สพฐ.- กสศ.จัดถุงยังชีพเพื่อโภชนาการที่ดี ของ นร.ยากจนในช่วงเลื่อนเปิดเทอม

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)

อ.สง่า ดามาพงษ์ นักโภชนาการชื่อดัง ชี้ปัญหาโภชนาการของเด็กยากจน คือวิกฤตในวิกฤต  แนะอาหาร  4 ชนิดสำคัญในถุงยังชีพเพื่อโภชนาการที่ดีของเด็กกลุ่มนี้

รมว.ศธ. มอบนโยบายให้ สพฐ.-กสศ.เร่งลดผลกระทบเรื่องโภชนาการอาหารในช่วงเลื่อนเปิดเทอม  ขณะที่กสศ.เตรียมจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมช่วยค่าอาหารแก่นร.ยากจนพิเศษ ป.1-ป.6 สังกัด สพฐ.ตชด. อปท.  จำนวน 5 แสนคน ตั้งแต่ 18 พ.ค.นี้   ด้าน เลขาสพฐ.กำชับ เขตพื้นที่และโรงเรียน ทำความเข้าใจ ผู้ปกครอง-นร. เพื่อให้เด็กได้อิ่มท้องจริง

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อรายงานสถานการณ์นักเรียนยากจนพิเศษที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนเปิดภาคเรียนเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 โดยรมว.ศธ.ได้สั่งการให้ ทางสพฐ.และกสศ.ร่วมมือกันลดผลกระทบดังกล่าวให้กับนักเรียนกลุ่มนี้อย่างเร่งด่วน เบื้องต้น กสศ.จะจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติม ให้กับนักเรียนทุนเสมอภาคที่ได้รับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขต่อเนื่องจากปีการศึกษา 2562 และมีรายชื่อการรับเงินอุดหนุน ภาคเรียนที่ 2/2562 ( ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2563) ระดับชั้นประถมศึกษา 1 – 6  จำนวน 500,000 คน ในอัตรา 600 บาทต่อคน โดยทางกสศ.แจ้งว่าจะจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมนี้ให้แก่โรงเรียนภายในวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 และขอให้สถานศึกษาดำเนินการจัดสรรให้แก่นักเรียนและผู้ปกครองให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 

นายอำนาจ กล่าวว่า สำหรับในการดำเนินงานเพื่อให้นักเรียนยากจนพิเศษได้รับความช่วยเหลือเร็วที่สุด ทาง สพฐ. ขอความร่วมมือให้เขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขต สร้างความเข้าใจแนวทางและกระบวนการดำเนินงานแก่โรงเรียนในสังกัด โดยเฉพาะวิธีการใช้จ่าย “เงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคเพิ่มเติม” เพื่อให้เงินช่วยเหลือจาก กสศ.ครั้งนี้ ไปถึงเด็กนักเรียนที่กำลังเดือดร้อนได้เร็วและเกิดประโยชน์มากที่สุด โดยมีเป้าหมายสำคัญให้นักเรียนทุนเสมอภาคได้ทานอาหารตามภาวะโภชนาการที่ดี ทั้งนี้โรงเรียนสามารถพิจารณาเลือกวิธีบริหารจัดการให้สอดคล้องตามความต้องการของนักเรียน และคำนึงถึงสถานการณ์ บริบทในพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการช่วยเหลือนักเรียน  โดยสามารถดำเนินการได้ 2 แนวทางคือ แนวทางที่ 1 โรงเรียนจัดหาข้าวสารอาหารแห้งที่จำเป็นหรืออาหารที่มีประโยชน์และจัดสรรให้กลุ่มเป้าหมายนักเรียนทุนเสมอภาคหรือผู้ปกครอง แนวทางที่ 2 โรงเรียนจ่ายเงินสดหรือโอนผ่านธนาคารไปยังกลุ่มเป้าหมายนักเรียนทุนเสมอภาคหรือผู้ปกครอง เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือนในการจัดหาอาหาร หรือเป็นค่าครองชีพ

