สถ. จับมือ กสศ. ลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่น

รองอธิบดี สถ. ขอให้ รร.อปท. 10 จังหวัดนำร่อง เร่งคัดกรองนักเรียนยากจน ครบถ้วน ไม่ตกหล่น ชี้เป็นฐานข้อมูลขยายผลทุนเสมอภาค ช่วยนักเรียนยากจนที่สุด 76 จังหวัด และ กรุงเทพฯ ในปี 63 ด้าน กสศ.ชี้การคัดกรองความยากจนสำคัญ ช่วยให้นักเรียนยากจนมีโอกาสรับทุนการศึกษาระดับสูงในอนาคต

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 10.00 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีการประชุมชี้แจงการดำเนินงานจัดทำข้อมูลระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนและนักเรียนยากจนพิเศษ(นักเรียนทุนเสมอภาค) กสศ. ประจำภาคเรียนที่ 2/2562  ให้แก่กองการศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านระบบ Teleconference

นายทวี  เสริมภักดีกุล  รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ดำเนินโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไขของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนำร่องใน 10 จังหวัดครอบคลุมทุกภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต เชียงราย กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี สระแก้ว ขอนแก่น นนทบุรี ร้อยเอ็ด และยะลา สำหรับโครงการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผลลัพธ์มุ่งสู่นักเรียนยากจนที่สุดในชนบทโดยตรง ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา โดยในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 มีนักเรียนที่ประสงค์ขอรับเงินอุดหนุนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทั้งสิ้น 11,118 คน และเข้าสู่ระบบการคัดกรองจำนวน 5,415 คน ผ่านเกณฑ์การคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ จำนวน 1,623 คน ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจาก กสศ. จำนวนทั้งสิ้น 1,583 คน ซึ่งจากการติดตามพบว่าในภาคเรียนที่ 1 ยังมีสถานศึกษาไม่ได้ทำการคัดกรองนักเรียนจำนวน 5,703 คน และไม่ขอรับทุน/ไม่ยืนยันข้อมูล จำนวน 40 คน ส่งผลให้นักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์นักเรียนยากจนพิเศษเสียโอกาสได้รับเงินอุดหนุนสร้างโอกาสทางการศึกษา

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า กระบวนการกรอกข้อมูลและคัดกรองนักเรียนยากจนให้สมบูรณ์ครบถ้วน ทั้ง 10 จังหวัดนำร่อง ถือมีความสำคัญมาก ไม่ใช่เพียงมีผลต่อการสนับสนุนทุนเสมอภาคในปีการศึกษา 2562 เท่านั้น แต่จะเป็นฐานข้อมูลเพื่อวางแผนงบประมาณ ขยายฐานการทำงานโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษในสถานศึกษาสังกัดอปท. ให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ในปีการศึกษา 2563   ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในสภาผู้แทนราษฎร

“ในภาคเรียนที่ 2 นี้ จึงขอความร่วมมือให้กองการศึกษา ติดตาม สร้างความเข้าใจให้กับสถานศึกษาและคุณครู ร่วมกันกรอกข้อมูลในขั้นตอนต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อรักษาสิทธิให้กับนักเรียนยากจนได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยระหว่างวันที่ 1-20 ธันวาคม 2562  จะมีการเปิดระบบคัดกรองทุนเสมอภาคในภาคเรียนที่ 2/2562 สำหรับนักเรียนกลุ่มเข้าใหม่หรือนักเรียนที่ประสงค์ขอรับทุนเพิ่มเติม นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่สถานศึกษาและคุณครูจะช่วยเหลือนักเรียนยากจนที่สุดแต่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองในภาคเรียนที่ผ่านมา ให้ได้มีโอกาสในการคัดกรองรอบนี้” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกล่าว

นายทวี  เสริมภักดีกุล  รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

 

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2562  นักเรียนทุนเสมอภาคจะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขจาก กสศ. คนละ 3,000 บาทต่อคนต่อปีการศึกษา เพื่อเป็นค่าอาหาร ค่าครองชีพ ค่าเดินทางมาเรียนและค่ากิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ และป้องกันหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยในปีการศึกษา 2563 (มิถุนายน 2563) ภายหลังจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ผ่านการพิจารณาของสภา กสศ. มีแผนจะขยายการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษหรือทุนเสมอภาค ให้ครอบคลุม 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานครฯ ตั้งแต่ระดับการศึกษาอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อต่อยอดสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศไทย  โดยการคัดกรองข้อมูลนักเรียนยากจนถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นฐานการทำงานสำคัญร่วมกับระหว่าง กสศ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆที่ยากจนที่สุดในประเทศได้มีโอกาสรับทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาของกสศ.ในระดับสูงต่อไปในอนาคต เช่น ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ทุนระดับปริญญาตรี โท เอก นอกจากนี้ในกรณีมีความเดือดร้อนเร่งด่วนฉุกเฉิน กสศ. ยังมีโครงการระดมทุนจากประชาชนและภาคเอกชนเข้ามาสมทบเพิ่มเติมให้แก่สถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวนมากในอนาคต ซึ่งสามารถให้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่าแก่ผู้บริจาคอีกด้วย

Back To Top