยั่งยืนหมายถึงทรัพยากรมนุษย์ด้วย หากเราไม่ลงทุนพัฒนาคนตั้งแต่วันนี้ ก็จะไม่สามารถสร้างกำลังคนที่พร้อมรับอนาคตได้&nbsp; การลงทุนลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงการทำ CSR แต่เป็นการสร้าง Win-Win ที่ธุรกิจได้บุคลากรที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันประเทศก็ได้ทรัพยากรมนุษย์ที่เข้มแข็งและพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต”</strong></p>



<p>“ปัจจุบันนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสำคัญกับประเด็น ESG และความยั่งยืนมากขึ้น หากมีตัวชี้วัดที่สะท้อนอย่างเป็นรูปธรรมว่าบริษัทลงทุนในการพัฒนาและยกระดับทุนมนุษย์มากน้อยเพียงใด นักลงทุนก็พร้อมให้คุณค่ากับเรื่องนี้ ซึ่งจะกลายเป็นอีกแรงผลักดันให้ภาคธุรกิจหันมาลงทุนพัฒนาคนมากขึ้น”&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แนะใช้ Big Data แก้ปัญหา Skill Mismatch</strong></h3>



<p><strong>นายกิตติ สุขุตมตันติ กรรมการสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันผู้เรียนจบระดับอุดมศึกษาที่มีโอกาสได้ทำงานตรงสายมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น พร้อมเสนอทางออกเชิงรุกว่าควรนำ &#8220;Big Data&#8221; จากสำนักงานประกันสังคมมาประมวลผล เพื่อให้เห็นความต้องการแรงงานที่แท้จริง และนำมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักเรียนก่อนเลือกสาขาเรียน เพื่อลดความสูญเปล่าของทรัพยากรและงบประมาณประเทศ</p>



<p>“<strong>ปัญหาสำคัญของระบบการศึกษาไทย คือ การที่ผู้เรียนจำนวนมากไม่ได้ประกอบอาชีพตรงกับสาขาที่เรียนมา ทำให้ทั้งเวลา งบประมาณ และทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตกำลังคนสูญเปล่า&nbsp; </strong>จากประสบการณ์พบว่าผู้ที่เรียนจบแล้วได้ทำงานตรงกับสายวิชาชีพที่เรียนมีเพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้น&nbsp; ผมเลยตั้งคำถามว่าประเทศไทยจะทำอย่างไรให้การผลิตกำลังคนสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน หรือเกิด Matching ระหว่างอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ของกำลังคนได้จริง&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/aa-2.jpg" alt="" class="wp-image-103677" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/aa-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/aa-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/aa-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/aa-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/aa-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ผมอยากเสนอว่าหน่วยงานที่มีศักยภาพในการทำเรื่องนี้คือสำนักงานประกันสังคม เพราะปัจจุบันสถานประกอบการทุกแห่งต้องส่งข้อมูลการจ้างงานให้ประกันสังคมเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว&nbsp; หากปรับแบบรายงานเพียงเล็กน้อย โดยเพิ่มข้อมูล เช่นปัจจุบันองค์กรมีพนักงานในแต่ละตำแหน่งจำนวนเท่าใด เดือนหรือปีถัดไปต้องการรับเพิ่มอีกกี่คน ต้องการบุคลากรในสาขาใดบ้าง&nbsp; ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถรวบรวมเป็น Big Data ที่สะท้อนความต้องการกำลังคนของประเทศได้อย่างชัดเจน จากนั้นก็ไปยังนักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้เห็นว่าสาขาใดกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp; เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกเรียนได้อย่างเหมาะสม&nbsp; ถ้าเด็กได้รับข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเลือกเรียน เขาก็จะเลือกเรียนในสาขาที่ตลาดต้องการ เมื่อเรียนจบก็มีโอกาสได้ทำงานตรงกับสายอาชีพมากขึ้น เกิดการ Matching ระหว่างความต้องการของภาคอุตสาหกรรมกับระบบการศึกษา”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ชูโมเดลความร่วมมือ &#8220;ระดับจังหวัด&#8221; ตอบโจทย์พื้นที่</strong></h3>



<p>ด้าน <strong>นายสราวุฒิ อยู่วิทยา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย</strong> ย้ำว่าการศึกษาคือเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่ภาคเอกชนสามารถเริ่มได้ทันทีผ่านโมเดลการร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดและ กสศ. เพื่อสำรวจความต้องการแรงงานในพื้นที่จริง แล้วจับคู่กับสถานศึกษาให้ผลิตบัณฑิตที่พร้อมทำงานได้ทันที (Work-Integrated Education) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและสามารถขยายผลต่อยอดได้ทั่วประเทศ</p>



<p>““<strong>ปัญหาการศึกษาเป็นเรื่องที่ไม่มี Quick Win เพราะเป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ หากมองเรื่อง Skill Mismatch ที่หลายคนบอกว่าเด็กจบปริญญาแล้วทำงานไม่ได้ จริง ๆ แล้วปัญหาอาจไม่ได้เริ่มที่มหาวิทยาลัย แต่เริ่มตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิด การวิเคราะห์ การสื่อสาร หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่น&nbsp; ดังนั้นการแก้ปัญหาการศึกษาจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำแล้วเห็นผลในทันที</strong> ผมขอเปรียบเทียบกับฟุตบอลโลก หากวันนี้มีใครบอกว่า &#8220;ปีหน้าประเทศไทยต้องผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก&#8221; ผมเชื่อว่าไม่มีใครทำได้ เพราะการสร้างนักกีฬาที่มีคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก ต้องใช้เวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การศึกษาก็เช่นเดียวกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-02.jpg" alt="" class="wp-image-103673" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“สำหรับหอการค้าไทย เราทำงานด้านการศึกษาในทุกระดับ ตั้งแต่การร่วมออกแบบหลักสูตร (By Design)ซึ่งต้องขอบคุณภาครัฐที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในหลายเวที เช่น คณะอนุกรรมการด้านการผลิตบัณฑิต ที่เชิญหอการค้าเข้าไปร่วมให้ข้อมูลว่าภาคธุรกิจต้องการกำลังคนแบบใด&nbsp; เราเชิญบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Data Center, Smart Farming และสาขาใหม่ ๆ มาร่วมให้ข้อมูลกับภาครัฐว่าวันนี้ตลาดแรงงานต้องการทักษะแบบไหน แน่นอนว่าเราไม่สามารถตอบได้ว่าอีก 3 ปีข้างหน้าความต้องการจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่เราสามารถสะท้อนความต้องการของ &#8220;วันนี้&#8221; เพื่อให้การผลิตบัณฑิตสอดคล้องกับตลาดแรงงานมากที่สุด&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“หลังจากร่วมออกแบบหลักสูตรแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชน สิ่งที่เราพูดมาตลอดคือ เด็กที่เรียนระดับอุดมศึกษาตลอด 4 ปี ควรจบออกมาแล้วสามารถทำงานได้ทันที ตัวอย่างที่สำคัญคือโครงการ CWIE (Cooperative and Work-Integrated Education) ซึ่งไม่ใช่การฝึกงานแบบเดิม&nbsp; แนวคิดคือมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนร่วมกันออกแบบหลักสูตรตั้งแต่ต้น กำหนดว่าบัณฑิตในแต่ละสาขาควรมีทักษะอะไร จากนั้นนักศึกษาจะออกไปทำงานจริงในบริษัทเป็นเวลาประมาณ 1 ปี ได้ใช้เครื่องมือจริง เจอปัญหาจริง และทำงานร่วมกับคนจริง&nbsp; ซึ่งตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ”</p>



<p>“อีกโครงการที่อยากพูดถึงคือ โมเดลพัฒนากำลังคนสายอาชีพระดับจังหวัด ซึ่งหอการค้าไทยดำเนินการร่วมกับ กสศ. มาเป็นปีที่สอง จุดเริ่มต้นมาจากการที่ กสศ. มีทุนการศึกษา แต่อยากให้ทุนเหล่านั้นตอบโจทย์ตลาดแรงงานจริง ไม่ใช่เพียงช่วยเด็กยากจนให้ได้เรียนต่อ แต่ต้องทำให้เด็กเรียนในสาขาที่จบแล้วมีงานทำ เราจึงทำงานร่วมกับหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ โดยปีแรกเริ่มใน 3 จังหวัด และปีนี้ขยายเพิ่มอีก 4 จังหวัด แนวทางคือหอการค้าแต่ละจังหวัดเป็นผู้สำรวจความต้องการของภาคธุรกิจในพื้นที่ แล้วนำข้อมูลไปจับคู่กับสถานศึกษาในจังหวัดหรือจังหวัดใกล้เคียงที่สามารถเปิดการเรียนการสอนในสาขานั้นได้&nbsp; ตัวอย่างเช่น จังหวัดภูเก็ต ภาคธุรกิจระบุชัดว่าต้องการช่างซ่อมบำรุงเรือยอชต์ เราจึงร่วมกับสถานศึกษาเปิดหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการนั้น&nbsp; ผมมองว่าโมเดลนี้เป็น Win-Win&nbsp; และแม้ปัจจุบันจะเริ่มจากเพียง 7 จังหวัด และมีผู้ได้รับทุน 146 คน แต่เสียงตอบรับจากจังหวัดต่าง ๆ ดีมาก ทุกจังหวัดอยากให้มีโครงการลักษณะนี้ เพราะเป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุด และสามารถขยายผลต่อได้ในอนาคต”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณภาพคนคือหัวใจเศรษฐกิจ</strong></h3>



<p><strong>ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)</strong> กล่าวเสริมว่า ในยามที่ประเทศไทยประสบปัญหาอัตราการเกิดต่ำและจำนวนแรงงานหดตัว สิ่งที่จะชดเชยได้ไม่ใช่ &#8220;จำนวน&#8221; แต่คือ &#8220;คุณภาพ&#8221; โดยเฉพาะทักษะการคิดวิเคราะห์และการอยู่ร่วมกับ AI ซึ่งจะต้องมีการวางรากฐานการศึกษาที่ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อไม่ให้ความยากจนส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-03.jpg" alt="" class="wp-image-103672" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“<strong>ทุนมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพ สิ่งสำคัญคือแรงงานคุณภาพ เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงและจำนวนแรงงานที่หดตัวอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่จะชดเชยจำนวนคนที่ลดลงได้จึงไม่ใช่จำนวน แต่คือคุณภาพของคน&nbsp; ยิ่งมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาจำนวนมาก หรือยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประเทศก็ยิ่งสูญเสียโอกาสในการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงา</strong>น เพราะการทำงานร่วมกับ AI ไม่ใช่เพียงการสั่ง Prompt แต่ต้องอาศัยทักษะการคิด การวิเคราะห์ และความสามารถในการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก”</p>



