กสศ. เร่งให้ความช่วยเหลือ เด็กนอกระบบ ลดเสี่ยง COVID -19

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงน่าเป็นห่วงด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาคส่วนต่างๆ เริ่มออกมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อหาทางสกัดและยับยั้งการแพร่กระจายของโรคนี้

โดยเฉพาะกับเด็กนักเรียนที่มีความสุ่มเสี่ยงจะติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ดังจะเห็นภาพจากที่ผ่านมาหลายโรงเรียนได้พยามยามหาวิธีป้องกันไปจนถึงการงดการเรียนการสอนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดในกลุ่มนักเรียน แต่ทว่าเด็กนอกระบบการศึกษาก็ถือเป็นอีกกลุ่มเสี่ยงที่อาจถูกมองข้าม ทั้งที่พวกเขาเหล่านั้นมีโอกาสที่จะสัมผัสและติดเชื้อได้ง่ายกว่าเด็กทั่วไปหลายเท่า การเร่งหาทางแก้ไขปัญหาในจุดนึ้จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ รวมถึงรายได้ค่าครองชีพที่พวกเขาต้องเผชิญ เนื่องจากหลายคนเกือบ 24 ชั่วโมงทำงานอยู่ถนน

การเข้าไปดูแลนอกระบบการศึกษาเป็นอีกเป้าหมายสำคัญที่ กสศ.ให้ความสำคัญและต้องเข้าไปประคองอนาคตทั้งด้านการศึกษา และการเสริมทักษะอาชีพ แต่ในห้วงสถานการณ์การระบาดโควิด-19 เช่นนี้ ทางกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. จำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือในสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่าที่ทำได้ โดยจัดหาหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ไปยัง ‘เดอะ ฮับ สายเด็ก’ ศูนย์พัฒนาเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสในย่านหัวลำโพง เพื่อช่วยป้องกันการแพร่กระจายการติดเชื้อในกลุ่มเด็กนอกระบการศึกษาที่อาศัยที่ปักหมุดหมายชีวิตอยู่ในย่านนี้ 

‘ครูแก้ว’ หรือ กัญญภัค สุขอยู่ ผู้จัดการเดอะฮับสายเด็ก กล่าวว่า เยาวชนที่มาอยู่ที่ศูนย์มีประมาณ 20 คน  ​ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ไม่อาบน้ำ ไม่ล้างมือ อยู่ข้างถนน เปลี่ยนสถานที่ไปมาบ่อยๆ แวะเวียนมานอน มากินข้าวที่ศูนย์อยู่เป็นประจำ 

ในช่วงที่เกิดการระบาดของโรค COVID-19 ปัจจุบันทางศูนย์ก็เริ่มมีมาตรการรับมือที่เข้มงวดขึ้น ตั้งแต่การพูดคุยให้ความรู้ การเฝ้าระวัง การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ จะมีการพูดคุยกันทุกวันศุกร์ เนื่องจากเป็นวันที่ทุคนต้องมาประชุมกันอยู่แล้ว

ส่วนมาตรการเบื้องต้น ทางฮับสายเด็กจะไม่ให้เด็กที่อายุเกิน 18 ปี เข้ามาในศูนย์ตลอด 24 ชม. แต่ยังสามารถเข้ามารับอาหารภายนอกได้ แต่ไม่ให้มาอาบน้ำ มานอนเหมือนแต่ก่อน ที่สำคัญจะมีการวัดไข้ก่อนเข้ามาภายในศูนย์ทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเด็กที่อายุต่ำกว่า  18 ปี ยังสามารถมาใช้บริการทางศูนย์ได้ปกติเหมือนเดิม แต่จะปิดบริการในชั้นสอง เหลือเพียงพื้นที่ด้านล่าง โดยแต่ละคนที่มาจะต้องล้างมือ ต้องซักเสื้อผ้าทุกวัน ทางศูนย์มีบริการเครื่องซักผ้าไว้ให้ใช้บริการ นอกจากนี้สำหรับเด็กที่อยู่ต่างจังหวัดและต้องการจะกลับบ้านทางศูนย์ก็จะซื้อตั๋วรถไฟให้กลับบ้านต่อไป 

ครูแก้ว อธิบายเสริมว่า หน้ากากอนามัยและเจลเป็นสิ่งจำเป็นและหายากอย่างมากในช่วงนี้ แต่ทางโรงพยาบาลมีความจำเป็นต้องใช้ของพวกนี้มากกว่า  ดังนั้น เราจึงต้องใช้ของเหล่านี้ตามความจำเป็น เช่น เราจะจำกัดการใช้โดยให้เด็กที่มีความเสี่ยงได้ใช้ก่อน เช่น เด็กที่มีอาการไอ จาม หรือมีคิวต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล จะได้รับหน้ากากอนามัย  รวมถึงเด็กที่เรียนกศน.ต้องใส่ไปโรงเรียนและไปสอบ ก็จะได้รับการป้องกันและลดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเด็กที่ได้รับหน้ากากไปใส่ไปถึง 10 นาที ก็ถอดออก ซึ่งเราต้องพยายามอธิบายเขาให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันตัวเองในสถานะการณ์การแพร่ระบาด ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เราก็จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 มายังเด็ก ๆ อย่างเต็มที่สุดความสามารถของเรา

Back To Top