เปิดปฏิบัติการเยี่ยมบ้าน ลดจดหมายลาครู

“ครูตอนนี้ผมอยากได้หลังคาบ้าน ไม่ต้องเอาหลังคาดี ๆ แค่หลังคาหญ้าแฝกก็ได้” คำพูดจาก ด.ช.อานนท์ ผ่องจิตรอำไพ นักเรียนชั้นป.2 โรงเรียนสาขานุเซะโปล้ จังหวัดตาก บอกถึงความต้องการช่วยเหลือเร่งด่วนผ่าน พรทิพย์ ไชยโยธา ครูโรงเรียนนุเซะโปล้ จังหวัดตาก

หลังจาก ครูพรทิพย์ พร้อมครูกัลยารัตน์ ชาวเขียววงศ์ และครูอโณทัย ลาภมีศรีสุข ร่วมกันออกเดินทางลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ด.ช.อานนท์ ในตำบลแม่จันทร์ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก สิ่งแรกที่ครูพบต้องตกใจกับสภาพบ้านที่ทรุดโทรม โดยเฉพาะหลังคาบ้านไม่สามารถใช้กันแดดกันฝนได้เลย ห้องน้ำ ไฟฟ้า ประปาไม่มี จุดเทียนเป็นแสงสว่างมาตลอด

“ครอบครัวเด็กอยู่กัน 3 คนไม่มีห้องน้ำใช้มานานแล้ว เวลาจะเข้าห้องน้ำแต่ละครั้งจะถือจอบแล้วเดินเข้าไปในป่า ครอบครัวอานนท์ทำแบบนี้เป็นประจำ ส่วนอาหารการกินของอานนท์เขาบอกกับครูว่า แค่มีน้ำปลา เกลือ พริกป่น ผงชูรส แค่นี้ก็กินกับข้าวได้แล้ว แต่อย่างที่โรงเรียนก็มีเด็กบางคนขอผงมาม่าที่เหลือเอาไปคลุกข้าวกินเหมือนกัน” ครูพรทิพย์ ระบุ

ครูพรทิพย์ เผยความกังวลว่า ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยที่สุด เพราะบ้านที่อานนท์พักอาศัยไม่มีความแข็งแรงทดทานปลอดภัยแม้แต่น้อย สุ่มเสี่ยงพังลงมาได้ทุกเวลาโดยเฉพาะหลังคาบ้าน ช่วงหน้าฝนครอบครัวอานนท์ไม่เคยได้นอนบนบ้านต้องใช้ถุงกระสอบยางมาปูพื้นรองน้ำฝนที่หยดลงพื้นบ้าน จากนั้นแม่ต้องพาอานนท์และลูกคนเล็ก(วัยแบเบาะ) ไปนอนหลบฝนอยู่ใต้ถุนบ้านแทน แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้มีเพียงเท่านี้

“ฐานะค่อนข้างลำบาก อานนท์ถือเป็นเด็กกลุ่มเปราะบางอย่างยิ่ง เสี่ยงต่อการหลุดจากระบบการศึกษา ขณะนี้ครูต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะไม่ใช่แค่ตัวอานนท์แค่คนเดียวในบ้านหลังนี้ แต่ยังมีเพื่อนคนอื่นๆของน้องที่ครูกังวลว่าจะขาดเรียนไปอีกเช่นกัน ถึงแม้อานนท์จะไม่ขาดเรียนหายไปก็ตามตอนนี้” ครูพรทิพย์ แสดงความห่วงใย

เช่นเดียวกับ เรื่องอุปกรณ์การเรียนทุกอย่างน้องขาดแคลนหมด รองเท้าจะใส่มาโรงเรียนยังไม่มี ยิ่งตอนนี้พ่อของอานนท์ไม่ได้อยู่ดูแลชีวิตเพิ่มความเสี่ยงไปอีกหลายเท่า เนื่องจากพ่อต้องไปรับจ้างทำงานนาน ๆ จะกลับมาสักครั้ง โชคดีหน่อยวันไหนไม่มีกับข้าวกินก็ไปอาศัยเพื่อนบ้านใกล้เคียงกินประทังชีวิตไป” ครูพรทิพย์ แสดงความกังวล

ครูพรทิพย์ กล่าวว่า การออกเยี่ยมบ้านครั้งนี้ทำให้เห็นคุณประโยชน์ในการออกไปเยี่ยมเด็กๆทุกคน จนบ้างครั้งไม่สามารถอธิบายได้ต้องมาเห็นด้วยตัวเองจะรู้และทราบปัญหาเด็กๆอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่เพียงอานนท์คนเดียวที่มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ขัดสน แต่ยังมีนักเรียนคนอื่นๆบนดอยอุ้มผางอีกจำนวนมากรอความช่วยเหลือ หรือได้รับโอกาสดี ๆ เหมือนเด็กในเมืองสักครั้งในชีวิต

Back To Top