<p>นอกจากนี้ ดร.ดอนย้ำว่า การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างทุนมนุษย์ ขณะเดียวกันความไม่เสมอภาคทางการศึกษาก็เป็นวงจรที่ทำให้ความยากจนส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพราะในประเทศที่พัฒนาแล้ว การศึกษาเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองได้ จึงอยากเห็นทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนและควรเป็นวาระแห่งชาติในสร้างโอกาสทางการศึกษา เพื่อพัฒนาคนและยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป: แนวทางสู่ความเปลี่ยนแปลง (Game Changer)</strong></h3>



<p>เหล่าวิทยากรในเวทีนี้ยังได้ฝากข้อเสนอแนะถึงภาครัฐว่า การปฏิรูปการศึกษาไม่จำเป็นต้องรอโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวที่ช่วยลดภาระผู้ปกครองและส่งเสริมโอกาสให้เด็ก เช่น การแยกแบบฝึกหัดออกจากหนังสือเรียนเพื่อการใช้ซ้ำ, การปรับระเบียบการแต่งกายที่ไม่จำเป็น และที่สำคัญที่สุดคือการ &#8220;ลดขั้นตอนความยุ่งยาก&#8221; ในการทำงานร่วมกัน เพื่อเปิดทางให้ภาคเอกชนที่มีความตั้งใจจริง สามารถเข้ามาร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนการศึกษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ทั้งนี้ เวทีเสวนาสรุปภาพรวมว่า <strong>หัวใจสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ คือการที่ทุกภาคส่วนต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการรอคอยนโยบาย ไปสู่การ &#8220;ลงมือทำในสิ่งที่ควบคุมได้&#8221; และประสานพลังกันเพื่อสร้างระบบนิเวศการศึกษาที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กไทยทุกคนในระยะยาว</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-01.jpg" alt="" class="wp-image-103675" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_ภาคธุรกิจ-ตลาดทุน-ผนึกกำลัง-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040726-3/">4 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ร่วมมือ กสศ.       เร่งเครื่องปฏิรูป “ทุนมนุษย์” พลิกโฉมการศึกษาไทยสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ชู 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม สร้างความต่อเนื่องการปฏิรูปเปลี่ยนงบการศึกษาจาก “ค่าใช้จ่าย” สู่ “การลงทุนในทุนมนุษย์”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-040726/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2026 04:21:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนในทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103641</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ประสารชี้ การศึกษาไทยไม่ได้ขาดนโยบายที่ดี แต่ขาดกลไก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040726/">กสศ. ชู 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม สร้างความต่อเนื่องการปฏิรูปเปลี่ยนงบการศึกษาจาก “ค่าใช้จ่าย” สู่ “การลงทุนในทุนมนุษย์”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.ประสารชี้ การศึกษาไทยไม่ได้ขาดนโยบายที่ดี แต่ขาดกลไกทำให้นโยบายเดินหน้าต่อเนื่อง ย้ำ กสศ. ไม่ได้ทำหน้าที่แทนหน่วยงานใด แต่มุ่งเชื่อมข้อมูล งานวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน</strong></p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดการประชุมสัมมนาวิชาการ Equity Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย” โดยมีผู้แทนจากฝ่ายนโยบายและฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งคณะกรรมาธิการด้านการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนผู้บริหารจากองค์กรหลักของภาคการเงิน ตลาดทุน และภาคเอกชนไทยเข้าร่วม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-08.jpg" alt="" class="wp-image-103644" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>องค์กรที่เข้าร่วมประกอบด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ให้เป็นการลงทุนระยะยาวของประเทศ</p>



<p>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “8 for Infinity: 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทย” ว่า ปัญหาการศึกษาไทยไม่ได้อยู่ที่การขาดนโยบายหรือความตั้งใจที่ดี แต่อยู่ที่ความไม่ต่อเนื่องของการปฏิรูป และการขาดกลไกเชิงสถาบันที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายจนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>ระหว่างปี 2542–2560 ประเทศไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถึง 20 คน หรือมีเวลาทำงานเฉลี่ยคนละ 10–11 เดือน ขณะที่เวียดนามและสิงคโปร์เปลี่ยนรัฐมนตรี 4 คนและ 5 คนตามลำดับในช่วงเวลาเดียวกัน ส่งผลให้นโยบายจำนวนหนึ่งถูกทบทวนหรือเปลี่ยนแปลงเมื่อมีรัฐบาลหรือผู้บริหารชุดใหม่</p>



<p>“โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้ความต่อเนื่องของนโยบายไม่ผูกอยู่กับความต่อเนื่องของบุคคล เพราะนโยบายที่ดีต้องมีหลักยึดและเดินหน้าต่อได้ แม้บริบททางการเมืองจะเปลี่ยนแปลง” ดร.ประสารกล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-9 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103652" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-11.jpg" alt="" class="wp-image-103652" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-11.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-11-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>กสศ. จึงถูกออกแบบให้เป็นกลไกเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ใช้ข้อมูล งานวิจัย และหลักฐานเชิงประจักษ์ในการออกแบบ ทดลอง และพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนกลไกการศึกษาทั้งระดับชาติและระดับพื้นที่ โดยไม่ได้ทำหน้าที่แทนหน่วยงานใดหรือดำเนินงานเพียงลำพัง</p>



<p>ในโอกาสที่ กสศ. ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ดร.ประสารได้สรุปบทเรียนการทำงานตลอด 8 ปี ผ่าน “8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทย ดังนี้</p>



<p><strong>1. ระบบข้อมูล ทำให้ประเทศมองเห็นเด็กและปัญหาได้ตรงจุด</strong></p>



<p>กสศ. พัฒนาฐานข้อมูลเด็กรายบุคคลระดับประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลจากกว่า 20 หน่วยงาน ครอบคลุมเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 4 ล้านคน ทำให้สามารถติดตามเส้นทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงวัยทำงาน และนำข้อมูลไปใช้ระดมความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือเด็กได้ตรงตามสภาพปัญหา</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจติดตามเด็กกลุ่มเดิมต่อเนื่องเกือบ 10 ปี ทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลระยะยาวสำหรับวิเคราะห์พัฒนาการและคุณภาพการเรียนรู้ รวมถึงศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายและการลงทุนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-11 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103647" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-04.jpg" alt="" class="wp-image-103647" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103648" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-05.jpg" alt="" class="wp-image-103648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>2. หลักประกันโอกาสทางการศึกษา ตัดวงจรความยากจนข้ามรุ่น</strong></p>



<p>กสศ. พัฒนาระบบเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือ Conditional Cash Transfer ซึ่งบูรณาการการคัดกรองความยากจน การติดตามพัฒนาการทางร่างกาย และการเข้าเรียนอย่างต่อเนื่องไว้ในระบบเดียวกัน</p>



<p>ในปี 2568 ระบบดังกล่าวสนับสนุนนักเรียนยากจนพิเศษ 1.39 ล้านคน ซึ่งอยู่ในครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ย 1,236 บาทต่อคนต่อเดือน ผ่านการคัดกรองโดยครูกว่า 400,000 คนทั่วประเทศ ส่งผลให้นักเรียนกลุ่มนี้มีอัตราการคงอยู่ในระบบการศึกษาร้อยละ 97</p>



<p>กสศ. ยังเชื่อมต่อเส้นทางทุนตั้งแต่ระดับอนุบาลและการศึกษาภาคบังคับ ไปจนถึงการศึกษาระดับที่สูงขึ้น ผ่านทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น และทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ หรือ ODOS เพื่อให้เด็กสามารถเรียนได้สูงสุดตามศักยภาพ</p>



<p><strong>3. Thailand Zero Dropout ค้นหาและสร้างเส้นทางการเรียนรู้ให้เด็กนอกระบบ</strong></p>



<p>ปัจจุบัน Thailand Zero Dropout เชื่อมโยงอย่างน้อย 11 หน่วยงานหลัก ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด และสามารถนำเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาในปี 2567 กลับเข้าสู่การเรียนรู้ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ได้กว่า 330,000 คน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-13.jpg" alt="" class="wp-image-103650" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-13.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-13-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p><strong>4. โรงเรียนพัฒนาตนเอง ยกระดับคุณภาพจากความต้องการของแต่ละพื้นที่</strong></p>



<p>สร้างกลไกและเครือข่ายที่ช่วยให้โรงเรียนวิเคราะห์ปัญหา ใช้ข้อมูล และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดให้ครู โรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น และภาคีร่วมคิดและร่วมเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง</p>



<p>ในปี 2568 มีโรงเรียน 1,364 แห่งใน 48 จังหวัดเข้าร่วมโครงการ และมีโรงเรียนกว่า 3,661 แห่งนำระบบ Q-Info ไปใช้ติดตามและสนับสนุนนักเรียนเป็นรายบุคคล หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมีเครื่องมือ แต่คือการทำให้โรงเรียนสามารถใช้ข้อมูลเพื่อเรียนรู้และตัดสินใจได้ด้วยตนเอง</p>



<p><strong>5. ครูรัก(ษ์)ถิ่น สร้างครูคุณภาพจากคนในชุมชน</strong></p>



<p>ค้นหาและพัฒนาคนรุ่นใหม่ในชุมชนให้ได้รับการศึกษาจนสามารถกลับไปเป็นครูในบ้านเกิดของตนเอง บัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 และ 2 จำนวน 622 คน ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียน 555 แห่ง ครอบคลุม 52 จังหวัด และมีอัตราการคงอยู่ในเส้นทางวิชาชีพร้อยละ 99.6 ครูเหล่านี้ไม่เพียงมีความรู้ด้านการสอน แต่ยังเข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทชีวิตของเด็กในชุมชน</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-13 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="103645" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-02.jpg" alt="" class="wp-image-103645" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>6. การศึกษาที่ยืดหยุ่น ทำให้ระบบเดินทางไปหาเด็ก</strong></p>