“ที่ผ่านมา ต้องขอบคุณคุณครูและโรงเรียนที่ไม่เคยนิ่งเฉย คอยติดตามความเป็นอยู่นักเรียนด้วยความห่วงใยอย่างใกล้ชิด บางแห่งพยายามระดมความช่วยเหลือด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อันจำกัด  เงินอุดหนุน     จากกสศ.ครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเด็กๆของเราได้ในเบื้องต้น   ขอให้ช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจแก่นักเรียนและผู้ปกครองถึงวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายทุนนี้ให้นักเรียนยากจนพิเศษได้ประโยชน์จริงๆ อย่างไรก็ดี รมว.ศธ.ได้มีข้อแนะนำให้ กสศ.หาช่องทางในการขอรับงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษให้ครอบคลุมชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นอีกราว 2 แสนคน  ทั้งนี้หาก กสศ.ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมก็จะสามารถจัดสรรได้ทันช่วงมิถุนายนนี้” เลขาสพฐ. กล่าว 

นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ.

นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การช่วยเหลือนักเรียนยากจนด้อยโอกาสในเรื่องของโภชนาการอาหารให้เพียงพอในช่วงเลื่อนเปิดเทอมเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน โดยเบื้องต้น ภายใต้งบประมาณที่จำกัดจะมุ่งไปที่นักเรียนชั้นป.1 – ป.6 เนื่องจาก ผลการวิเคราะห์ข้อมูลน้ำหนัก/ส่วนสูงในภาคเรียน 2/2561 จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ iSEE ของกสศ.  โดยอ้างอิงข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 720,946 คน พบว่า นักเรียนยากจนพิเศษระดับประถมศึกษามีปัญหาทางภาวะโภชนาการรุนแรงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับระดับมัธยมต้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตในอนาคตอย่างถาวรได้  โดยมีนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการที่ควรได้รับการช่วยเหลือในระดับชั้นประถม ประมาณ 29,991 คน  ซึ่งจะอยู่ในจำนวน 500,000 คนที่จะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ด้วย

นายสุภกร กล่าวว่า กสศ.ได้เชิญ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักโภชนาการอาวุโส ร่วมจัดทำรายการข้าวสารอาหารแห้งที่เป็นประโยชน์และมีโภชนาการที่ดีสำหรับเด็กเพื่อแนะนำให้โรงเรียนจัดหาให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาค ภายใต้งบประมาณ 600 บาทต่อคนใน 30 วันเรียน  เรียกว่าเป็นถุงยังชีพเพื่อโภชนาการที่ดีของนักเรียนยากจนในช่วงการเลื่อนเปิดเทอม ซึ่งประกอบด้วย ข้าวสาร 20 กิโลกรัม ไข่ไก่ 36 ฟอง ปลากระป๋อง 10 ประป๋อง น้ำมันพืช 1 ขวด หากไม่มีอุปสรรคเรื่องการเดินทาง เด็กๆเดินทางมาง่าย บางโรงเรียนอาจมีศักยภาพในการบริหารจัดการเป็นโรงครัวเพื่อให้เด็กๆมารับประทานอาหารหรือรับอาหารกลับไปได้ โดยมีการจัดระยะห่างเพื่อความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค   

“กสศ.ยังประสานกับภาคธุรกิจเอกชนจำหน่ายข้าวสารอาหารแห้งในราคาเท่าทุนหรือต่ำกว่าต้นทุนให้แก่โรงเรียนอีกด้วย สำหรับประชาชนหรือภาคส่วนต่างๆสามารถร่วมบริจาคสมทบเพื่อโภชนาการที่ดีของนักเรียนยากจนพิเศษในช่วงเลื่อนเปิดเทอม และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า ได้ที่ https://donate.eef.or.th/main-donate หรือธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค เลขที่บัญชี 1720300216สอบถามรายละเอียดได้ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 02- 079-5475” นายสุภกร กล่าว