<p>การศึกษาที่ยืดหยุ่นตั้งอยู่บนหลักการว่า เด็กแต่ละคนมีเงื่อนไขชีวิตไม่เหมือนกัน ระบบการศึกษาจึงไม่ควรบังคับให้เด็กทุกคนเดินบนเส้นทางเดียวกัน แต่ต้องเปิดโอกาสให้สามารถเรียนรู้ผ่านรูปแบบ เวลา และสถานที่ที่หลากหลาย</p>



<p>นวัตกรรม “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ขยายครอบคลุม 927 อำเภอ ขณะที่ Mobile School ช่วยลดข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา และหน่วยจัดการเรียนรู้เชิงพื้นที่ 670 แห่งใน 71 จังหวัด เชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับทักษะชีวิตและอาชีพ</p>



<p>ก้าวต่อไปคือการพัฒนา Learning Passport เพื่อให้ความรู้และทักษะที่เกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน ชุมชน หรือชีวิตจริง ได้รับการรับรองและนำไปใช้ศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพได้</p>



<p>“การศึกษาที่ยืดหยุ่นไม่ใช่การลดมาตรฐาน แต่คือการเปิดเส้นทางที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกคนสามารถไปถึงศักยภาพสูงสุดของตนเองได้” ดร.ประสารกล่าว</p>



<p><strong>7. All for Education เปลี่ยนทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนการลงทุน</strong></p>



<p>ดร.ประสารระบุว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา งบประมาณที่คณะกรรมการบริหาร กสศ. เสนอต่อรัฐบาลถูกปรับลดลงโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 20–25 ต่อปี สะท้อนว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีขนาดและความซับซ้อนเกินกว่าจะขับเคลื่อนด้วยงบประมาณภาครัฐเพียงลำพัง</p>



<p>แนวคิด All for Education จึงมุ่งเปลี่ยนภาคส่วนต่าง ๆ จากผู้ชมเป็นผู้สนับสนุน และพัฒนาไปสู่การเป็นหุ้นส่วนการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนจากการบริจาคเป็นการร่วมลงทุน และจากกิจกรรมระยะสั้นเป็นความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของเด็กในระยะยาว&nbsp; เปลี่ยนวิธีมองงบประมาณด้านการศึกษาจาก “ค่าใช้จ่าย” เป็น “การลงทุนในทุนมนุษย์”</p>



<p><strong>8. การวิจัยเชิงประจักษ์ เปลี่ยนความเชื่อให้เป็นหลักฐาน</strong></p>



<p>งานวิจัยช่วยทำให้ประเทศมองเห็นปัญหาที่เคยไม่ปรากฏชัด ทั้งจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา พัฒนาการระยะยาวของเด็กในพื้นที่ชนบท ปัจจัยความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต รวมถึงเด็กที่มีศักยภาพสูงแม้อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ซึ่งนำไปสู่การออกแบบนโยบายและทุนการศึกษาที่เหมาะสม</p>



<p>ดร.ประสารกล่าวว่า การลดงบประมาณด้านการวิจัยอาจดูเหมือนช่วยประหยัดในระยะสั้น แต่เปรียบเสมือนการถอดเข็มทิศออกจากเรือ เพราะแม้เรือจะยังเดินหน้าต่อไปได้ แต่จะไม่สามารถมั่นใจได้ว่ากำลังเดินทางไปในทิศทางที่ถูกต้อง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-03.jpg" alt="" class="wp-image-103649" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/07/0704_กสศ.-ชู-8-นวัตกรรมเปลี่ยนเกม-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ดร.ประสารย้ำว่า ทั้ง 8 นวัตกรรมไม่ใช่ผลงานของ กสศ. เพียงองค์กรเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือกับครูกว่า 400,000 คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 7,850 แห่ง ตลอดจนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคมทั่วประเทศ</p>



<p>โจทย์ต่อจากนี้คือการทำให้นวัตกรรมที่พิสูจน์ผลแล้วสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ผูกติดกับงบประมาณรายปีหรือเปลี่ยนแปลงตามรัฐบาล พร้อมยกระดับงบประมาณด้านการศึกษาจาก “ค่าใช้จ่าย” ไปสู่ “การลงทุนในทุนมนุษย์” ซึ่งสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่เด็ก ครอบครัว ตลาดแรงงาน และสังคมไทยในระยะยาว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040726/">กสศ. ชู 8 นวัตกรรมเปลี่ยนเกม สร้างความต่อเนื่องการปฏิรูปเปลี่ยนงบการศึกษาจาก “ค่าใช้จ่าย” สู่ “การลงทุนในทุนมนุษย์”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. แต่งตั้งบอร์ดบริหาร กสศ. ชุดใหม่ 5 ตำแหน่ง นำโดย “ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย” มีผล 10 กรกฎาคม 2569</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-160626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 09:07:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103074</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160626/">ครม. แต่งตั้งบอร์ดบริหาร กสศ. ชุดใหม่ 5 ตำแหน่ง นำโดย “ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย” มีผล 10 กรกฎาคม 2569</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติอนุมัติตามที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา รวม 5 ตำแหน่ง เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569&nbsp;</p>



<p>การแต่งตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความเข้มแข็งในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยผู้ได้รับการแต่งตั้ง ประกอบด้วย</p>



<ol>
<li><strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย</strong> ประธานกรรมการ</li>



<li><strong>นายนิธิ ภัทรโชค</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;</li>



<li><strong>รองศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ภาควิชาการ</li>



<li><strong>นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชน</li>



<li><strong>ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-4.jpg" alt="" class="wp-image-103075" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ. </strong>เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารภาครัฐ การกระจายอำนาจ และธรรมาภิบาล มีประสบการณ์ทำงานในระดับนโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคมและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เข้าใจปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะด้านการศึกษา และมีความสามารถในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 อนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ร. กรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ และอุปนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</p>



<p>นอกจากนี้ ยังเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ Thailand Zero Dropout Plus ระดับชาติ และประธานคณะทำงาน Thailand Zero Dropout ของ กสศ. ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-5.jpg" alt="" class="wp-image-103076" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ</strong> เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ กลยุทธ์ธุรกิจ การพัฒนาที่ยั่งยืน และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมระดับประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจเอสซีจี และกรรมการธรรมาภิบาล ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจะมีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับการพัฒนาทักษะกำลังคนที่สอดคล้องกับโลกการทำงานในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-4.jpg" alt="" class="wp-image-103077" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>รองศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ภาควิชาการ</strong> เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านกฎหมายและการศึกษา เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นหนึ่งในผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมพิจารณายกร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 รวมทั้งมีบทบาทในคณะกรรมการด้านกฎหมายสำคัญหลายชุดของประเทศ เช่น คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และคณะอนุญาโตตุลาการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-3.jpg" alt="" class="wp-image-103078" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน</strong> เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระและประธานกรรมการเทคโนโลยี บริษัท เอสซีบีเอกซ์ จำกัด (มหาชน) นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนกำเนิดวิทย์ และประธานกรรมการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการพัฒนาคนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-5.jpg" alt="" class="wp-image-103079" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม</strong> เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน และเครือข่ายด้านเด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 49 ปี มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานของ กสศ. ในหลายมิติ และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร กสศ. มาแล้วหนึ่งวาระ จึงสามารถสานต่อการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างต่อเนื่อง</p>



<p>การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับคณะกรรมการบริหาร กสศ. ด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์จากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างเสมอภาค</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160626/">ครม. แต่งตั้งบอร์ดบริหาร กสศ. ชุดใหม่ 5 ตำแหน่ง นำโดย “ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย” มีผล 10 กรกฎาคม 2569</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อว.-กสศ.-ทปอ. ปักธง TCAS70 ‘สร้างหลักประกันโอกาส’ พัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมข้อมูลเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์ สู่ทุนการศึกษา-สวัสดิการ ตัดวงจรเหลื่อมล้ำเข้ามหาวิทยาลัย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-120626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 07:59:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ทปอ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103010</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120626/">อว.-กสศ.-ทปอ. ปักธง TCAS70 ‘สร้างหลักประกันโอกาส’ พัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมข้อมูลเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์ สู่ทุนการศึกษา-สวัสดิการ ตัดวงจรเหลื่อมล้ำเข้ามหาวิทยาลัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สำหรับนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ระดับอุดมศึกษา ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</strong> กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีทุนการศึกษามากเพียงพอในระดับหนึ่ง แต่เรายังขาด “ระบบการจัดการ” ทุนการศึกษาที่ช่วยให้องค์กร หรือ ผู้ที่ต้องการสนับสนุนทุนการศึกษา ได้เจอนักเรียน นักศึกษาที่มีศักยภาพและต้องการทุนการศึกษา จนวันนี้เรามีความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ที่ช่วยให้เขาเชื่อมโยงข้อมูล เด็กที่ผ่านการพิสูจน์เศรษฐสถานะมาแล้วว่าอยู่ในครัวเรือนยากจน และยากจนพิเศษและได้รับทุนเสมอภาคตลอด 12 ปี</p>



<p>“นักเรียนกลุ่มนี้เวลาสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัย พวกเรากลับไม่รู้จักเขา จนน้อง ๆ เขาต้องหาเงินค่าสมัครสอบ ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ตั้งแต่ต้น และบางคนก็หลุดออกจากระบบไปในช่วงรอยต่อนั้น จนเกิดปรากฏการณ์ The Lost Einstein ขึ้นในประเทศไทยมายาวนาน แต่นี่คือปัญหาที่เราแก้ไขได้ด้วยการจัดการด้านข้อมูล และการบูรณาการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และวันนี้เรากำลังแก้ไขอย่างเป็นระบบที่ยั่งยืน” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-1.jpg" alt="" class="wp-image-103013" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน<strong> </strong>&nbsp;กล่าวว่า ปีนี้กระทรวง อว. ได้เตรียมพร้อมมาตรการ TCAS70&nbsp; เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายสูงสุด 3,150 บาทต่อคน ไม่ว่าจะเป็นฟรีค่าสอบ TGAT/TPAT 1-5 และ A-Level (สูงสุด 7 วิชา) , ค่าสมัครรอบ 3 (Admission) สูงสุด 7 อันดับ ,ลดค่าสมัครรอบ Portfolio ลง 25% สำหรับนักเรียนในระบบ กสศ. ซึ่งจะช่วยเหลือนักเรียนได้มากกว่า 28,000 คน และเตรียมเปิดตัวระบบ TCAS Verified เพื่อยืนยันตัวตนเด็กขาดแคลนในระบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทันทีภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้</p>



<p>“ขอให้มหาวิทยาลัยทุกสังกัดใช้ข้อมูล กสศ. จัดสรรทุนการศึกษาให้นักเรียนทุนเสมอภาคเพื่อให้นักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่ต้องพิสูจน์ฐานะซ้ำ รวมถึงให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งเปิดเผยข้อมูลการจัดสรรทุนการศึกษาให้นักเรียนทุนเสมอภาค โดยระบุจำนวนและสัดส่วนนักเรียนทุนเสมอภาคที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกแหล่งทุนภายในสถาบัน   นอกจากนี้ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยนำร่อง 4 แห่งม.เกษตรศาสตร์ ม.พะเยา ม.ราชภัฏนครราชสีมา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่จะทำงานร่วมกับ กสศ. ปี 2569 วิเคราะห์ข้อมูลและจัดสรรทุนการศึกษา เพื่อดำเนินการในปี 2570 ถือเป็นต้นแบบที่ขอให้มีการขยายผลไปยังมหาวิทยาลัยทุกแห่ง และกระทรวงจะผลักดันให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งดำเนินการตามต่อไป </p>



<p>“ในทุกๆ ปี มีเด็กเก่งระดับช้างเผือกจำนวนมากต้องเปลี่ยนใจไม่เรียนต่อ เพียงเพราะ &#8220;ค่าใช้จ่ายช่วงรอยต่อ&#8221; และการขาดข้อมูลสวัสดิการที่ทั่วถึง กระทรวง อว. จะจับมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และ กสศ. เพื่อสื่อสารสิทธิ์สวัสดิการเชิงรุกตรงถึงตัวเด็ก ทุกโรงเรียน ทุกสังกัด ก่อนสมัครสอบ ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ โดยมุ่งเป้าเพิ่มอัตราการเรียนต่อ อีก 1 เท่าตัวของเด็กกลุ่มที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของ กสศ. และเสียงสะท้อนจากเด็กๆในวันนี้ ผมจะนำข้อเสนอจากน้องๆ ไปทำนโยบายของกระทรวง อว. และ ของรัฐบาลที่ตรงโจทย์ของเยาวชนในวันนี้ได้มากที่สุด” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-2.jpg" alt="" class="wp-image-103014" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร&nbsp; ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</strong> กล่าวว่า จากข้อมูลเชิงสถิติของระบบ TCAS ตั้งแต่ปี 2565 – 2568 พบว่ามีนักเรียนทุนเสมอภาคสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทางเศรษฐกิจและยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยรวมแล้วถึง 85,363 คน โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และเมื่อเจาะลึกข้อมูลรายภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีนักเรียนทุนเสมอภาคยืนยันสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยสูงที่สุดในประเทศ โดยสามารถจำแนกตามภูมิภาคได้ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 34,531 คน&nbsp; ภาคกลาง 23,103 คน ภาคเหนือ 13,175 คน&nbsp; ภาคใต้ 11,407 คน ภาคตะวันออก 2,513 คน ภาคตะวันตก 634 คน</p>



<p>สำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่มีนักเรียนทุนเสมอภาคยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษามากที่สุด 10 อันดับแรก พบว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครองอันดับ 1 ของประเทศติดต่อกัน โดยในปี 2568 มีจำนวน 3,040 คน (หรือคิดเป็น 21.64% ของนักศึกษาเข้าใหม่ทั้งหมด) และปี 2567 มีจำนวน 3,193 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 26% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมด ตามมาด้วย สถาบันพระบรมราชชนก ที่มีสัดส่วนของนักเรียนทุนเสมอภาคสูงถึง 60% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมด  1,467 คน และอันดับสามมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 1,181 คน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ 1,089 คน ในปี 2568</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-1.jpg" alt="" class="wp-image-103015" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวว่า ถึงแม้ตัวเลขการเข้าเรียนดูจำนวนมากแต่ยังมีเด็กอีกไม่น้อยที่ยังเข้าไปไม่ถึงฝัน เพราะกำแพงค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว&nbsp; ไม่ว่าจะเป็น &#8220;ค่าใช้จ่ายช่วงรอยต่อ&#8221; ของการเข้ามหาวิทยาลัย สูงถึง 12 เท่า เมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยของครอบครัวยากจนพิเศษ โดยมีค่าใช้จ่ายสะสมช่วงเปลี่ยนผ่านอยู่ที่ประมาณ 13,200 – 29,000 บาท ไม่ว่าจะเป็นค่าสอบวิชาละ 100 &#8211; 140 บาท, ค่าสมัครรอบ Portfolio 300 &#8211; 500 บาท ต่อโครงการ ,ค่าแรกเข้าและค่าหอพัก 2,500 &#8211; 7,000 บาท ,&nbsp; ค่าเทอมงวดแรก 10,000 &#8211; 20,000 บาท&nbsp; ซึ่งต้องจ่ายทันทีเพื่อรักษาสิทธิ์โดยไม่สามารถผ่อนผันได้&nbsp;</p>



<p>“นอกจากนี้ เด็กกลุ่มนี้ยังต้องเผชิญปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งทุนการศึกษา ขาดการแนะแนวที่ตรงตามศักยภาพ ตลอดจน &#8220;ค่าใช้จ่ายในการย้ายถิ่นฐาน&#8221; โดยปี 2568 มีนักเรียนที่ต้องย้ายถิ่นฐานข้ามภูมิภาคจำนวน 4,139 คน และข้ามจังหวัดในภูมิภาคเดียวกันอีก 10,934 คน นำไปสู่ค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากที่ทำให้นักเรียนจำนวนหนึ่งต้องหลุดออกจากระบบ” ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04.jpg" alt="" class="wp-image-103016" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม</strong> กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายทั้ง 6 หน่วยงาน ประกอบด้วยสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.)&nbsp; จับมือกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี เพื่อเดินหน้าสร้าง <strong>&#8220;ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา&#8221;</strong> และผลักดันให้เกิด &#8220;การศึกษาที่ไร้รอยต่อ&#8221; อย่างแท้จริง พร้อมขจัดอุปสรรคทุกรอยต่อด้วยนวัตกรรมและข้อมูล<br></p>



<p><strong>“กสศ.</strong> จะเป็นต้นทางในการใช้ระบบคัดกรองและส่งต่อฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ <strong>ส่วน ทปอ. </strong>จะรับไม้ต่อเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลนี้เข้ากับระบบคัดเลือกกลาง (TCAS) ทำให้เราเห็นตัวตนของเด็กและส่งต่อสิทธิ์ไปยังมหาวิทยาลัยได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ปล่อยให้ใครหลุดหายไปในระหว่างทาง พร้อมทั้งทำงาน<strong>ร่วมกับ สป.อว.</strong> ที่จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงนโยบายในการส่งต่อข้อมูล ควบคุมกำกับดูแล และขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงนโยบาย เช่น การลดค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ และการระดมแหล่งทุนการศึกษา และที่<strong>สำคัญที่สุดคือ ทปอ.มทร., ทปอ.มรภ. และ สสอท.</strong> ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการในพื้นที่จริง จะร่วมเปิดสถาบันในเครือข่ายเป็นพื้นที่วิจัย พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือ และคอยประคับประคองนักศึกษาทุนทุกคน” ปลัด อว. กล่าว </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-2.jpg" alt="" class="wp-image-103018" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-2.jpg" alt="" class="wp-image-103019" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย </strong> กล่าวเพิ่มเติม นี่คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยง มหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน และแหล่งทุนอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน และ<strong>ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในทันที คือในปีการศึกษา 2569 นี้ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. ที่เข้าสู่ระบบ TCAS70 ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 34,000 ถึง 41,000 คน</strong> จะได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120626/">อว.-กสศ.-ทปอ. ปักธง TCAS70 ‘สร้างหลักประกันโอกาส’ พัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมข้อมูลเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์ สู่ทุนการศึกษา-สวัสดิการ ตัดวงจรเหลื่อมล้ำเข้ามหาวิทยาลัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาคีเครือข่าย กสศ. ถอดบทเรียน 2 ปี “ครูรัก(ษ์)ถิ่น รักคุณธรรม” ขับเคลื่อน 133 โรงเรียนนำร่อง สร้างพลังคุณธรรมสู่การเปลี่ยนแปลงของชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-090626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 12:03:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น รักคุณธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[Symposium : Small Spark from School to Better Community]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ นวัตกรรม คุณธรรม เปลี่ยนชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102919</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090626/">ภาคีเครือข่าย กสศ. ถอดบทเรียน 2 ปี “ครูรัก(ษ์)ถิ่น รักคุณธรรม” ขับเคลื่อน 133 โรงเรียนนำร่อง สร้างพลังคุณธรรมสู่การเปลี่ยนแปลงของชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม (SYSI) จัดการประชุมวิชาการ <strong>“Symposium : Small Spark from School to Better Community”</strong> ภายใต้หัวข้อ “<strong>ระบบนิเวศ นวัตกรรม คุณธรรม เปลี่ยนชุมชน”</strong> ณ สำนักงาน กสศ. และผ่านระบบออนไลน์ เพื่อสรุปบทเรียน เผยแพร่องค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตลอด 2 ปีของโครงการ <strong>“ครูรัก(ษ์)ถิ่น รักคุณธรรม”</strong></p>