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักโภชนาการชื่อดัง

ด้านอาจารย์สง่า ดามาพงษ์  นักโภชนาการชื่อดัง  กล่าวว่า ความเดือดร้อนของนักเรียนยากจนพิเศษที่ได้รับผลกระทบเรื่องการขาดแคลนอาหารนั้น ถือว่าเป็นวิกฤตในวิกฤต ขนาดของปัญหานั้นใหญ่มากกระทบเด็กมากกว่า 7 แสนคน   ที่ต้องกินอาหารที่บ้านซึ่งไม่สามารถแบกรับภาระตรงนี้  พ่อแม่ให้อาหารลูกไม่ถูกหลักโภชนาการ กินไม่อิ่ม หรือต้องอดมื้อกินมื้อ   แม้เพียงแค่ 2-3 เดือน ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก โดยเฉพาะเด็กยากจนที่มีภาวะทุพโภชนาการอยู่แล้ว  จะยิ่งส่งผลให้มีภูมิคุ้มกันโรคต่ำเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายรวมทั้งโรคโควิด-19   เมื่อเปิดเทอมมา จำนวนเด็กนักเรียนที่ขาดสารอาหารเพิ่มขึ้น  มีรูปร่างผอม เตี้ย แคระแกรน ที่สำคัญที่สุดเซลล์สมองของเด็กจะเติบโตช้า มีความเสี่ยงสูงต่อไอคิวต่ำ เรียนหนังสือไม่เก่ง สอบตกซ้ำชั้น ผลกระทบทั้งหมดนี้ยากที่จะกู้คืนกลับมาให้เป็นปกติได้ และจะส่งผลกระทบระยะยาวไปถึงอนาคตเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำ      

อาจารย์สง่า กล่าวว่า ทั้งนี้ได้ร่วมกับ กสศ. จัดทำคู่มือแนะนำผู้ปกครองเพื่อวางแผนจัดการเงินอุดหนุน 600 บาท ให้ถูกแปลงเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครองในการเตรียมอาหารช่วงระหว่างปิดเทอมให้เกิดประโยชน์กับเด็กมากที่สุด สำหรับอาหารที่แนะนำในงบประมาณ 600 บาท ต่อคน ใน 30 วันนั้น เน้นอาหารหลักๆที่จำเป็นต่อเด็กและเก็บรักษาไว้ได้นานไม่เน่าเสียเร็ว ซึ่งเป็นอาหาร4ชนิดสำคัญในถุงยังชีพเพื่อโภชนาการที่ดีของเด็กยากจน   ได้แก่ 1.ข้าวสารคืออาหารหลักที่ให้สารอาหารเรียกว่า คาร์โบไฮเดรท เพื่อให้เด็กมีพลังงาน มีกำลังวังชา เรียนหนังสือได้ ร่างกายแข็งแรง  2.ไข่ ให้สารอาหารโปรตีนที่ดี มีวิตามินแร่ธาตุ ซึ่งเด็กๆจะขาดไม่ได้ ต้องได้รับโปรตีนทุกมื้อ เพราะร่างกายจะนำไปสร้างเนื้อเยื่อ และซ่อมแซมร่างกายที่สึกหรอ ให้มีภูมิต้านทานโรค สร้างความเจริญเติบโต 3. ปลากระป๋อง ให้สารอาหารโปรตีนและแคลเซี่ยม ประโยชน์คล้ายๆไข่ รับประทานสลับกับไข่ได้   4.น้ำมัน ให้สารอาหารไขมัน ร่างกายจะนำไปสร้างพลังงาน สร้างความอบอุ่น และนำวิตามินที่ละลายได้ในไขมันเข้าสู่ร่างกาย  สำหรับผักและผลไม้ ที่ให้สารอาหารวิตามินและแร่ธาตุ ขอวิงวอนพ่อให้แม่หาผักผลไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นของท่านนำมาปรุงและประกอบอาหารให้ลูกได้กินทุกมื้อ  เพื่อให้ลูกได้กินอาหารครบ 5 หมู่

 

ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
www.eef.or.th/donate/
ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์
เลขที่ : 172-0-30021-6
บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค

Back To Top