<p>โครงการดังกล่าวได้ขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเพื่อส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพครูในโรงเรียนปลายทางครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 จำนวน 133 โรงเรียน ใน 35 จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านการประยุกต์ใช้ <strong>“หลักการและกระบวนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม 4+6 โมเดลสำหรับโรงเรียน”</strong> จนเกิดนวัตกรรมทางการศึกษากว่า 450 ผลงาน และแผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการคุณธรรมจริยธรรมมากกว่า 500 เรื่อง สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาคุณธรรมสามารถเกิดขึ้นได้จริงในบริบทของสถานศึกษา และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับผู้เรียน ครู โรงเรียน และชุมชน</p>



<p>หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่ถูกนำมาแลกเปลี่ยนบนเวที คือ <strong>โรงเรียนอนุบาลแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong> ซึ่งแม้จะไม่ได้มีหลักสูตรพิเศษหรือจุดเด่นด้านวิชาการที่แตกต่างจากโรงเรียนอื่น แต่ได้บูรณาการการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปในกระบวนการเรียนรู้และวิถีชีวิตของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองและชุมชน หลายครอบครัวตัดสินใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเพราะเชื่อมั่นในแนวทางการปลูกฝังคุณธรรม ส่งผลให้จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าคุณธรรมไม่ได้เป็นเพียงเนื้อหาในห้องเรียน แต่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความเข้มแข็งให้กับโรงเรียนและชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-102920" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-19.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-19-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ภายในงานได้รับเกียรติจาก <strong>ศาสตราจารย์ นพ.เกษม วัฒนชัย</strong> ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การพัฒนาคุณธรรมกับสังคมไทยในปัจจุบัน” โดยเน้นย้ำว่า การศึกษาไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างคนเก่ง แต่ต้องสร้างคนดีที่สามารถใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคมได้อย่างถูกต้อง คุณธรรมจริยธรรมจึงเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและพฤติกรรม ช่วยให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ พร้อมรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-102921" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-18.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-18-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.พิเชฐร์ วันทอง</strong> รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะประธานการประชุม กล่าวว่า การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย “ระบบนิเวศทางการศึกษา” ที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่</p>



<p>“4+6 โมเดลสำหรับโรงเรียน เป็นนวัตกรรมการพัฒนาคุณธรรมเชิงระบบที่ไม่ได้เพิ่มภาระงานให้แก่ครู แต่เป็นการบูรณาการคุณธรรมเข้าไปในกระบวนการเรียนการสอนและการบริหารจัดการสถานศึกษาที่ดำเนินการอยู่แล้ว โดยใช้ต้นทุนและทรัพยากรเดิมของโรงเรียนเป็นฐานในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาคุณธรรมสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ทั้งในระดับผู้เรียน ครู โรงเรียน และชุมชน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="933" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-20-1400x933.jpeg" alt="" class="wp-image-102922" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-20-1400x933.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-20-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-20-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-20-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-20-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-20-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-20.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท </strong>ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า หัวข้อ “Small Spark from School to Better Community” สะท้อนความเชื่อสำคัญว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของสังคมสามารถเริ่มต้นได้จากประกายเล็ก ๆ ในห้องเรียน จากความตั้งใจของครูคนหนึ่ง นักเรียนคนหนึ่ง หรือโรงเรียนหนึ่งแห่ง และเมื่อได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงของชุมชนและสังคมได้</p>



<p>“เวทีในวันนี้เป็นพื้นที่สำคัญในการรวบรวมองค์ความรู้ ถอดบทเรียน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากโรงเรียน ครู ผู้บริหาร และภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันค้นหาปัจจัยแห่งความสำเร็จ ต่อยอดนวัตกรรมการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และขยายผลสู่สถานศึกษาอื่น ๆ ในอนาคต”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-21.jpeg" alt="" class="wp-image-102923" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-21.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-21-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-21-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-21-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-21-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-22.jpeg" alt="" class="wp-image-102924" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-22.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-22-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-22-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-22-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-22-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ภายในงานมีการนำเสนอผลลัพธ์การดำเนินงานในมิติต่าง ๆ ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 7 ห้องย่อย ได้แก่ ห้องโรงเรียน ห้องนักเรียน ห้องครูและจรรยาบรรณวิชาชีพ ห้องผู้บริหาร ห้องผู้ปกครองและชุมชน ห้องนวัตกรรมทางการศึกษาสู่ชุมชน และห้องครูปฐมวัยและครูประถมศึกษา โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานจากพื้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเติมเต็มองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาบนฐานของคุณธรรมอย่างยั่งยืน</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีเวทีสะท้อนบทเรียนและให้ข้อคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. อาทิ <strong>คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา, ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า, รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ  และ ดร.อุดม วงษ์สิงห์</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</strong> ซึ่งร่วมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเชิงระบบ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อสร้างพลเมืองที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-15 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102930" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-1.jpg" alt="" class="wp-image-102930" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102929" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-1.jpg" alt="" class="wp-image-102929" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-17 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102928" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-1.jpg" alt="" class="wp-image-102928" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102927" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07.jpg" alt="" class="wp-image-102927" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-19 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102925" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-1.jpg" alt="" class="wp-image-102925" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102926" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-1.jpg" alt="" class="wp-image-102926" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของงาน คือ การมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติแก่โรงเรียนนำร่องที่มีผลงานโดดเด่น ครูต้นแบบการบูรณาการชั้นเรียนคุณธรรมจริยธรรม และผลงานนวัตกรรมทางการศึกษาสู่ชุมชน เพื่อยกย่องบุคลากรและสถานศึกษาที่ร่วมขับเคลื่อนการสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมในโรงเรียนและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>ภายในงานยังมีการเปิดตัว Platform E-Learning สำหรับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมผ่านกลไก 4+6 โมเดล โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพครู และการขยายผลนวัตกรรมการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสู่เครือข่ายสถานศึกษาทั่วประเทศ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-23.jpeg" alt="" class="wp-image-102931" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-23.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-23-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-23-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-23-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-23-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-24.jpeg" alt="" class="wp-image-102932" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-24.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-24-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-24-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-24-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-24-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>การประชุมวิชาการครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการสานพลังความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเชิงระบบ ผ่านบทบาทของครู โรงเรียน และชุมชน เพื่อสร้างรากฐานของการศึกษาไทยที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นทั้ง “คนเก่ง คนดี และมีความสุข” พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมและประเทศในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090626/">ภาคีเครือข่าย กสศ. ถอดบทเรียน 2 ปี “ครูรัก(ษ์)ถิ่น รักคุณธรรม” ขับเคลื่อน 133 โรงเรียนนำร่อง สร้างพลังคุณธรรมสู่การเปลี่ยนแปลงของชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รมช.ศธ. ยก “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ฟันเฟืองสำคัญลดเหลื่อมล้ำโรงเรียนห่างไกล หนุนเป็น “ครูนักพัฒนาชุมชน” สร้างนิเวศการเรียนรู้เพื่อเด็กและชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-050626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 11:58:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ครูนักพัฒนาชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[รมช.ศธ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102848</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-050626/">รมช.ศธ. ยก “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ฟันเฟืองสำคัญลดเหลื่อมล้ำโรงเรียนห่างไกล หนุนเป็น “ครูนักพัฒนาชุมชน” สร้างนิเวศการเรียนรู้เพื่อเด็กและชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 <strong>นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong> กล่าวแสดงความยินดีและส่งกำลังใจแก่ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 จำนวน 295 คน ผ่านระบบ Zoom ระหว่างลงพื้นที่ปฏิบัติราชการร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ จังหวัดนครราชสีมา พร้อมมอบแนวคิดในการปฏิบัติตนแก่ครูรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมกลับไปพัฒนาการศึกษาและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนบ้านเกิดของตนเอง</p>



<p>โอกาสนี้ <strong>นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong> ได้ร่วมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น พลังคนรุ่นใหม่พัฒนาท้องถิ่น” ในกิจกรรมปฐมนิเทศข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา</p>



<p>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นความร่วมมือในการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนจากพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส แต่มีผลการเรียนดีและมีจิตวิญญาณความเป็นครู ให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พร้อมพัฒนาเป็น “ครูนักพัฒนาชุมชน” ที่จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนบ้านเกิด เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนครูและยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-5.jpeg" alt="" class="wp-image-102849" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-5.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-5-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-5-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-5-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-5-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>นายอัครนันท์</strong> กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าทุกคนที่เลือกเดินบนเส้นทางวิชาชีพครูล้วนมีแรงบันดาลใจในการทำงาน และสำหรับครูรัก(ษ์)ถิ่น สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือความรักในบ้านเกิดและความเสียสละที่จะกลับไปทุ่มเทเพื่อพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง จึงขออวยพรให้ทุกคนมีพลังกายและพลังใจที่แข็งแกร่งตลอดเส้นทางการทำงาน</p>



<p>“หลายคนตัดสินใจที่จะอยู่กับโครงการนี้ยาว ๆ ไปตลอด ไม่ใช่เพียงแค่ 6 ปี ในวันที่ต้องเผชิญอุปสรรค อยากให้ทุกคนจำวันแรกที่ตัดสินใจเข้ามาไว้ให้ดี ให้อุปสรรคเป็นแค่ทางผ่าน และเป็นแรงผลักดันในการต่อสู้เพื่อเด็กและเพื่อการศึกษาของพวกเรา เพราะทุกคนไม่ได้เสียสละเพียงแค่การเป็นครู แต่กำลังเสียสละเพื่อกลับไปดูแลและสร้างชุมชนให้แข็งแรง” นายอัครนันท์ กล่าว&nbsp;</p>



<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ชุดข้าราชการสีกากีที่ทุกคนจะได้สวมใส่หลังจากนี้ ไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจส่วนบุคคล แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนในชุมชน เป็นความภาคภูมิใจของท้องถิ่น และเป็นความภาคภูมิใจของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะครูรัก(ษ์)ถิ่นทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศผ่านการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการสร้างโอกาสให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกล</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-6.jpeg" alt="" class="wp-image-102850" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-6.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-6-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-6-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-6-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-6-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong> กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนผู้เป็นความหวังและอนาคตของการศึกษาไทย เพราะโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่ใช่เพียงโครงการทุนการศึกษา แต่เป็นหนึ่งในงานวิจัยเชิงปฏิบัติการระยะยาวที่สำคัญของประเทศ ที่มุ่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าสู่ระบบผลิตครู การพัฒนาสถาบันต้นแบบด้านการผลิตและพัฒนาครู ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ</p>



<p>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นถูกออกแบบขึ้นภายใต้โจทย์เฉพาะ เพื่อเป็นคำตอบของหลักสูตรผลิตและพัฒนาครูที่ตอบสนองต่อความจริงในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการสอนคละชั้น การใช้ภาษาแม่เป็นฐาน การวิจัยชุมชน หรือการบูรณาการทักษะเกษตรกรรมและอาชีพเข้ากับการเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมให้ผู้รับทุนเติบโตเป็น “ครูนักพัฒนาชุมชน” ที่พร้อมเผชิญความท้าทายในพื้นที่หลากหลายบริบท และพร้อมเป็นที่พึ่งของเด็กและชุมชนบ้านเกิดของตนเอง</p>



<p>“รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงความยากลำบากของครูในพื้นที่ห่างไกล และจะไม่ปล่อยให้ทุกท่านทำงานอย่างโดดเดี่ยว เราพร้อมยืนเคียงข้างและสนับสนุนครูรัก(ษ์)ถิ่นในทุกมิติ โดยกำลังเร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ ‘คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก’ ผ่านการลดภาระงานเอกสารและขั้นตอนการประเมิน เพื่อให้ครูได้ทำหน้าที่สำคัญที่สุดคือการดูแลผู้เรียน รวมถึงปรับปรุงระเบียบงบประมาณและลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เพื่อส่งต่อการสนับสนุนไปยังโรงเรียนเป้าหมายได้อย่างถูกที่และถูกคน พร้อมนำบทเรียนจากโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นไปต่อยอดสู่การพัฒนานโยบายระดับประเทศ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-7.jpeg" alt="" class="wp-image-102851" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-7.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-7-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-7-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-7-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-7-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูและการโยกย้ายครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล โดยอ้างอิงข้อมูลวิจัยของธนาคารโลก (World Bank) ที่พบว่า ร้อยละ 64 ของโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่ทุรกันดารยังประสบปัญหาขาดแคลนครูอย่างรุนแรง มีครูเฉลี่ยน้อยกว่า 1 คนต่อห้องเรียน ส่งผลให้เด็กและเยาวชนกว่า 50,000 คน เผชิญความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษา</p>



<p>กสศ. จึงร่วมกับ 6 หน่วยงานหลัก พัฒนาโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นขึ้นตั้งแต่ปี 2562 เพื่อค้นหาเยาวชนจากพื้นที่ห่างไกลที่มีความมุ่งมั่นอยากเป็นครู ให้ได้รับทุนการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา และกลับไปปฏิบัติงานในโรงเรียนบ้านเกิด โดยร่วมมือกับโรงเรียนสังกัด สพฐ. ในพื้นที่ห่างไกลกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าผลิตและบรรจุครูรัก(ษ์)ถิ่นจำนวน 1,500 อัตรา ใน 5 รุ่น</p>



<p>ในปี 2569 นี้ ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 จำนวน 295 คน ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูพร้อมกัน และกระจายไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล 285 แห่ง ครอบคลุม 45 จังหวัด และ 73 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ</p>



<p>“การบรรจุครูรัก(ษ์)ถิ่นต่อเนื่องเป็นปีที่สอง สะท้อนความสำเร็จของการพัฒนาทุนมนุษย์และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไปพร้อมกัน เพราะผู้รับทุนคือเยาวชนจากพื้นที่ห่างไกลที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา จนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและมีรายได้สูงกว่าคนรุ่นพ่อแม่เฉลี่ยกว่า 5 เท่า ขณะเดียวกัน โรงเรียนในพื้นที่ภูเขา พื้นที่สูง พื้นที่เกาะ ชายแดน และพื้นที่ทุรกันดาร ก็ได้รับครูคุณภาพที่พร้อมกลับไปอยู่และพัฒนาชุมชนของตนเองในระยะยาว”</p>



<p>“ครูรัก(ษ์)ถิ่นจึงเป็นนวัตกรรมการผลิตและพัฒนาครูตามความต้องการของพื้นที่ หรือ ‘การผลิตครูระบบปิด’ ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การคัดเลือกเยาวชนในชุมชน การพัฒนาในสถาบันผลิตครู และการบรรจุกลับไปปฏิบัติงานในโรงเรียนบ้านเกิด ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงระบบผลิตครูของประเทศไทยในอนาคต” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-21 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102853" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05.jpg" alt="" class="wp-image-102853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102852" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02.jpg" alt="" class="wp-image-102852" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-23 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102854" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10.jpg" alt="" class="wp-image-102854" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="102855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09.jpg" alt="" class="wp-image-102855" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>การบรรจุครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 ในครั้งนี้ สะท้อนผลลัพธ์ของแนวคิด “ผลิตครูจากชุมชน เพื่อกลับมาพัฒนาชุมชน” ที่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้นในหลายพื้นที่ โดยตัวแทนครูรัก(ษ์)ถิ่นจากพื้นที่ชายแดน ภูเขา และชุมชนชายฝั่ง สะท้อนตรงกันว่า สิ่งที่โครงการมอบให้ไม่ใช่เพียงโอกาสในการศึกษาต่อและการประกอบวิชาชีพครู แต่คือการเตรียมความพร้อมให้เป็น “ครูนักพัฒนาชุมชน” ที่สามารถนำความรู้ ความเข้าใจในบริบทท้องถิ่น และความผูกพันกับบ้านเกิด กลับไปสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างแท้จริง</p>



<p><strong>นางสาวเสาวณีย์ สุขแสนศรี โรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาท 2 จังหวัดสุรินทร์ </strong>ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวว่า แม้การเริ่มต้นชีวิตครูจะต้องเผชิญสถานการณ์ความไม่สงบและการอพยพของชุมชน แต่ประสบการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้ตระหนักถึงความหมายของการเป็น “ครูพร้อมใช้” ที่ต้องพร้อมดูแลและสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กในทุกสถานการณ์ พร้อมตั้งปณิธานว่าจะทำหน้าที่ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กทุกคนอย่างเต็มกำลัง</p>



<p>ด้าน <strong>นางสาวศุภามน ทองผาภูมิขจร โรงเรียนบ้านทุ่งเสือโทน จังหวัดกาญจนบุรี </strong>กล่าวว่า การได้กลับไปสอนในชุมชนชาติพันธุ์ริมชายแดนที่ตนเองเข้าใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเป็นอย่างดี ทำให้สามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน พร้อมเชื่อว่าการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากการศึกษา และการสร้างโอกาสให้เด็กเติบโตเป็นกำลังสำคัญของบ้านเกิดในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08.jpg" alt="" class="wp-image-102856" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>นายฟูอาดี เอียดหวัง โรงเรียนชุมชนบ้านนาทับ จังหวัดสงขลา</strong> และ<strong>นายชุติพงษ์ ใจ๋ยู้ โรงเรียนบ้านกองลอย จังหวัดเชียงใหม่ </strong>สะท้อนว่า คนที่เข้าใจความยากลำบากของเด็กและบริบทของชุมชนได้ดีที่สุด คือคนที่เติบโตมาจากพื้นที่นั้นเอง ครูรัก(ษ์)ถิ่นจึงไม่เพียงทำหน้าที่สอนในห้องเรียน แต่ยังเชื่อมโยงภูมิปัญญา วัฒนธรรม และทุนทางสังคมของชุมชนเข้ากับการเรียนรู้ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในบ้านเกิด และยืนยันกับเด็กทุกคนว่า ไม่ว่าจะเกิดหรือเติบโตมาจากที่ใด ก็สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้</p>



<p>“พื้นที่เล็ก ๆ ของบ้านเกิดอาจเป็นเพียงจุดหนึ่งบนแผนที่ประเทศไทย แต่หากครูรัก(ษ์)ถิ่นทั่วประเทศร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของตนเอง พลังเล็ก ๆ เหล่านี้จะรวมกันเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศในระยะยาว”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06.jpg" alt="" class="wp-image-102857" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="819" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/Info_การกระจายตัวครูรักษ์-รุ่น-2_Final-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-102858" style="width:500px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/Info_การกระจายตัวครูรักษ์-รุ่น-2_Final-819x1024.jpg 819w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/Info_การกระจายตัวครูรักษ์-รุ่น-2_Final-240x300.jpg 240w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/Info_การกระจายตัวครูรักษ์-รุ่น-2_Final-768x960.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/Info_การกระจายตัวครูรักษ์-รุ่น-2_Final-1229x1536.jpg 1229w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/Info_การกระจายตัวครูรักษ์-รุ่น-2_Final-1638x2048.jpg 1638w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/Info_การกระจายตัวครูรักษ์-รุ่น-2_Final.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-050626/">รมช.ศธ. ยก “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ฟันเฟืองสำคัญลดเหลื่อมล้ำโรงเรียนห่างไกล หนุนเป็น “ครูนักพัฒนาชุมชน” สร้างนิเวศการเรียนรู้เพื่อเด็กและชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. รับทราบรายงานประจำปี 2568 กสศ. เดินหน้าสร้างระบบนิเวศแห่งความเสมอภาคทางการศึกษา ด้วยพลังข้อมูลและความร่วมมือ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-290526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 04:15:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศแห่งความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102712</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-290526/">ครม. รับทราบรายงานประจำปี 2568 กสศ. เดินหน้าสร้างระบบนิเวศแห่งความเสมอภาคทางการศึกษา ด้วยพลังข้อมูลและความร่วมมือ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 มีมติรับทราบรายงานประจำปี 2568 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งสะท้อนการยกระดับการทำงานจาก “ความร่วมมือเชิงโครงการ” ไปสู่ “การสร้างระบบนิเวศแห่งความเสมอภาค” ที่ทุกภาคส่วนร่วมเป็นเจ้าของ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส เข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ได้เต็มตามศักยภาพ</p>



<p>การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 และแผนกลยุทธ์ 3 ปี ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568–2570) ที่มุ่งใช้ “พลังข้อมูล” และ “ความร่วมมือ” เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ รายงานประจำปี 2568 ของ กสศ. สะท้อนผลการดำเนินงานสำคัญ 7 ภารกิจ ดังนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-5.jpg" alt="" class="wp-image-102713" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>1. พัฒนาระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา</strong></h4>



<p>กสศ. บูรณาการความร่วมมือกับ 6 หน่วยงานต้นสังกัด ขับเคลื่อนระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษาผ่าน 3 มาตรการสำคัญ โดยเครือข่ายครูกว่า 4 แสนคนทั่วประเทศ ร่วมคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษกว่า 1.39 ล้านคน ให้ได้รับ <strong>“ทุนเสมอภาค”</strong> เพื่อลดอุปสรรคในการมาเรียน ส่งผลให้อัตราการคงอยู่ในระบบการศึกษาสูงถึงร้อยละ 97.08 พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังสุขภาพจิตผ่านระบบ HERO OBEC CARE ครอบคลุมนักเรียนกลุ่มเป้าหมายกว่า 3.6 ล้านคน</p>



<p>นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “ส่องทางทุน” ที่รวบรวมทุนการศึกษา 481 ประเภท เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางการศึกษาในช่วงรอยต่อสำคัญของชีวิต และส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 22 จังหวัด ให้ร่วมบริหารจัดการงบประมาณและติดตามการส่งต่อเด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>2. สร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อก้าวข้ามความยากจนข้ามรุ่น</strong></h4>



<p>กสศ. ดำเนินทุนการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ 4 ประเภทหลัก รวมสะสมกว่า 16,000 ทุน เพื่อเปลี่ยนชีวิตเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศ โดย <strong>“ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง”</strong> สร้างผลตอบแทนทางสังคม (SROI) สูงถึง 1.93 เท่า และผู้สำเร็จการศึกษากว่าร้อยละ 85 สามารถมีงานทำหรือศึกษาต่อ พร้อมมีรายได้สูงกว่าผู้ปกครอง 4–5 เท่า&nbsp;</p>



<p><strong>“ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ”</strong> สร้างบัณฑิตอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง ระดับปริญญาตรี-โท-เอก และส่งต่อสู่เส้นทางวิชาชีพครู 12 คน ในสถานศึกษาอาชีวศึกษา 11 แห่งทั่วประเทศ</p>



<p>ขณะที่ <strong>“ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น”</strong> แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล มีอัตราการคงอยู่ในระบบของครูสูงถึงร้อยละ 99.8 และเตรียมยกระดับเป็นมาตรการระดับชาติ ส่วน <strong>“ทุน ODOS”</strong> ได้เฟ้นหานักเรียนช้างเผือกด้าน STEM รวม 4,800 ทุน ผ่านระบบดูแลรายบุคคลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนากำลังคนคุณภาพสำหรับอนาคตประเทศ</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-4.jpg" alt="" class="wp-image-102714" style="aspect-ratio:1.5026362038664323;width:780px;height:auto" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>3. พัฒนาตัวแบบการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น</strong></h4>



<p>ภายใต้นโยบาย <strong>Thailand Zero Dropout</strong> กสศ. และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและข้อจำกัดของผู้เรียน ผ่านแนวทางสำคัญ เช่น “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” “โรงเรียนมือถือ (Mobile School)” ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 และแนวคิด Learn to Earn เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานได้</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับหน่วยจัดการเรียนรู้ 670 แห่งใน 71 จังหวัด ให้เป็น “ต้นแบบนิเวศการเรียนรู้เชิงพื้นที่” ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางทั้งแรงงานนอกระบบ ผู้พิการ เยาวชนนอกระบบ และเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยเปลี่ยนชุมชนให้เป็น “ห้องเรียนมีชีวิต” ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับโอกาสทางเศรษฐกิจสมัยใหม่</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>4. พัฒนาครูและสถานศึกษาเพื่อเชื่อมโยงโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ</strong></h4>



<p>กสศ. ขับเคลื่อน<strong>โรงเรียนพัฒนาตนเอง</strong> (Teachers Schools Quality Movement: TSQM) ผ่านกลไกจังหวัด เครือข่าย และการแก้โจทย์เร่งด่วนเชิงประเด็น ควบคู่กับการสนับสนุนโรงเรียนกว่า 3,000 แห่ง ใช้ระบบ<strong> Q-Info</strong> เพื่อชี้เป้าความช่วยเหลือรายบุคคลอย่างแม่นยำและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น</p>



<p>พร้อมกันนี้ ยังสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนพระปริยัติธรรม และเครือข่ายครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (PMCA) เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและต่อเนื่องในพื้นที่เปราะบางทั่วประเทศ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-7.jpg" alt="" class="wp-image-102715" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>5. การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อโอกาสใหม่ของเด็กและเยาวชน</strong></h4>



<p>กสศ. วางรากฐาน <strong>“การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่”</strong> (Area-Based Education: ABE) มาตั้งแต่ปี 2562 และขยายผลสู่ระดับชาติผ่านนโยบาย Thailand Zero Dropout ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติที่มี 11 หน่วยงานร่วมขับเคลื่อน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 7,850 แห่งทั่วประเทศ เป็นกลไกสำคัญในการค้นหาและช่วยเหลือเด็กในระดับฐานราก</p>



<p>ผลจากการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทำให้จำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในภาคเรียนที่ 1/2568 ลดลงร้อยละ 31.50 เมื่อเทียบกับปี 2567 เหลือ 603,095 คน และสามารถพาเด็กนอกระบบกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้กว่า 3.3 แสนคน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>6. พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong></h4>



<p>กสศ. ใช้ <strong>“องค์ความรู้เชิงประจักษ์” </strong>(Evidence-Based Knowledge) เป็นฐานในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยผลการประเมินพบว่า “ทุนเสมอภาค” ช่วยลดอัตราการขาดเรียน และเพิ่มวันมาเรียนได้ 7–12 วันต่อภาคเรียน พร้อมพัฒนา AI Dropout Prediction Model เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงเด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้อย่างแม่นยำ</p>



<p>นอกจากนี้ ยังร่วมกับ OECD พัฒนาแพลตฟอร์ม Thai PILA (Platform for Innovative Learning Assessment in Thailand) เพื่อเปลี่ยนระบบการประเมินผลสัมฤทธิ์ปลายทาง สู่การประเมินเพื่อพัฒนา (Formative Assessment) และขับเคลื่อนนวัตกรรมการเงินร่วมกับเครือข่าย AVPN สิงคโปร์ เพื่อพัฒนากลไกระดมทุนแบบจ่ายตามผลลัพธ์ (Outcome-Based Contract) สำหรับเยาวชนกลุ่มเปราะบาง และสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมจัดการศึกษา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-6.jpg" alt="" class="wp-image-102716" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>7. สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ</strong></h4>



<p>ในปี 2568 กสศ. ยกระดับความร่วมมือจาก “ผู้บริจาค” สู่ <strong>“หุ้นส่วนยุทธศาสตร์”</strong> ทั้งกับหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ การร่วมมือกับ KFC Thailand และ Sea (ประเทศไทย) เพื่อพัฒนารูปแบบ Learn to Earn รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบกว่า 2,600 คน และการฟื้นฟูการเรียนรู้หลังอุทกภัยผ่าน Mobile School โครงการธนาคารโอกาส และโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง</p>



<p>ในระดับนานาชาติ กสศ. ยังได้ยกระดับความร่วมมือด้านงานวิจัยการศึกษาบนเวทีโลก ผ่านการเป็นภาคีสมาชิก World Education Research Association (WERA) นำไปสู่การเตรียมจัดตั้งสมาคมวิจัยด้านการศึกษาแห่งประเทศไทย (Thailand Education Research Association: THERA) และผลักดัน 5 เมืองของไทยเข้าสู่เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของ UNESCO (GNLC) และต่อยอดโครงการ Adult Skills Assessment in Thailand ร่วมกับธนาคารโลกในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง พะเยา และปัตตานี เพื่อยกระดับทักษะและความพร้อมของประชากรวัยแรงงานสู่มาตรฐานสากล</p>



<p><strong>อ่านรายละเอียดรายงานประจำปี 2568 กสศ. “ฝ่าวิกฤตทุนมนุษย์ ด้วยพลังข้อมูลและความร่วมมือ” ได้ที่ </strong><a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/EEF-AnnualReport-2568.pdf?utm_source=chatgpt.com"><strong>เว็บไซต์ กสศ.</strong></a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-290526/">ครม. รับทราบรายงานประจำปี 2568 กสศ. เดินหน้าสร้างระบบนิเวศแห่งความเสมอภาคทางการศึกษา ด้วยพลังข้อมูลและความร่วมมือ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สร้างโอกาสทางการศึกษาผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต: เสริมสร้างภาคีเครือข่ายภูมิภาค สู่การพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270526-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 10:47:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[East Asia and Pacific Youth Forum 202]]></category>
		<category><![CDATA[FutureMaker: Youth Driving Jobs]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102665</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุม East Asia and Pacific Youth Forum 2026 ภายใต้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270526-3/">สร้างโอกาสทางการศึกษาผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต: เสริมสร้างภาคีเครือข่ายภูมิภาค สู่การพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>การประชุม</em><strong><em> East Asia and Pacific Youth Forum 2026</em></strong><em> ภายใต้แนวคิด </em><strong><em>#FutureMaker: Youth Driving Jobs</em></strong><em> จัดขึ้นโดย World Bank Group ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เป็นการรวมพลังครั้งสำคัญระหว่างผู้นำเยาวชน ผู้กำหนดนโยบาย นักการศึกษา และตัวแทนจากภาคเอกชน เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เตรียมความพร้อมทักษะกำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และสร้างตาข่ายรองรับเยาวชนกลุ่มเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation)</em></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท </strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเวทีนี้ เพื่อหาทางออกจากวิกฤตความเหลื่อมล้ำด้านแรงงาน จากการคาดการณ์ที่ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก มีเยาวชนมากถึง  210 ล้านคน กำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะตกงาน อันเป็นผลจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัล โดย ผู้จัดการ กสศ. ได้ร่วมนำเสนอกรอบการดำเนินงานแบบบูรณาการ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของ <strong>&#8220;การร่วมออกแบบ (Co-design)&#8221;</strong> ให้กลายเป็นโอกาสในการเข้าถึงอาชีพอย่างเสมอภาคสำหรับเยาวชนทุกคนในอนาคต<br></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-1.jpg" alt="" class="wp-image-102668" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>การประชุม EAP Youth Forum 2026 ในครั้งนี้ มีภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนา (Development Partners) จากหลากหลายภาคส่วน นำโดยผู้แทนจาก <strong>World Bank Group</strong> ประกอบด้วย<strong> Edith Jibunoh</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภูมิภาค การสื่อสารและความสัมพันธ์ภายนอก, <strong>Habib Nasser Rab</strong> ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการด้านความมั่งคั่ง, <strong>Melinda Good</strong> ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเมียนมา และ <strong>Naomi Adams</strong> ผู้จัดการฝ่ายการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</p>



<p>ในส่วนของตัวแทนสถานศึกษานำโดย <strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร</strong> อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ขณะที่ตัวแทนผู้นำจากภาคเอกชน ได้แก่ <strong>คุณพร้อมพร ชัยจิรวิวัฒน์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย Thinking Machines และ Kori Chan ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ TWM Group ประเทศปาปัวนิวกินี นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนผู้ขับเคลื่อนในระดับนานาชาติเข้าร่วม ได้แก่ <strong>Rosanna A. Urdaneta</strong> รองอธิบดีฝ่ายนโยบายและการวางแผน Technical Education and Skills Development Authority (TESDA) ประเทศฟิลิปปินส์ และ <strong>Dato&#8217; Loo Lee Lian</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Invest Penang ประเทศมาเลเซีย ร่วมสะท้อนมุมมอง<br></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-2.jpg" alt="" class="wp-image-102669" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วิกฤตช่องว่างแรงงาน 210 ล้านตำแหน่ง เสี่ยงตกงาน: ความท้าทายครั้งใหญ่ในการพัฒนากำลังคน</strong></h3>



<p>ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกได้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความยากจน แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้สินที่พุ่งสูง การลงทุนที่หดตัว และผลกระทบจากวิกฤตโลก ข้อมูลระบุว่าในทศวรรษหน้า ภูมิภาคนี้จะมีเยาวชนก้าวเข้าสู่วัยแรงงานมากถึง 320 ล้านคน แต่แนวโน้มกลับชี้ว่าตลาดแรงงานจะมีตำแหน่งงานรองรับเพียง 110 ล้านตำแหน่งเท่านั้น ช่องว่างแรงงานกว่า 210 ล้านตำแหน่งที่หายไป จะกลายเป็นแรงฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสี่ยงที่จะเจอช่องว่างความเหลื่อมล้ำในภูมิภาคให้กว้างขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>



<p>ความท้าทายนี้ถูกซ้ำเติมด้วยแรงกดดันจากการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาสร้างโอกาสใหม่ และทดแทนแรงงานเดิมไปพร้อมกันใน 4 มิติหลัก ได้แก่: <strong>การใช้แรงกาย (Physical Labor) เทียบกับ การใช้ความคิด (Cognitive Labor) และ งานที่ทำซ้ำเป็นรูปแบบตายตัว (Routine Labor) เทียบกับ งานที่ต้องอาศัยความยืดหยุ่นพลิกแพลง (Non-Routine Labor)</strong> เนื่องจากกำลังแรงงานส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังคงกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมบริการในเขตเมืองซึ่งอาศัยกลุ่มคนเหล่านี้จึงมีภาวะเปราะบางสูงต่อความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แม้ว่าที่ผ่านมาหุ่นยนต์อัจฉริยะและระบบอัตโนมัติจะเข้ามาแทนที่แรงงานทักษะน้อยไปแล้วกว่า 1.4 ล้านคนทั่วภูมิภาค แต่ขีดความสามารถของประชากรในการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการทำงาน (Upskill) กลับยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก</p>



<p>ดังนั้น การบริหารจัดการในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ จึงต้องการกรอบการทำงานเชิงนโยบายแบบองค์รวม ที่สอดรับ <strong>&#8220;การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)&#8221;</strong> เข้ากับการพัฒนาระบบโครงสร้างการศึกษาและแรงงาน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนและกำลังคนก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-3.jpg" alt="" class="wp-image-102670" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาไร้รอยต่อเชื่อมสู่ตลาดงาน</strong></h3>



<p>การศึกษาและตลาดแรงงานต้องถูกเชื่อมให้เป็นเส้นทางเดียวกัน โดยเปลี่ยนพื้นที่การเรียนรู้ให้เป็น<br>&#8220;สนามทดลองปฏิบัติจริง&#8221; ที่ก้าวทันตลาดแรงงาน ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีอย่าง AI พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ยิ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า หลักสูตรวิชาการแบบเดิม ที่ต้องใช้เวลาเรียนหลายปี ไม่สามารถตอบสนองบริบทของภาคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงพลิกโฉมในทุกๆ 1-2 ปีได้อีกต่อไป</p>



<p>เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบการศึกษาผลิตกำลังคนออกไปสู่อุตสาหกรรมที่กำลังจะล้าสมัย ภาครัฐและสถาบันการศึกษา จำเป็นต้องปรับการทำงานให้คล่องตัว (Agile) เร่งพัฒนาหลักสูตร และนำระบบการรับรองทักษะระยะสั้นที่สะสมต่อยอดได้ (Micro-credentials) มาใช้ และที่สำคัญคือการดึง &#8220;ภาคเอกชน&#8221; เข้ามาร่วมออกแบบการจัดการศึกษาตั้งแต่ต้น</p>



<p>ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชน สามารถอุดช่องว่างภาคปฏิบัติ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนได้รับประสบการณ์การทำงานจริงตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงาน การเรียนรู้ผ่านการทำงาน (Work-based Learning) หรือเวทีระดมสมองแก้ปัญหา (Hackathon) เพื่อบ่มเพาะทักษะการคิดวิเคราะห์ ในการใช้งาน AI และการตัดสินใจหน้างาน</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายร่วมกันของทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ใช่การสร้างคนที่มีแค่ทักษะเฉพาะทางที่ตายตัว แต่คือการจับมือกันสร้าง &#8220;ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)&#8221; เพื่อให้เยาวชนไทยพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-4.jpg" alt="" class="wp-image-102671" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปรับระบบนิเวศการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่นและโอบรับผู้เรียน</strong></h3>



<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท เน้นย้ำถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผ่านกลไกการทำงานระดับพื้นที่ที่ยืดหยุ่นและเข้าใจผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยชี้ให้เห็นว่า การทำงานในยุคปัจจุบันต้องก้าวข้ามกรอบคิดที่มองเยาวชนเป็นเพียงหน่วยหนึ่งของทุนมนุษย์ แต่ต้องมุ่งพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้านและเป็นองค์รวม (Holistic Approach) เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบที่มาจากครัวเรือนเปราะบาง กสศ. จึงได้ขับเคลื่อน <strong>โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง</strong> เช่น หลักสูตรประกาศนียบัตร 1 ปี สาขาผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ ซึ่งเปรียบเสมือนสปริงบอร์ดทางเศรษฐกิจที่ช่วยให้เยาวชนกลุ่มนี้มีรายได้ดูแลตัวเองได้ทันที พร้อมปูพื้นฐานทักษะที่จำเป็นสำหรับตลาดแรงงานยุคดิจิทัล โดยที่พวกเขายังคงรักษาสถานะและมีทางเลือกที่จะกลับมาเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ในอนาคต</p>



<p>&#8220;เป้าหมายของ กสศ. และภาคีเครือข่าย คือการสร้างโครงสร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เราต้องมองสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้เป็นเหมือนพื้นที่ทดลองปฏิบัติจริง (Sandbox) ที่ระบบเปิดโอกาสให้เด็กลุกขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และก้าวสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นใจ&#8221;</p>



<p>แนวทางดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดไปสู่ <strong>&#8220;การร่วมออกแบบ (Co-design)&#8221; </strong>โดยไม่มองเยาวชนเป็นเพียง “ผู้รับความช่วยเหลือ” หรือแค่มานั่งฟังนโยบายที่ผู้ใหญ่ตัดสินใจไปแล้ว แต่ต้องกระตุ้นให้ผู้กำหนดนโยบายตั้งคำถามว่า ระบบที่เป็นอยู่สามารถเตรียมความพร้อมให้เด็กก้าวสู่อนาคตได้จริงหรือไม่ เราต้องเปลี่ยนจากการคิดแทนเด็กมาเป็นรับฟังเสียงของเด็กอย่างแท้จริง เพื่อหาให้เจอว่าจุดไหนของระบบที่ตอบโจทย์ และจุดไหนที่ยังคงเป็นช่องว่าง ท้ายที่สุดแล้ว ระบบนิเวศการเรียนรู้จะต้องถูกออกแบบให้ <strong>“ยืดหยุ่นและโอบรับผู้เรียน”</strong> มากกว่าที่จะบังคับให้ผู้เรียนต้องเป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาระบบอยู่ฝ่ายเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-5.jpg" alt="" class="wp-image-102672" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0527_East-Asia-and-Pacific-Youth-Forum-2026-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ทั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การจัดการศึกษาและสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ระหว่างภาครัฐและเอกชนที่พร้อมโอบรับเด็กและเยาวชนทุกคน ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนความผันผวนของตลาดแรงงานให้กลายเป็นโอกาสที่เสมอภาคสำหรับเยาวชนกลุ่มเปราะบาง กสศ. จึงขอเชิญชวนภาคีเครือข่ายระดับสากล องค์กรระดับท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาทุกภาคส่วน มาร่วมผนึกกำลัง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลเชิงลึก พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนมาตรการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาระดับภูมิภาค เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระยะยาวไปด้วยกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270526-3/">สร้างโอกาสทางการศึกษาผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต: เสริมสร้างภาคีเครือข่ายภูมิภาค สู่การพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
